30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา

เรื่องราวอินเทรนด์สำหรับผู้หญิง ส่งตรงถึงมือถือ คลิกที่นี่ <<

อรัญญา ศิระฉายา


30 ปี...รักไม่มีจาง "เศรษฐา-อรัญญา'' (สยามดารา)

            ''เราถกเถียงกันมาหลายครั้งว่าอยากให้เราตายก่อน ฝากให้เขาดูลูก เขาก็บอกว่าเขาต้องตายก่อนให้เราดูลูก ก็ยังถกเถียงกันอยู่ไม่จบ มันเป็นเรื่องปัญหาโลกแตก ในที่สุดถึงวันก็จะรู้เองว่าใครจะต้องไปก่อนกัน''

            เกิดเป็นคู่กัน ไม่ว่าอยู่ที่แห่งหนใดบนโลกใบนี้  พบและจาก...ไปใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น แต่ถ้าเป็น ''คู่แท้'' กันแล้วละก็ ''พรหมลิขิต'' ก็จะนำทั้งสองมาพานพบ และได้อยู่ร่วมกันจนถึงบั้นปลายชีวิต ดังเช่น ''คู่รักอมตะ'' อย่าง ''อาต้อย'' เศรษฐา ศิระฉายา และ  ''อาเปี๊ยก'' อรัญญา นามวงศ์  ณ วันนี้ 30 กว่าปีแล้ว ที่ท่านทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันมา มีลูกสาวที่น่ารักอย่าง ''อี๊ฟ'' พุทธิดา ศิระฉายา
    
            ...นางเอกสาวดีกรีรองนางสาวไทย ผู้มีครอบครัวสมบูรณ์พรั่งพร้อม กับนักร้องหนุ่มผู้กำพร้าพ่อ จากวงดนตรี ''ดิ อิมพอสสิเบิ้ล'' ต้องใช้ชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำตั้งแต่เด็ก ทั้งสองรู้จักจากผลงานของกันและกัน เจอหน้าก็ทักตามประสาคนที่ทำงานร่วมอาชีพวงการบันเทิง จนฝ่ายชายมีครอบครัวไป แต่สุดท้าย ทั้งสองก็กลายมาเป็น ''คู่แท้'' ที่หากันจนเจอ และจะอยู่กันไปจนวันสุดท้ายของชีวิต
    
            วันนี้ ทั้งสองให้เกียรติ ''สยามดารา'' มาเปิดเผยเรื่องราวความรักกันอย่างหมดเปลือก รวมถึง ''วิธีครองรัก ครองเรือน'' ให้มั่นคงยืนนาน ''อาเปี๊ยก'' ได้เป็นฝ่ายเริ่มย้อนวันวานไปประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ผู้ชายที่ชื่อ ''เศรษฐา ศิระฉายา''
    
            อาเปี๊ยก :  ''รู้จักชื่อเสียงคุณต้อยมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเขายังเล่นดนตรีอยู่ เราก็ชอบผลงานเขาด้วยนะ เป็นแฟนเพลง แต่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปติดตามดูเขาเล่นดนตรี  เพราะตอนนั้นเราเป็นวัยรุ่นก็ทำงาน ตอนนั้นเป็นรองนางสาวไทยแล้ว แต่มีโอกาสได้ไปฟังเขาอยู่สักครั้งสองครั้ง เคยไปฟังกับ ''พี่แอ๊ด'' สมบัติ เมทะนี สมัยนั้นเป็นแฟนเพลงธรรมดา  กว่าเราได้คุยกันจริงจังมันนานมาก ช่วงที่เขาเลิกเล่นดนตรี มาเป็นศิลปินเดี่ยว และมาเข้าวงการแสดง มาเล่นหนังเรื่องแรก ''ชื่นรัก'' ด้วยกันก็รู้จักกัน แค่ผิวเผิน นอกนั้นก็ไปเจอกันตามงาน เพราะว่าช่วงนั้นคุณต้อยเขามีแฟนจนไปแต่งงาน มีครอบครัว จนมาช่วงหลังมาเจอกับเขาอีกที ถ่ายหนังเรื่องชื่นรัก คุณต้อยมาเล่นเป็นพระเอก ทำให้มีโอกาสได้มาคบกัน และคุยกัน ตอนนั้นเราก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เราเองก็ 30 กว่าแล้ว ช่วงหลังมานี้เขาก็แยกครอบครัว มาคุยกันมาทำงานด้วยกันก็สนิทกันมากขึ้น''
    
            จากนั้น ''อาต้อย''  ก็ขอเผยใจถึงเมื่อครั้งที่ได้รู้จักหญิงสาวแสนสวย ที่ชื่อ ''อรัญญา นามวงศ์'' ...''อาต้อย''  บอกว่า อาเปี๊ยกเป็นผู้หญิงที่สวยเกินเอื้อม แรกๆ ที่ได้มาร่วมงานกัน ไม่กล้าคิดที่จะจีบ แต่ถ้าไม่คิดสานสัมพันธ์ในตอนนั้น  ก็คงเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวงในชีวิตของ ''อาต้อย'' แน่นอน
    
            อาต้อย  : ''ตอนนั้นเขาเป็นนางเอกอันดับหนึ่ง ในความรู้สึกเขาน่าจะสวยที่สุดในตอนนั้น เห็นทีแรกก็ชอบนะผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่พิเศษๆ มาก แต่ไม่ได้มีโอกาสเจอกันเลย ตอนมาเจอและร่วมงานกัน แรกๆ ไม่กล้าคิดเลยครับ ไม่กล้าคิดจริงๆ  ตอนนั้นเราก็อยู่ส่วนของเรา  เพราะเขาเป็นคนค่อนข้างมีเกียรติมากกว่า ครอบครัวก็ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ ต่างจากเราที่ครอบครัวค่อนข้างจะจน อยู่กันอย่างนี้หาเช้ากินค่ำ คุณพ่อผมสียตั้งแต่เด็ก ก็ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่เด็กอายุ 13-14 ก็ทำงานแล้ว''
    
            ''ถามว่าเริ่มจีบเขายังไง (หัวเราะ)  คือเหมือนทีแรกเพื่อนๆ ผมเขาก็เชียร์ให้จีบครับ เขาก็พูดกันเล่นๆ ครับ เขาไม่คิดว่าผมจะทำได้หรอก พอเขารู้ว่าผมได้เล่นหนังกับเปี๊ยกคู่กันเรื่องชื่นรัก เขาก็บอก เฮ้ย จีบเลยสิวะ ก็บอกว่าอยากจะจีบนะ แต่ว่ายากนะ แต่ว่าพอไปอยู่กองถ่ายต่างจังหวัดด้วยกันเป็นเดือน ก็น่าจะเป็นความใกล้ชิด  อยู่ด้วยกันทุกวัน กินข้าวด้วยกัน ความใกล้ชิดสนิทสนมทำให้เกิดเห็นใจซึ่งกันและกัน''
    
            อาเปี๊ยก :  เสริมว่า  ''คนเราคุยกันก็จะสื่อกันไปเองนะ  ไม่ใช่กุ๊กกิ๊กเป็นเด็กเพราะตอนนั้นเราอายุ 32 แล้ว คุณต้อยเขาก็อายุ  35 ไม่ใช่เด็กกันแล้ว อย่างน้อยเขาก็ผ่านการมีชีวิตครอบครัว คบๆ กันไปก็สื่อกันได้ มีปัญหาเรื่องส่วนตัวก็คุยกัน ไม่ใช่แต่เขา เราก็มี จริงๆ แล้วตั้งแต่แรกไม่คิดเลยว่าจะมาเป็นแฟนกัน แต่คุยกันแล้วก็ถูกใจ เพื่อนฝูงแต่ละฝ่ายรู้จักกัน พี่น้องเราก็ชอบพอกัน''
    
            และถึงแม้ว่า ''คู่แข่ง''  ที่ร่วมลงสนามขายขนมจีบ ''อาเปี๊ยก''  จะมากมายขนาดไหน แต่สุดท้าย ''อาต้อย'' ก็คือคนที่ ''อาเปี๊ยก'' เลือก
    
            อาเปี๊ยก :  ''ช่วงนั้นเขาก็รู้ว่ามีคนมาชอบเราเยอะ เพียงแต่ว่าเราจะให้ความสำคัญกับใครก็แค่นั้นเอง คือเรารู้นะว่าบางคนนี้มีใจนะ อย่างคนเข้ามาคุยมาจีบ เราก็ทำไม่รับรู้ว่าเขามาจีบ เฉยๆ อย่างเพื่อนคบไปคบมาก็พัฒนาเป็นแฟนได้ หรือบางทีเพื่อนก็เป็นเพื่อนตลอดชีวิตเลยก็มี ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบเขาแล้วต้องเลิกคบเขาไปเลยมันก็ไม่ใช่ ก็โตๆ กันแล้ว ด้วยวัยวุฒิก็จะเข้าใจได้เองว่าคนเขาลงสนามแข่งขันกันเนี่ย โอเค แพ้ก็คือแพ้ไป แต่ไม่ใช่ว่าแพ้แล้วจะมาเป็นศัตรู มันไม่ใช่อย่างนั้น คนที่เข้ามาคบกับเราจะเป็นลักษณะอย่างนั้น หรือเขาอาจจะไม่ใช่คบกับเราคนเดียวที่ไหน เขาอาจจะคบคนอื่นด้วยเหมือนกันด้วยซ้ำ เราอาจจะคบคนหลายคน เขาก็อาจจะคบคนหลายคน ในขณะเดียวกันคุณต้อยก็คบตั้งหลายคน เขาก็มีสาวๆ มาคุย เขาก็คงไม่เคยขาดเหมือนกัน (หัวเราะ)''
     
            อาต้อย  : ''ก็มีคนคุยๆ แต่ไม่ได้เจ้าชู้ไก่แจ้อะไรครับ ก็ไม่ได้คิดว่าต้องไปแข่งขันกับใคร อย่างที่บอกว่าค่อนข้างเจียมเนื้อเจียมตัว (หัวเราะ) คือเหมือนเราก็รู้อยู่ลึกๆ ว่าถึงแม้เขาจะมีเพื่อนชายเยอะแต่เขาเหมือนจะมีใจให้เรามากกว่า ผมเองก็มีสาวๆ มาคุยแต่ใจผมก็ให้คุณเปี๊ยกเขามากกว่า ผมไม่มีอะไรเลยจริงๆ นอกจากความเป็นตัวของตัวเอง เขาก็บอกว่าเวลาคุยแล้วสบายใจ เราก็พูดในสิ่งที่สนุกสนาน ไม่มีความเครียด พูดเล่นพูดหัวไปวันๆ เขาถึงได้บอกว่าตั้งแต่ไหนแต่ไหนมา ผมว่าคนที่เป็นคนสนุก แล้วมีนิสัยร่าเริงแจ่มใสมักจะมีแฟนสวยทั้งนั้น เหมือนอย่างป๋าต๊อก ภรรยาสวยมาก พอใครเข้ามาคบหาสมาคมแล้วสบายใจ เราไม่มีพิษไม่มีภัยคนก็จะให้ความไว้วางใจ''
    
            อาเปี๊ยก :  ''เมื่อก่อนคุณต้อยเขาเป็นคนอารมณ์ดี เราคิดว่าเขารักความก้าวหน้า ขยัน ทำงานตลอด''
    
            อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า ''อาต้อย'' เคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ ''อาเปี๊ยก'' ก็ไม่ได้กังวลตรงนั้น ส่วน ''อาต้อย'' ก็นำความผิดพลาดจากการมีครอบครัวในครั้งแรก มาเป็นบทเรียนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
    
            อาเปี๊ยก :  ''เราไม่มีความกังวลเรื่องที่เขามีครอบครัวมาก่อน เพราะตราบใดที่เขาไม่ได้มามีปัญหาอะไรเราไม่ได้ไปสร้างปัญหาอะไรกับเขามันก็ ไม่มีปัญหา ต่างคนต่างรับผิดชอบเรื่องของตัวเขาไป ไม่ได้มีปัญหาอะไร''
     
            อาต้อย  : ''จริงๆ แล้วผมว่าการที่เป็นครอบครัวมันขึ้นอยู่กับคนสองคนจริงๆ ถ้าคนสองคนที่อยู่ด้วยกันมีความเข้าใจพูดจากันได้ ที่สำคัญเลยคือต้องพูดจากันได้ ถ้าพูดจากันไม่ได้ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง พูดจาภาษาเดียวกันให้เกียรติกันเป็นเรื่องสำคัญ''
    
            แน่นอนว่า มีภรรยาสวยขนาดนี้ ''อาต้อย'' จะต้องหวงภรรยาเป็นธรรมดา  แต่เรื่อง ''หึงหวง'' ก็หมดไป เมื่อทั้งสอง ใช้หลักความ ''เชื่อใจ...ให้เกียรติ...เข้าใจ''
     
            อาต้อย  : ''ใหม่ๆ มีนะ อย่างที่บอกว่าเราสามารถปรับตัวได้อย่างเร็ว เราจะรู้ว่าถ้าเราไม่เชื่อถือเขามันพังแน่ และครอบครัวอยู่กันไม่ได้ แล้วบังเอิญที่เรามาอยู่ด้วยกันได้ประมาณ 4 ปีก็มีน้องอีฟ ถือว่าไม่ช้าเกินไปที่จะสร้างครอบครัว หลังจากมีแรกสองปีมีระหองระแหง ไอ้เราก็แฟนเยอะมีผู้หญิงเขาก็ต้องไปแสดงภาพยนตร์มีพระเอกบ้างอะไรบ้าง หงุดหงิดกันอยู่เรื่อยๆ พอผ่านไปก็เริ่มจะปรับตัวได้ เข้าปีสี่มีน้องอีฟ ทุกอย่างเชื่อมลงตัวหมด ลูกคงจะแยกเราไม่ได้แล้ว''
    
            อาเปี๊ยก :  ''เราเองไม่มีหรอกค่ะ เป็นคนไม่ค่อยหึง เรียกว่าแทบจะไม่เลย เหมือนกับว่าถ้าเรามั่นใจที่จะคบคนนี้นะก็มั่นใจคบกันไป คนเราต่อให้มาคบกันอยู่ด้วยกันแล้วก็ยังศึกษากันได้ ต้องดูกันไป ว่าการปฏิบัติตัวของเขาเป็นยังไง ต่างจากคำเล่าลือไหม หรือว่ามันเป็นยังไง เราต้องมีสติ  ถ้าเขาจะไปมีใครจะไปว่าอะไรได้ เราก็ต้องมาสำรวจตัวเราว่าไม่ดีตรงไหน ไม่ใช่คิดแต่จะมานั่งตามกัน แล้วเราจะมาอยู่ตรงนี้จะมีความสุขได้ยังไง ถ้าคิดว่าจะมาหาความทุกข์ใส่ตัวก็ไม่ต้องมี ไม่ต้องหา''
     
            อาต้อย  : ''ต้องคุยกันเข้าใจอย่างที่บอก ถ้ามัวมานั่งคิดมาก คุณไปกินข้าวกับคนนั้นคนนี้ อย่างนี้ทะเลาะกันตาย แต่ว่าบังเอิญเรามีอาชีพเดียวกัน เรารู้ว่าเวลาเขาไปถ่ายหนังถ่ายละครเขาก็ต้องไปกินข้าวกับพระเอกกับผู้ กำกับฯ ถ้าเป็นคนขี้หึง มีจิตใจไม่มั่นคง ไม่ให้เกียรติ ไม่เชื่อถือซึ่งกันและกัน มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เรารู้ว่าแต่ละวันที่ออกไปทำงานต้องทำอะไร บ้าง เลยทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น''
    
            เมื่อถามถึงเรื่องความ ''โรแมนติก'' เรียกว่าก็ยังหวานไม่แพ้คู่รักหนุ่ม-สาว เพราะต้อง ''หอมแก้ม'' แสดงความรักกันทุกวัน
     
            อาต้อย  : ''ผมเป็นคนตลกนะ ไม่โรแมนติก บ้าๆ บอๆ แต่ผมว่าจริงๆ แล้วมันไม่ค่อยสำคัญหรอก ผมว่าผมก็โรแมนติกนะ อยู่ด้วยกันใหม่ๆ โรแมนติกมาก แต่ไม่ได้โอเวอร์ ไม่ได้ต้องสวีตกันกุมมือไปเดินห้าง โอบหลังไปดูหนัง แต่ถ้าอยู่ในบ้านก่อนนอนก็ต้องหอมกัน ทุกวันนี้จะห่างไปหน่อยเพราะว่าผมจะหลับก่อน เวลานอนไม่ตรงกัน บางทีเขานั่งดูทีวีอยู่ ละครยังไม่จบผมก็กรนแล้ว (หัวเราะ)''
    
            อาเปี๊ยก :  ''คุณต้อยเขาเป็นคนไม่ถึงกับโรแมนติกนะ คือคุณต้อยเขาเป็นคนสนุกๆ เรื่องโรแมนติกลึกๆ ในใจเราจะมีมากกว่า แต่เขาก็เฉยๆ เราชอบไม่ได้ไปมองถึงตรงนั้นมากมาย เรื่องเซอร์ไพรส์อะไรไม่มีหรอกค่ะ ไม่ค่อย เพียงแต่ว่าไปไหนไปกัน ทำอะไรก็ทำด้วยกัน เป็นเพื่อนกันมากกว่าอย่างบางทีทำงานชวนเราไปเป็นเพื่อนใกล้ชิดกันมากกว่า''
    
            สิ่งสำคัญในการครองรัก นั่นคือความเสมอต้นเสมอปลาย  ห่วงใยไถ่ถามความรู้สึกกันเสมอ
    
            อาเปี๊ยก :  ''การดูแล มันอาจจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง ด้วยภาระหน้าที่ อย่างเวลาเราคบกันใหม่ๆ ก็มีกันแค่เราสองคน แต่อยู่ไปอยู่มามันจะมีทั้งคนรอบข้าง คนนั้นคนนี้ อย่างน้อยก็มีลูกแล้ว ทุกอย่างมันก็จะต้องแบ่งภาคแล้ว แต่ถ้าถามเรื่องความเสมอต้นเสมอปลาย เขาก็ยังกลับมาทานข้าวบ้าน ไปทำงานเยอะเหมือนเดิม (หัวเราะ) ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ก็โอเคแล้วตามสภาพ แต่จะให้มานั่งจู๋จี๋ต้องถามกันทุกวันมันก็ไม่ใช่''
     
            อาต้อย  : ''คุณเปี๊ยกเขาก็ยังเป็นภรรยาที่ดีครับ ตัวผมเองอายุมากขึ้นก็อาจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง จะมานั่งสวีตหรืออะไรตลอดคงไม่ได้ แต่เรื่องการดูแลถามไถ่กันก็ยังเป็นปกติเหมือนเดิม เขาก็ห่วงเราไม่น้อยเลย''
    
            อาเปี๊ยก :  ''พอเริ่มเป็นผู้ใหญ่กันมาอายุเท่านี้แล้ว ไม่ใช่แต่เราจะต้องห่วงเขาก็ห่วงตัวเองด้วย ห่วงเรื่องความปลอดภัย การดูแลตัวเอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างนั้น ไม่ค่อยได้ช่วยดูแลอะไรเขาเพราะเขาจะดูแลตัวเขาเองมาก เราเสียอีกขี้เกียจ จะช่วยเวลาเขาเอ่ยปากขอ อย่างให้นวดน่ะได้ อย่างอื่นเราไม่ใช่คุณหมอนี่เราจะทำอะไรได้ล่ะ''
     
            อาต้อย  : ''เขาก็จะมีงานของเขาเอง ต้องทำงาน เราก็ทำงาน หมั่นดูแลตัวเองมากเป็นพิเศษ เราก็ห่วงเรื่องสุขภาพ เพราะว่าเราถกเถียงกันมาหลายครั้งว่าอยากให้เราตายก่อน ฝากให้เขาดูลูก เขาก็บอกว่าเขาต้องตายก่อนให้เราดูลูก ก็ยังถกเถียงกันอยู่ไม่จบ มันเป็นเรื่องปัญหาโลกแตกในที่สุดถึงวันก็จะรู้เองว่าใครจะต้องไปก่อนกัน ถ้าจะถามถึงอายุก็ใกล้ๆ เข้ามาแล้วล่ะ สิ่งที่ดีที่สุดคือเตรียมตัวให้พร้อม และทำยังไงยืดชีวิตให้ยาวที่สุดเพื่อที่จะได้อยู่กับลูกและครอบครัวไปนานๆ''
    
            ในเมื่อ ''อาต้อย-อาเปี๊ยก'' เป็นคู่รักตัวอย่าง ที่หลายคนยกย่องให้เป็น ''คู่รักอมตะ'' หลายคนก็อยากรู้ว่า ลูกสาวคนเดียว ''อี๊ฟ-พุทธิดา'' จะได้หลักในการครองรัก ครองเรือนของคุณพ่อคุณแม่ไปใช้บ้างหรือเปล่า ซึ่งอาต้อย บอกว่า
     
            อาต้อย  : ''ผมว่าเขาดูอยู่ ว่าพ่อแม่อยู่กันยังไง คิดว่าเขาต้องได้ไปทั้งหมด และจะมีนิสัยเหมือนพ่อบ้างเหมือนแม่บ้าง มีความเป็นผู้ชายและหญิงในตัวเอง เข้มแข็ง และขี้บ่น ชีวิตเราตอนนี้ ก็ยังดูลูกอยู่ห่างๆ  ถึงเราอายุมากแค่ไหน เมื่อลูกเข้ามาทำงานแล้วด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ก็คงจะทิ้งเขาไม่ได้ ต้องคอยช่วยเหลือดูแลเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหวให้เขามาดูแลเราบ้าง เราก็ไม่ค่อยห่วงเขาแล้ว เพราะอีฟเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้เป็นอย่างดี พี่ป้าน้าอาเต็มเมืองไปหมด พวกศิลปินพี่ป้าน้าอา จะให้ความรัก ความเอ็นดูเขา ช่วยกันดู''
    
            อาเปี๊ยก :  ''ห่วงเรื่องความปลอดภัยของเขาแหละค่ะ เพราะสังคมสมัยนี้อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ เวลาเขาไปไหนก็ห่วงขับรถขับรา โดยส่วนตัวของเขาก็ช่วยเหลือตัวเองได้ เรื่องหน้าที่การงานเมื่อถึงเวลาเขาคงทำอะไรที่รับผิดชอบได้ดี''
    
            มาถึงบรรทัดนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะได้ดื่มด่ำ ซาบซึ้งกับความรักของทั้งอาต้อยและอาเปี๊ยกกันไปแล้ว ทีนี้เราลองมาเปิดใจท่านทั้งสอง กับคำว่า ''คู่รักอมตะ'' ที่หลายคนยกย่องให้สิว่า ท่านจะรู้สึกยังไงกับคำนี้บ้าง
     
            อาต้อย  : ''เราก็ถือว่าถ้าเราได้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม การที่เรารักษาครอบครัวได้อย่างเหนียวแน่นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม อะไรก็ตามที่ทำแล้วดีต่อสังคมเราก็จะเต็มใจ แต่เราบอกเลยว่าไม่ได้เสแสร้งที่จะทำ เราเป็นแบบนี้เองจริงๆ''
    
            อาเปี๊ยก :  ''ดีใจนะคะ ที่คนให้ความสนใจคิดว่าเราเป็นครอบครัวที่เขาจับตามองก็ดีใจที่มองแล้วเห็น ว่าเราดี ดีกว่ามองว่าเราแย่ เพราะตรงนี้จะส่งภาพไปถึงบุคคลในครอบครัว  ทั้งลูกเราด้วย''
    
            สุดท้าย...ก่อนที่จะล่ำลาท่านทั้งสอง เราก็ได้ให้ท่านทั้งสองเปิดความในใจ ในสิ่งที่อยากบอกกัน
    
            ''อาเปี๊ยก'' มองไปที่สามี ก่อนจะยื่นมือของตนไปจับมือของอาต้อยและบอกว่า  ''อยากให้คุณต้อยดูแลสุขภาพให้เสมอต้นเสมอปลายตลอดไป เพราะว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนั้นต้องทำอะไรที่งานให้มันเบาลง พักผ่อนตัวเองบ้าง''
    
            จากนั้น ''อาต้อย''  ก็สบตาภรรยาคนสวย และเผยความในใจด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มหวานว่า  ''อยากจะบอกว่าขอบคุณที่เชื่อมั่น และตัดสินใจแต่งงานกับผม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณเป็นภรรยาที่ดีมาตลอด ที่สำคัญมีลูกที่ดีให้กับผม ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน ถือว่าเป็นเกียรติ ภาคภูมิใจว่าเราก็มีเมียสวยๆ กับเขาเหมือนกัน''
    
            ทั้งคู่มีดวงตาที่เปล่งประกายความสุข เห็นแล้วน้ำตาซึม...และอยากจะมีความรักดีๆ แบบนี้บ้างจัง
    
            ขอให้ทุก ''หัวใจ'' จงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข




    
ประวัติ เศรษฐา

            ''เศรษฐา ศิระฉายา''  ชื่อเล่น ''ต้อย'' เกิดวันที่  6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487   เป็นพิธีกร นักแสดงชื่อดัง และนักร้องนำวง ''ดิ อิมพอสสิเบิ้ล''  จบมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เศรษฐา ศิระฉายา เคยสมรสกับแอร์โฮสเตส ปัจจุบัน สมรสกับ อรัญญา นามวงศ์ มีบุตรสาว ชื่อ พุทธิดา หรือน้องอิ๊ฟ  ผลงานพิธีกรโด่งดังมากจากรายการ มาตามนัด คู่กับ ญาณี จงวิสุทธิ์, รายการ น่ารักน่าลุ้น, รายการ ทีวีเกม '28, รายการ พีเพิลทูไนท์, รายการ เศรษฐาโชว์, รายการ ดวงกับดาว, รายการ ยังคลับ, รับหน้าที่พิธีกรบนเวทีคอนเสิร์ตของ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ทุกซีซั่น, พิธีกรบนเวทีคอนเสิร์ตรายการ เดอะ มาสเตอร์
    
            ส่วนละครยังมีให้ชมอย่างต่อเนื่อง  อาทิ เขยบ้านนอก, ล่าผีปอบ, ก๊วนกามเทพ, แม่ค้าขนมหวาน, หาบของแม่,โบตั๋นกลีบสุดท้าย, รังนกบนปลายไม้, เก็บแผ่นดิน, 18-80 เพื่อนซี้ไม่มีซั้ว, พ่อปลาไหล ฯลฯ
    
            รางวัลเกียรติยศที่ได้รับ ได้แก่ รางวัลพระราชทานบันเทิงเทิดธรรม (พ.ศ. 2552) จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, รางวัลบุคคลทรงคุณค่าในวงการบันเทิง จากงานสยามดารา สตาร์ส ปาร์ตี้ ครั้งที่ 1  ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส
    
ประวัติ อรัญญา

            อรัญญา นามวงศ์  ชื่อเล่น ''เปี๊ยก'' เกิดวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2490  มีชื่อจริงว่า อัญชลี ชอบประดิษฐ์ เกิดในค่ายทหาร จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรของ พันเอก เสงี่ยม-นางสุรางค์ ชอบประดิษฐ์ จบการศึกษาจากโรงเรียนโยนออฟอาร์ค โรงเรียนอัมพรไพศาล และโรงเรียนสตรีสันติราษฎร์บำรุง
    
            เริ่มเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยการเข้าประกวดนางงาม  ปี พ.ศ. 2508  ได้ตำแหน่งรองนางสาวไทย โดยในปีนั้น อาภัสรา หงสกุล ได้ตำแหน่งไป จากนั้นหันไปเป็นนักร้อง เล่นละครโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม เรื่อง บ้านทรายทอง รับบทเป็น พจมาน สว่างวงศ์ อรัญญาเริ่มแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเรื่อง แสนพยศ  กำกับโดยพันคำ และเรื่องที่สอง อีแตน กำกับโดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ ทั้งสองเรื่องแสดงคู่กับ มิตร ชัยบัญชา
    
            อรัญญา แสดงภาพยนตร์เรื่อง เกาะสวาท หาดสวรรค์  ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ คู่กับ สมบัติ เมทะนี และนับเป็นนักแสดงคู่ขวัญ เช่นเดียวกับคู่ของ มิตร ชัยบัญชา-เพชรา เชาวราษฎร์
    
            ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอรัญญา คือเรื่อง โทน กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์ แสดงคู่กับ ไชยา สุริยัน เป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
    
            สมรสกับ เศรษฐา ศิระฉายา มีบุตรสาวคือ พุทธิดา ศิระฉายา ปัจจุบัน หันมาเป็นผู้จัดละคร และแสดงละครเป็นครั้งคราว

 เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

   ลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ      
 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....


ความคิดเห็นที่ 16 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
จากคุณ อภิญญา นามวงศ์ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-05-21 19:42:21 ]
ความคิดเห็นที่ 14 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
น่ารักอ๊
จากคุณ มะปราง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-03-11 19:05:45 ]
ความคิดเห็นที่ 13 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ขอให้อาเปี๊ยกหายจากอาการป่วยไวๆนะครับผมชอบดูละครของอาเปี๊ยกมาก ครับจะได้กลับมาเล่นละครให้แฟนๆได้ชมกันอีกครับ
จากคุณ ต่าย สายใจ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-02-27 19:10:01 ]
ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ขอแก้คําว่าชั่วฟ้าดินสลายน่อยนะ...เติมวอแหวน
จากคุณ BEAM เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-04-01 11:34:58 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ชอบคู่รักคู่นี้มานานแล้วค่ะ...ขอให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดชั่ฟ้าดินสลายนะคะ...รักและเคารพ ..อาทั้งสองคนมากค่ะ
จากคุณ BEAM เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-04-01 11:31:48 ]
ความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ผู้ชายอารมณ์ดี มักมีเมียสวย ดูพวกตลกซิเมียสวยทุกคน แสดงว่าคนที่เอาจริงเอาจังต้องหันมามีอารมณ์ขันบ้าง เพราะสุดท้ายชีวิตก็แค่นี้ อยากเจอคนจริงใจ มีไหมแถวนี้ อยากเจอคนดีๆ มีบ้างไหมเอ่อ .. ทำบุญไว้ จะได้เจอคนดี แต่สมัยนี้เขาว่า คนดีไม่ใช่มีไว้รัก เอาเข้าไป จริงของมัน เพราะชีวิตคู่มันไม่ได้อยู่ที่ความดีอย่างเดียว
จากคุณ คนรักโลก เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-03-10 10:26:53 ]
ความคิดเห็นที่ 9 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ชอบละครที่ป้าเปี๊ยกเล่นมากๆๆๆๆค่ะอยากดูละครที่ป้าเปี๊ยกเล่นกับอาต้อยจังเลยค่ะบายๆๆๆๆๆๆ
จากคุณ หลินค่ะ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-06-26 17:12:33 ]
ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
คู่นี้น่ารักมากคะชอบความรักของทั้งสองค่ะ
จากคุณ เล็ก เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-19 22:54:31 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ไปงานศพ รุจน์ รืเปล่านะ
จากคุณ กะลา เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-14 08:45:47 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
รักและชื่นชมทั้งสองท่านมากๆ โดยเฉพาะ "คุณน้าเปี๊ยก" อรัญญา นามวงษ์ ครับผม
ขอให้ท่านทั้งสอง "ครองรัก" กันไปตราบนานเท่านานเลยนะครับ
โอกาสนี้ขออวยพรให้ท่านทั้งสองมีสุขภาพที่แข็งแรงมีผลงานให้แฟนๆ ติดตามอย่างต่อเนื่องนะครับ
จากคุณ เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-13 05:58:57 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ก็ทิ้งเมียเก่ามามิใช่หรือ สงสัยจริง
จากคุณ เอ๊ดดี้ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-12 21:08:33 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
เป็นแฟนหนังคุณอรัญญา สมัยหนังล้อมผ้า 16 มม.ละครับ จำได้ว่ายังมุดผ้าล้อมหนังเลย อิอิ
จากคุณ จ้อย เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-12 20:44:12 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
นู๋อยากเป็นเหมือนอาทั้ง2คนจังเลยคะ อยากมีชีวิตคู่อยู่ด้วยกันนานๆ
แต่ผู้ชายสมัยนี้จะให้ไว้ใจก้อไม่ได้อีกแล้ว หายากมากเลยคะ ส่วนแม่สาวๆสมัยนี้ก้อกลัวหาสามีไม่ได้ ทำตัวไม่มีราคาซะเลย
จากคุณ นกคะ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-12 14:29:10 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
ในบรรดาผู้ชายที่โชคดี ถือว่ามีแฟนสวยมากที่สุดคนหนึ่ง
ก็คือเขาเลยครับอาต้อย
แต่ผมว่าผู้หญิงที่โชคดีมากที่สุดก็คือคุณอรัญญา...
ที่ได้อาต้อยเป็นคู่ชีวิต
เป็นคู่ที่น่ารักมากที่สุดเลยครับ
จากคุณ อังวะ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-12 14:17:50 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว 30 ปี...รักไม่มีจาง เศรษฐา-อรัญญา
อาต้อยดูแก่ลงไปมากนะครับ
จากคุณ จริงป่าว เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-12 13:40:09 ]