
ไอกรน...โรคร้าย 100 วัน (รักลูก)
โดย: อัจฉรา
ไอกรนคือโรคติดต่อร้ายแรงที่มีอันตราย ต่อลูกวัย 0-1 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดโรคนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะกับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะอาจมีอาการของปอดอักเสบร่วมด้วย
ไอกรน...ไอร้อยวัน
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย บอร์เดเทลลา เพอร์ทัสซิส (Bordetella pertussis) เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ ติดต่อกันได้ง่ายผ่านการไอหรือจามรดกันโดยตรง จากผู้ที่มีเชื้อดังกล่าวอยู่ในลำคอ มีลักษณะอาการที่เด่นชัด คือไอค่อนข้างรุนแรงและกินระยะเวลายาวนาน คนสมัยก่อนจึงเรียกกันว่าไอร้อยวัน โดยอาการของผู้ป่วยแบ่งเป็น 3 ระยะ
ในกรณีเด็กทารกต่ำกว่า 1 ขวบ ระยะนี้ค่อนข้างอันตราย เนื่องจากในระหว่างที่ไอติดต่อกันเป็นชุดๆ อาจจะมีช่วงที่ขาดออกซิเจนได้ บางคนมีจุดเลือดออกในสมองร่วมด้วย พบว่าในเด็กทารกที่เป็นโรคไอกรน 2 ใน 10 รายอาจเกิดอาการชัก และบางคนพบภาวะแทรกซ้อน เป็นปอดอักเสบซึ่งเด็กจะมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วยค่ะ
การรักษาในระยะนี้แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะกินติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ที่สำคัญในเด็กเล็กควรดูแลไม่ให้ขาดออกซิเจน และในช่วงที่ไอมากๆ ลูกอาจกินอาหารไม่ได้หรือได้น้อย ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นดูแลเรื่องอาหารการกิน เพื่อไม่ให้ลูกเกิดภาวะทุพโภชนาการในช่วงดังกล่าวได้
วัคซีนไอกรน ยับยั้งโรคร้าย
วัคซีน ไอกรน อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเด็กทุกคนควรจะได้รับทั้งหมด 5 เข็มก่อนเข้า ป.1 โดยในช่วงขวบปีแรกต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม คือเมื่อลูกอายุได้ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน จากนั้นเมื่อลูกอายุได้ 1 ปีครึ่ง คุณพ่อคุณแม่ต้องพาไปฉีดเข็มที่ 4 ส่วนเข็มที่ 5 จะฉีดในช่วงที่ลูกมีอายุ 4-6 ปี
ปัจจุบันมีการให้คำแนะ นำเพิ่มเติมว่าคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปฉีดวัคซีนไอกรนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้ม กันอีกครั้งเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่น (11-18 ปี)
การฉีดวัคซีนไอกรนจะฉีดรวมในเข็มเดียวกันกับวัคซีนคอตีบ และบาดทะยัก ซึ่งตัววัคซีนไอกรนมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ
นอกจากให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนของลูกตามตารางแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการลูกหลังฉีดวัคซีน หากเกิดผลข้างเคียงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้ทำการดูแลรักษาที่เหมาะสมคะ
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก





