หนุ่มตามฝันจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร


ไผ่ พงศธร
ไผ่ พงศธร


หนุ่มตามฝันจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร (Lisa)

          เปลือยใจแบบไม่เหลือเปลือก ชีวิต ตัวตน แรงใจ และไฟฝันของนักร้องลูกทุ่งจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร

          นับจากวันที่อัลบั้มแรกในชีวิตของ ไผ่ พงศธร เปิดตัวบนเส้นทางสายลูกทุ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ชื่อของหนุ่มคนนี้ก็เข้าไปนั่งในใจของคลอลูกทุ่งทั่วบ้านทั่วเมือง นั่นก็ด้วยว่าเป็นแนวเพลงที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คือเป็นเพลงลูกทุ่งที่คละเคล้าไปด้วยกลิ่นอายดนตรีจากที่ราบสูง ทั้งยังส่องสะท้อนชีวิตลูกอีสานที่มาสู้งานในเมืองใหญ่ ที่สำคัญน้ำเสียงอดอ้อนอันทรงเสน่ห์ของเขายังชวนฝันยิ่งนัก ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะอยากรู้จักกับหนุ่มตามฝันจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร คนนี้แบบถึงแก่น

ก่อนอื่นอยากให้เล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก เพราะได้ยินมาว่าเต็มไปด้วยขวากหนามมากมาย

          ไผ่ พงศธร : ใช่ครับ ผมเกิดมาในครอบครัวชาวนาจากหมู่บ้านสร้างแต้ อ.กุดชุม จ.ยโสธร ต้องบอกตรงๆ  ว่าชีวิตในวัยเด็กนั้นก็มีความสุขตามอัตภาพของคนชนบทอีสาน อาจจะขาดเหลือปัจจัยในการดำรงชีวิตบ้าง แต่ถึงอย่างไรเราก็มีความสุขครับบ้านผมมีอาชีพหลักคือทำนา และพ่อกับแม่จะมีอาชีพเสริมคือเล่นหมอลำ ดังนั้น การชื่นชอบในเสียงเพลงจึงบ่มเพาะมาจากตรงนี้แหละครับ

ชีวิตหักเหเมื่อเสาหลักของครอบครัวสิ้น

          ไผ่ พงศธร : ตอนที่ผมกำลังเรียนอยู่ชั้นม.4 พ่อของผมก็เสียชีวิต ซึ่งในช่วงนั้นถือเป็นการหักเหของชีวิตครั้งใหญ่เพราะพ่อคือเสาหลักของบ้านครับ ผมตัดสินใจออกไปทำงานเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวเพิ่มขึ้น และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คณะหมอลำแถวบ้านขาดนักแสดงหน้าวงพอดี ผมจึงได้เข้ามาร่วมงานกับวงหมอลำ ทำหน้าที่ทุกอย่างตั้งแต่เด็กยกเครื่องและเต้นโชว์หน้าเวที ผมร่วมคณะนี้อยู่ประมาณ 2 ปี พอดีกับที่ทางวงหมดหน้างานจึงทำให้เด็กในวงลำบากจนต้องออกมาลำขอข้าว (เล่นหมอลำแลกข้าวเปลือกและข้าวสาร) ตระเวนไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อขอข้าวมาขายแล้วเลี้ยงสมาชิกในวงเวลาที่ไม่มีงาน ทำอยู่ได้ไม่นานก้องแยกย้ายกันไป เพราะเงินไม่พอเลี้ยงกันครับ

ชีวิตเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อเดินทางเข้ากรุง

          ไผ่ พงศธร : เมื่อเรียนจบม.6 ผมจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยความคิดแค่เพียงว่าจะมาช่วยพี่สาวที่เปิดร้านขายอาหารแถวๆ ราษฎร์บูรณะ แต่แล้วชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปเมื่อมีคนเห็นแววและพยายามผลักดันนั่นก็คือการได้เจอกับ คุณหยก ลูกหยี (จิตรชัย ภาวังคาม) คือคุณหยกได้ชักชวนให้ผมสมัครเป็นนักร้องด้วยการทำเดโมเทปไปเสนอตามค่ายเพลงต่างๆ สลับกับการประกวดร้องเพลงจากเวทีต่างๆ ซึ่งช่วงนั้นผมตัดสินใจแยกออกมาจากพี่สาวเพื่อทำเพลงเสนอค่ายเพลง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมลำบาดสุดๆ เลยล่ะครับ

ความลำบากที่ว่านั้นลำบากอย่างไรบ้าง

          ไผ่ พงศธร : คืออย่างนี้ครับ บางวันมีเงินรวมกันแล้วได้แค่ 5-10 บาทเท่านั้นเอง! ต้องเอาเงินซื้อข้าวเปล่า มาหนึ่งถุง ส่วนกับข้าวไม่ต้องพูดถึงไม่มีอยู่แล้ว แต่อาศัยวิธีขอน้ำปลาจากร้านที่ซื้อข้าวด้วย พอกลับถึงห้องก็ใช้น้ำปลาราดข้าวและแบ่งกันกินคนละนิดละหน่อยจนบางครั้งถึงขนาดที่ไม่ได้กินข้าวถึง 2 วันเลยก็มีเพราะไม่มีเงินซื้อ หลายครั้งต้องเอาบัตรประจำตัวประชาชนไปเซ็นร้านค้าแถวนั้น แต่พอบ่อยๆ เข้าเขาก็ไม่ให้เซ็น แม้กระทั่งขึ้นรถเมล์ยังไม่มีเงิน จำต้องเดนิเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรเลยทีเดียว หรืออย่างบางครั้งที่ไม่มีเงินจริงๆ ก็ออกเดินดูตามตู้โทรศัพท์สาธารณะ เพื่อดูว่ามีเงินที่ค้างอยู่ตามช่องคืนเหรียญบ้าง หรือเปล่า บางครั้งต้องเดินเป็นสิบๆ ตู้ซึ่งก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ช่วงนั้นอย่าว่าแต่เรื่องของอนาคตเลย ไม่มีความหวัง คิดเพียงว่าวันพรุ่งนี้จะเอาอะไรมากินแค่นั้นเองครับ ชีวิตผมเป็นแบบนี้อยู่นานเหมือนกันนะ ยอมรับว่าเคยท้อแท้อยู่หลายครั้ง เคยคิดจะเลิกเป็นนักร้องด้วยซ้ำไป ลำบากมากจริงๆ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปช่วยพี่สาวขายอาหารอีสานอีกครั้งครับ

มีแรงใจในการใช้ชีวิตอีกครั้งช่วงไหน

          ไผ่ พงศธร : ตอนที่คุณหยก  ลูกหยี นำเดโมเทปที่เคยทำให้ครูสลา คุณวุฒิ (ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดังในสังกัดค่ายแรกมมี่โกลด์) ได้ฟัง ครูสลาท่านสนใจมาก และเรียกเข้าไปสกรีนเทสต์ที่แกรมมี่ครับ ตอนนั้น ผมไม่เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะการจะได้สกรีนเทสต์ในแกรมมี่โกลด์นั้นเป็นสิ่งที่ยากมากๆ ครับ จนถึงวันที่เซ็นสัญญาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี คิดอยู่เสมอว่าเอ? เราฝันไปหรือเปล่านี่ จนเมื่อได้ออกอัลบั้มชุดแรกในชื่อว่า “ฝนรินในเมืองหลวง” จึงเชื่อว่านี่คือผลงานของตัวเองจริงๆ ครับ ช่วงรอทำอัลบั้มทางแกรมมี่โกลด์ก็หางานให้ทำโดยส่งให้ผมขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีของไมค์ ภิรมย์พร เพื่อฝึกฝน ตัวเองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์หน้าเวทีให้ได้มากที่สุด ในช่วงนั้นก็นำเพลงของนักร้องรุ่นพี่อย่าง เอกพล มนต์ตระการ มาขับร้อง เพราะยังไม่มีเพลงเป็นของตัวเองครับ

อัลบั้มแรกในชีวิต "ฝนรินในเมืองหลวง" สะท้อนความเป็นตัวตนของไผ่มากแค่ไหน

          ไผ่ พงศธร : มาก ๆ  เลยล่ะครับ อย่างคอนเซ็ปต์โดยรวมจะเป็นการพูดถึงลูกอีสานทั้งหลาย  รวมทั้งตัวของผมเองด้วยที่มาสู้งานในเมืองใหญ่ ยิ่งเรื่องของดนตรียิ่งสะท้อนครับเพราะเป็นเพลงลูกทุ่งที่นำดนตรีอีสานมาประยุกต์เข้าด้วยกัน บอกตรงๆ ครับว่าร้องเพลงนี้ทีไรผมน้ำตาไหลคิดถึงบ้านที่จากมาทุกที นอกจากนั้นเพลงโปรโมตที่มี ชื่อเดียวกับอัลบั้มที่บอกเล่าว่าฝนรินหรือฝนตกปรอยๆ ในเมืองหลวงนั้นมันสร้างความเหงาให้แก่คนที่จากบ้านมาไกลได้อย่างถึงขั้วหัวใจจริงๆ ครับ

ถึงวันนี้มีผลงานออกมาที่ชุดแล้ว

          ไผ่ พงศธร : ที่เป็นอัลบั้มเดี่ยวไม่รวมอัลบั้มชุดพิเศษที่ทำงานร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ ทั้งหมดก็ 5 ชุดแล้วครับนับตั้งแต่ฝนรินในเมืองหลวง, คำสัญญาณของหนุ่มบ้านนอก, อยากบอกว่าอ้ายเหงา, อยากมีเธอเป็นแฟน และล่าสุดที่เพิ่งวางแผงเมื่อต้นปีที่ผ่านมาคือ มีเธอจึงมีฝันครับ แต่ละอัลบั้มจะเป็นการร้อยเรียงเรื่องเล่าที่ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่การทำงานครั้งแรกจนถึงชุดล่าสุด แต่ด้วยคอนเซ็ปต์ของการทำงานก็ยังยืนพื้นที่เรื่องเดิมคือเรื่องเล่าของลูกอีสานที่จากบ้านมาสู้งานในเมืองใหญ่

ในวันนี้ถือว่าถึงที่สุดแห่งความฝันแล้วหรือยัง

          ไผ่ พงศธร : ที่สุดตามที่พี่ถามผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคืออะไร  แต่เท่าที่ผมสัมผัสได้คือทุกวันนี้ผมมีความสุขมากๆ สุขที่ได้เป็นผู้ให้ คือได้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้งหมด ได้ดูแลแม่ ดูแลพี่สาวทั้ง 3 คน ทดแทนการที่เขาเคยดูแลผมมา คือถ้าไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีไผ่ พงศธร ในวันนี้แน่ๆ ส่วนความสุขอีกหนึ่งอย่างก็คือผมมีความสุขมากๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่ผมรักและชอบก็คือการเป็นนักร้องลูกทุ่ง

ส่วนตัวมองว่าเพลงลูกทุ่งคืออะไร นอกเหนือจากการเป็นอาชีพที่สร้างชื่อให้แก่ตัวเองอย่างในวันนี้

          ไผ่ พงศธร : สั้น ๆ ง่าย ๆ เลยนะครับ เพลงลูกทุ่งคือความสุขของผม ผมสุขใจทุกๆ ครั้งที่ได้ร้องเพลงทั้งเมื่ออยู่บนเวที อยู่ในห้องอัด หรือแม้แต่ร้องเวลาที่ผมอาบน้ำในห้องน้ำครับ และที่สำคัญสุด ๆ ก็คือ ถ้าหากไม่มีเพลงลูกทุ่งก็คงไม่มีไผ่ พงศธร ในวันนี้อย่างแน่นอน ผมเชื่ออย่างนั้น

ทุกวันนี้สัมผัสได้ถึงความฮอตมาก ๆ ของตัวเองในอาณาจักรลูกทุ่งหรือเปล่า

          ไผ่ พงศธร : อืมเหรอครับ ผมว่าผมก็ยังเป็นผมเหมือนเดิมอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าผมมีหน้าที่ที่เพิ่มเข้ามาคือการทำหน้าที่เป็นนักร้องลูกทุ่งเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องความดังหรือความฮอตก็คงไม่ใช่เป็นเพราะผมเพียงคนเดียว  แต่เป็นเพราะความเก่งของครูเพลงความช่ำชองของโปรดิวเซอร์ รวมถึงการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถของทีมงานท่านอื่น ๆ รวมกันด้วย

เรื่องที่รู้สึกดีที่สุดตั้งแต่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการเพลงลูกทุ่ง

          ไผ่ พงศธร : คงเป็นเรื่องที่แฟน ๆ ให้การตอบรับผมเป็นอย่างดีเสมอมา ออกอัลบั้มมากี่ชุดยังไม่เคยลืมกันเลย คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ก็ปลื้มใจจนแทบน้ำตาไหลครับผมไม่นึกไม่ฝันว่าเด็กจากบ้านนอกคนหนึ่งจะได้ใจคนมากมาขนาดนี้

แล้วเรื่องที่ชวนให้รู้สึกแย่ที่สุดล่ะ

          ไผ่ พงศธร : ผมบอกตามตรงว่าปัญหาเรื่องเทปผีซีดีเถื่อนนะครับ  เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกท้อก็คงหยุดทำงานนี้ไปเลย แต่ว่ามันออกไปในแนวละเหี่ยใจมากกว่าครับ อยากฝากไปถึงแฟนเพลงทุกคนว่ากว่าจะได้ผลงานอัลบั้มหนึ่ง ๆ ออกมานั้นทีมงานต้องทุ่มเทให้ทั้งชีวิต ร่างกาย และจิตใจ ที่สำคัญเรื่องเวลาก็นานพอสมควร ฝากให้สงสารพวกเราบ้างนะครับ ถ้ารักกันจริง ๆ ก็ต้องไม่ส่งเสริมเทปผีซีดีเถื่อนนะครับ

งานที่อยากให้แฟน ๆ ช่วยกันติดตาม

          ไผ่ พงศธร : ก็คงเป็นอัลบั้มชุดล่าสุดครับ "มีเธอจึงมีฝัน" ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่  5 ของผมแล้ว งานเพลงก็จะเป็นสไตล์ซึ้ง ๆ เหงา ๆ ตามสไตล์หนุ่มบ้านไกลที่มาสู้งานที่เมืองกรุงครับ แต่ว่าก็จะเน้นไปที่ความสมหวังในเรื่องของความรักมากกว่าทุก ๆ ชุดที่ผ่าน นอกจากนั้นในเร็ว ๆ นี้ก็จะเป็นอัลบั้มที่ผมทำงานร่วมกับศิลปินท่านอื่น ๆ คือเป็นการนำเพลงของพี่ไมค์ ภิรมย์พร มาร้องใหม่ในโอกาสครบรอบ 17 ปีของพี่ไมค์ ที่ใช้ชื่อชุดว่า "น้องร้องเพลงพี่ไมค์" ซึ่งผมมีส่วนร่วมคือร้องเพลงเดี่ยวถึง 4 เพลง และร้องรวมอีก 4 เพลง ซึ่งก็คาดว่าน่าจะวางแผงในเร็ววันนี้ ที่สำคัญสิ่งที่ผมอยากฝากจริง ๆ ก็คือว่าขอให้ช่วยอุดหนุนแผ่นจริงหน่อย ถือว่าสงสารพวกผมก็แล้วกันนะครับ

อยากให้บอกนิยามสั้น ๆ ที่สะท้อนความเป็นผู้ชายที่ชื่อ ไผ่ พงศธร

          ไผ่ พงศธร : คงไม่มีคำคำไหนที่สามารถสะท้อนชีวิตและตัวตนของผมได้ดีเท่ากับคำว่าหนุ่มตามฝันจากบ้านไกลครับ เพราะคำคำนี้ส่องสะท้อนให้เห็นถึงที่มาที่ไปรวมถึงสิ่งที่ผมกำลังเป็นได้ดีที่สุดครับ

           นาทีนี้เชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเรื่องเล่าการเดินตามฝันที่เต็มไปด้วยแรงใจของหนุ่มบ้านไกลคนนี้คงสร้างกำลังใจในวันที่รู้สึกท้อให้แก่สาว ๆ ได้ไม่น้อยเลยล่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย


คิดอย่างไรกับเรื่อง: หนุ่มตามฝันจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
หนุ่มตามฝันจากบ้านไกล ไผ่ พงศธร โพสต์เมื่อ 8 มิถุนายน 2553 เวลา 11:26:16 688 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP