หนิง ปณิตา เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

หนิง ปณิตา

หนิง ปณิตา

เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ หนิง ปณิตา

             ใครจะรู้บ้างว่า วันหนึ่งห้างหรูดังใจกลางกรุงเทพฯ จะพินาศวอดวายด้วยน้ำมือคนไทยด้วยกัน ทำเอาคนที่ต้องทำมาหากินหลายพันธุรกิจ ได้รับผลกระทบหนักบ้าง เบาบ้าง บางคนถึงกับต้องสิ้นเนื้อประดาตัว รวมไปถึงคนบันเทิง ที่มีธุรกิจในห้าง "เซ็นทรัลเวิลด์" ด้วยเช่นกัน บางคนเปิดร้าน มานานแล้วยังพอมีเงินทุนหมุนเวียน แต่สำหรับดาราสาวคนนี้ หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ ไม่ทันจะเปิดร้าน ก็เจ๊ง ซะแล้ว วันนี้ เธอใช้ "ธรรมะ" ทำใจ และพร้อมที่จะยืนขึ้นต่อสู้อุปสรรคอีกมากมายข้างหน้า คุณพร้อมให้กำลังใจเธอแล้วหรือยัง

อัพเดทงานตอนนี้

             หนิง : ตอนนี้สะใภ้เจ้าสัวกำลังจะออกอากาศ แล้วก็มีเพลงรักในขอบฟ้าอีกเรื่องนึง ทางช่อง 3

รับละครค่ายไหนบ้าง

            หนิง : ที่จริงรับทุกค่าย แล้วแต่ผู้ใหญ่จะเมตตา เล่นได้ทุกช่องเลยค่ะ แต่ตอนนี้ที่เล่นอยู่ มีช่อง 3 ของ พีปิ่น ทีวีซีน แม่ก้อย ทาริกา พี่กอบสุข ค่ะ ต้องบอกว่าหนิงโชคดีที่ผู้ใหญ่หลาย ๆ คนให้ความเมตตากับหนิง โดยเฉพาะผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่าน ที่ได้เมตตาหนิงร่วมงานด้วย ต้องบอกว่าอบอุ่นมาก ๆ และหนิงยึดคติว่า เราอย่าไปยึดติดความเป็นดารา ถ้าผู้ใหญ่เมตตาเรา เราต้องมีวินัยของการเป็นนักแสดง คือมันสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นบทอะไรที่ผู้ใหญ่ให้เรามา คือสิ่งที่เราต้องทำกับมันให้เต็มที่

            หนิง : หนิงว่ามันไม่จำเป็นว่าละครของเราทุกเรื่อง จะต้องได้รับบทเด่น บทดี แต่งานของเราจะดี จะเด่นได้ มันอยู่ที่ความตั้งใจในการทำงาน เราจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวละครตัวนี้ยังไงบ้าง หรือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เราเก็บมันได้หมด เราก็จะทำให้ตัวละครตัวนั้นดูดีได้ค่ะ บทในละครสะใภ้เจ้าสัว จะเล่นเป็นคนดีที่มีความร้ายอยู่ จะเหมือนเป็นคนดีที่แบบถูกคนอื่นหลอกใช้ แต่ก็จะไปแว้ดใส่คนอื่น กับสามีเกิดอาการหึง รักเพื่อน ๆ ยุอะไรให้ก็ทำตาม ถ้าเราทำการบ้านดี ก็จะมีหลายมิติ

ได้ข่าวว่าได้รับผลกระทบจาก เซ็นทรัล เวิลด์ ไฟไหม้อย่างแรง

            หนิง : หนิงเตรียมเปิดร้านสกินแคร์มาจากเกาหลี พอจะเริ่มทำก็เจอปัญหาซะแล้ว หนิงไม่ได้มาจากครอบครัวที่รวยมาก่อน หนิงทำงานเก็บเงินเลี้ยงตัวเอง ส่งน้องเรียนมาโดยตลอด พอเก็บเงินได้ก้อนนึงก็อยากเปิดธุรกิจเกี่ยวกับความงามแบบนี้ เงินก้อนที่หนิงเก็บหลายคนอาจจะบอกว่าไม่เยอะ แต่สำหรับหนิงมันเยอะมาก ๆ

หลังจากได้ข่าวว่าไฟไหมเซ็นทรัล เวิลด์ รู้สึกยังไง

            หนิง : ความรู้สึกแรกคือวูบไปเลย เหมือนน้ำตาจะไหล จะร้องไห้ เพื่อนหนิงโทรฯ บอก ตอนที่หนิงอยู่ในงานแต่งงานของนุ่น ณ เวลานั้นเรารู้สึกว่าเราร้องไห้ไม่ได้ เราต้องแยกแยะ เพราะมันไหม้ไปแล้ว หนิงใช้สติควบคุมทุกอย่างเร็วมาก

เพราะอะไรถึงทำใจได้เร็ว

            หนิง : คือตัวหนิงปฏิบัติธรรมมา 7 – 8 ปี ใช้ได้จริง ๆ 2 ปี เองนะคะ คือเวลาเราไปอยู่วัด เราโล่ง เราเบา เราสบาย มีความสุขจังเลย ไม่อยากออกมา แต่จริง ๆ เราต้องทำงาน ต้องอยู่ในสังคมทำแบบนั้นไม่ได้ ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจว่า ที่บอกว่าต้องเอาธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้นั้นคืออะไร เพิ่งมารู้เอาเมื่อสองปีนี้เองว่าคือตัว "สติ" รู้ว่าปัจจุบันคืออะไร อดีตที่ผ่านไปแล้วคืออะไร จะแก้ไขยังไง แก้ไขไม่ได้แล้ว ต้องตั้งต้นใหม่ เป็นกระบวนการคิดที่เร็วมาก ถามว่าวันนี้เครียดอยู่มั้ยก็เครียดนะ          

            หนิง : หนิงลงทุนกับเพื่อน ๆ เป็นสกินแคร์นำเข้าชื่อ "ดร.จาร์ทท์" หนิงลงทุนไปล้านกว่าบาท แต่เพื่อนหนิงลงทุนมากกว่า ณ เวลาที่ยังไม่ได้เข้าไปดูของ ก็ฟุ้งซ่าน แต่พอไปดูก็ไม่ได้เสียหายอย่างที่คิด แต่ช่องทางในการขายที่เราเตรียมเปิดร้านก็จะไม่มี แล้วเราก็ขนของไปเตรียมรอขายที่นั่นมากมาย ลงทุนทุกอย่าง สั่งของสต็อค รับพนักงานแล้ว ทำโฆษณาลงสื่อแล้ว ลงทุนไปหมด ถ้าเราได้ขายได้เปิดร้าน ก็จะมีเงินมาหมุนเวียน แต่พอไม่ได้เปิดทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายหมดแต่ไม่มีเงินรายได้เข้ามา แต่ถ้าจะหยุดก็หยุดไม่ได้

            หนิง : หนิงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีวัตสันให้เอาของไปจำหน่ายครบทุกสาขา จากที่ให้ไม่ครบทุกสาขา จริง ๆ ควรจะเริ่มเดินธุรกิจเมื่อ 2 เกือนก่อนหน้านี้ พอเกิดเหตุการณ์ ทุกอย่างเลยช้าไปหมด ก็ต้องทำใจ และสถานการณ์แบบนี้ ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียว เกิดกับอีกหลายคน หนิงทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว มันคืออดีต จะไปจมอยู่กับมัน มันก็เครียด หลายคนถามว่า อ้าวแล้วจะทำยังไง หนิงก็ตอบว่า มันไม่เป็นไรนี่ กินน้อยหน่อย ตัวเองก็ต้องประหยัดตัวเราเอง เราจนลง จะใช้อะไร ทำอะไรก็คิดเยอะ ๆ และเราห้ามดูถูกตัวเราเอง หนิงเคยรวยมาก่อน ครอบครัวสมบูรณ์มาก่อน แล้ววันนึงก็จนมาก ๆ เคยกินมาม่า อยู่ 20 วัน ช่วงไม่มีงานเลย แต่วงการบันเทิงได้ให้อะไรหนิงเยอะมาก หนิงกลับมาฟื้น มาดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัวได้ พอมีพอกินในระดับหนึ่งไม่ได้เยอะ

            หนิง : แต่วันนึงเมื่อเราได้จนอีก ก็อยู่ได้ ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว มันเกิดขึ้นได้ มันก็ดับไปได้ มันก็ต้องเกิดขึ้นได้อีก อะไรแบบเนี้ย เพียงแต่หนิงไม่ไปท้อกับมัน ถ้าเป็น 5 – 6 ปีก่อนสมัยที่หนิงไม่มีงาน ตกงาน หนิงเครียดมาก อารมณ์เสีย พาลไปหาคนรอบข้าง แต่ก็ยังโชคดี มีคนรอบข้างเข้าใจ เพื่อน ๆ เข้าใจ ตอนนี้เรายิ้มให้กำลังใจตัวเอง ให้กำลังใจคนรอบข้าง เราก็ได้รับกำลังใจ และรอยยิ้มกลับมา มันเหมือนเป็นพลัง

เพื่อน ๆ ในกลุ่มให้กำลังใจไงกันบ้าง

            หนิง : ยังไม่ได้คุยกันมากมายเลย แล้วอีกอย่างนึงมันเป็นทุกข์ของเรา ๆ ก็ไม่อยากให้เพื่อนมาทุกข์กับเราด้วย อย่างนุ่น เพิ่งแต่งงาน ยิ่งไม่อยากให้เพื่อนรับรู้ปัญหาของเรา แต่ถ้าเราทุกข์ต้องการความช่วยเหลือ หนิงเชื่อว่าทุกคนพร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือเรา ตอนนี้แม้แต่คนอื่น ที่ไม่รู้จัก อย่างในเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ก็มีมาให้กำลังใจเยอะมาก ๆ นี่คือมิตรภาพที่ดีที่คนไทยมีให้แก่กันมาตลอด

ตอนนี้ได้เอาของไปขายที่ไหนบ้างหรือเปล่า

            หนิง : ได้ไปขายที่อารีน่า ซอย 10 ทองหล่อของโออิชิ กรุ๊ปค่ะ อยากจะบอกว่านี่เป็นความประทับใจอีกอย่างนึง ที่ขายของมีจำนวนจำกัด แต่คนซื้อเยอะ บางทีเค้าตั้งร้านอยู่แล้ว เรามาทีหลังต้องไปขอแชร์ที่เค้า เค้าจะขยับให้ พอมั้ยน้องหนิง อย่างนั้น อย่างโน้น เค้ามีน้ำใจกันจริง ๆ ทุกคนก็จะช่วยซื้อของกันและกันด้วย ยิ้มให้กัน น่ารักมีน้ำใจกันมาก

แล้วของหนิงขายได้ไหม

            หนิง : ที่นี่ของที่ขายดีเป็นพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อะไรที่เป็นแฟชั่น ของหนิงออกแนวไปประชาสัมพันธ์มากกว่า เพราะเป็นสกินแคร์ หนิงยืนขายเองเลย เป็นพริตตี้เองด้วย ก็มีฟีดแบคจากคนที่ไม่ชอบหนิง สมน้ำหน้าหนิง พูดคอมเมนท์กันในอินเตอร์เน็ตประมาณว่า เรี่มตกอับแล้วเหรอ ต้องมายืนขายเอง สมน้ำหน้า อะไรแบบนี้ ซึ่งหนิงก็คิดว่าหนิงทำอาชีพที่สุจริต

            หนิง : มีเขียนในกระทู้ว่า เราทำตัวเป็นพริตตี้ โฟนเอง หนิงก็คิดว่าพริตตี้ก็เป็นอาชีพสุจริต อายตรงไหน เป็นกระทู้ในพันธุ์ทิพย์ พวกแฟนคลับหนิงเค้าก็โกรธจะเข้าไปลบ ไปต่อว่า หนิงบอกว่าอย่าทำเลย ปล่อยไปเถอะ แต่หนิงดีใจอย่างหนึ่งว่า คนที่เคยมองว่า หนิงไฮโซ หนิงไม่ติดดิน ชอบหรู เกาะเพื่อนกิน (หมายถึงนุ่น วรนุช) จะได้เห็นตัวตนของหนิงซะทีว่า หนิงไม่ได้ยึดติดกับอะไรเลย ไม่ได้เกาะเพื่อน ไม่ได้ต้องเริ่ด ต้องสวยตลอดเวลา แต่เวลาที่ทุกคนเห็นหนิงสวย แต่งตัวตลอดเวลา นั่นก็เพราะเป็นอาชีพของเรา เราเป็นนักแสดงเวลาไปงานก็ต้องให้เกียรติงาน แต่งตัวสวยดูดี ไม่ได้เกี่ยวกับยึดติดอะไร

พี่บิ๊ก ศรุต อดีตคนคุ้นเคย มีโทรฯมาบ้างไหม

            หนิง : หนิงโชคดีมาก ที่เมื่อเลิกกันไปแล้ว เราก็กลับมาเป็นกัลยาณมิตรกัน คุยกันได้ แบบสนิทใจ เพราะใจหนิงจบสนิทแล้วในเรื่องความรู้สึกรักแบบแฟน ณ วันนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออยู่เป็นความห่วง และผูกพัน บางทีหนิงห่วงเพราะพี่บิ๊กเป็นคนมีโลกส่วนตัว

            หนิง : บางทีหนิงไม่ต้องบอกพี่บิ๊กไปรู้ที่อื่นมาว่าหนิงมีเรื่องนั้น เรื่องนี้ ก็จะโทร ฯ มาถามโทรฯมาห่วง แต่ตอนคบกันเป็นแฟนไม่ใช่แบบนี้นะ หนิงเคยโดนด่าในอินเตอร์เน็ตว่าสร้างภาพ สร้างข่าว ไม่เลิกทำเป็นเลิก แต่หนิงบอกได้จริง ๆ ว่า เลิกกันแล้ว เราสองคนคบกันในฐานะแฟน คู่รักกันไม่ได้ แต่เราเป็นกัลยาณมิตรกันได้ ดีกว่าเดิมด้วย คือคู่ของหนิงอาจผิดธรรมชาติที่สังคมทั่วไปอาจมองว่า เลิกกันแล้ว ต้องเกลียดกัน ไม่คุยกัน แต่หนิงกับพี่บิ๊กไม่ใช่ เราดีต่อกันซึ่งหลายคนคงมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ตอนนี้หนิงคิดว่าทุกคนเข้าใจกันดีแล้ว

มาถึงกลุ่มเพื่อนสนิท นุ่น วรนุช เจี๊ยบ ชมพูนุช บี มาติกา บ้าง

            หนิง : หนิงไม่เรียกว่าเป็นเพื่อนสนิทแล้ว ถือเป็นครอบครัว เวลาหนิงอารมณ์ไม่ดี มีเหวี่ยงในกลุ่มบ้าง ทุกคนก็พร้อมให้อภัยและเข้าใจ ไม่มีใครเพอร์เฟ็คใช่มั้ยคะ มาจากต่างครอบครัวกัน และเราก็ต้องมาปรับตัวกัน ที่สำคัญเพราะการที่ในกลุ่มเราปฏิบัติธรรมกัน ก็จะมีมุมมองคล้าย ๆ กัน คือรู้จักที่จะอยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวาง ให้อภัย เข้าใจ มันก็เลยทำให้ชีวิตในกลุ่มค่อนข้างสมบูรณ์ เราจะพูดกันตรง ๆ เมื่อก่อนต่างคนต่างมีอีโก้บ้าง แต่ตอนนี้เราเข้าใจกัน หนิงถือว่าบนความโชคร้ายในเรื่องธุรกิจ เรื่องงาน หนิงมีความโชคดีที่ครอบครัวอบอุ่น ถึงแม้ครอบครัวจะไม่สมบูรณ์ และเพื่อน ๆ ก็ดีมาก ๆ

กระแสข่าวเกาะเพื่อนดังมีเยอะนะ

            หนิง : หนิงเคยโดนถามว่า ทำไมต้องไปออกตัวแทนนุ่นเค้า หนิงอยากจะบอกว่าไม่เคยคิดเกาะเพื่อนดังเลย ความสัมพันธ์ในกลุ่มเราไม่มีใครเข้าใจได้ เวลาที่หนิงเดือดร้อน คนที่พร้อมจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเราทุกครั้ง คือนุ่น บางทีเราทำตัวไม่ดีเพื่อนยังเข้าใจและช่วยเหลือ แล้วเวลาที่เค้ามีอะไรเดือดร้อน เค้าสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่สิ่งที่เราจะช่วยเหลือเค้าได้คือดูแลความรู้สึก ไม่สบายใจอะไรเราพร้อมจะอยู่ข้าง ๆ เค้า เป็นเรื่องของจิตใจ

หนิง ปณิตา

หนิง ปณิตา

กับเจี๊ยบเมื่อก่อนมีข่าวว่าเคยเกาเหลากัน

            หนิง : ใช่ก็มีขัดแย้งกันบ้าง เพราะแต่ละคนมีอีโก้ แต่ตอนนี้เราพร้อมจะปรับจูนกัน ยิ่งเราไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน เคยขออโหสิกรรมกัน ตอนนี้ก็ไม่มีอะไร ส่วนบีเป็นน้องเล็กของกลุ่ม เรามองว่าเป็นเด็ก คือน้อง จะทำอะไรผิด อะไรถูก ก็ยังเป็นน้องช่วยเตือน ๆ ดูแลกันไป ถ้ามีใครมาลุย มาหาเรื่องเรา 4 คน ก็พร้อมจะลุย ซึ่งก็เคยมีนะคะ มีเขียนจดหมายมาด่า รู้ด้วยนะว่าเป็นใคร เป็นระดับนางเอกเลย แต่ไม่ขอพูดชื่อละกัน ถ้าเราไม่มีสติ เราพร้อมลุยกันเลย แต่ตอนนี้คิดซะว่าเป็นบททดสอบอารมณ์ของเรา เราก็จะอโหสิไป แต่คนอื่น ๆ ภายนอกก็บอกว่าเราสร้างภาพกัน ก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ละกัน

มาถึงหนุ่มคนปัจจุบันที่ควงอยู่ เป็นคนนอกวงการ ชื่อพี่เบียร์

            หนิง : ใช่ค่ะ เป็นเจ้าของหนังปลากรอบฮาจิมะ หลายคนนึกว่าเพิ่งเจอกัน แต่หนิงขอบอกว่าเราเคยเจอกันตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว เคยเรียนพิเศษด้วยกัน

แล้วมาตกลงคบกันเมื่อไหร่

            หนิง : พี่เบียร์จะเจอแบบผู้หญิงเจ้าชู้ใส่ตลอด หนิงก็จะเจอพี่บิ๊กเจ้าชู้ใส่ตลอด แล้ววันนึงจังหวะที่เราเลิกกับคนของเรา ก็เป็นจังหวะที่พร้อม ๆ กัน ก็ได้มาคุยกัน

คุยกันนานเท่าไหร่แล้ว ?

            หนิง : ก็นานแล้ว แต่ยังไม่พัฒนาถึงขั้นที่ควรจะเป็น มีอะไรที่ยังจะต้องปรับอีกเยอะ บอกจริง ๆ นะ หนิงไม่โทษอะไรพี่เบียร์เลย เพราะหนิงไม่มีเวลา ไหนจะต้องถ่ายละคร อย่างครีมด๊อกเตอร์จาร์ทท์ หนิงก็ลุยเอง หาข้อมูลเอง เป็นปีเหมือนกัน เราก็จะยุ่ง ๆ แล้วหนิงงกอ่ะ งานอีเว้นท์หนิงก็รับหมด แล้วเค้าเป็นคนนอกวงการ เราเป็นคนในวงการ ความแตกต่างมันชัดเจนมาก ก็เลยยังไม่ได้พัฒนา แต่ ณ วันนี้พี่เบียร์เห็นทุกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากที่เห็นหนิงกับหตุเซ็นทรัลเวิลด์ หนิงก็ต้องไปลุยออกบูธ ออกนู่นนี่คืออะไร เค้าเข้าใจหนิงมากยิ่งขึ้น แต่ช่วงนี้เค้าต้องกลับไปช่วยคุณพ่อเรื่องรีสอร์ทที่เกาะเต่า เค้าก็จะวุ่น เราก็วุ่นของเรา ฉะนั้นเลยไม่ค่อยมีปัญหากัน ทะเลาะกันน้อยลง

แต่ก็ยังคุยกันอยู่ใช่ไหม?

            หนิง : ก็ยังคุยกันอยู่นะ คือยังไม่ได้ถึงขั้นเป็นแฟนกัน แต่สนิทกันมาก คือความรักของหนิงเป็นอะไรที่ละเอียดมาก กว่าจะเปลี่ยนก็ยาก จะรักใหม่ก็ยาก แต่ไม่ใช่กลัวค่ะ แต่ตอนนี้ดีขึ้น ก็ไม่เป็นไร อย่าไปยึดติดกับมัน ถ้าไม่ใช่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ เพราะว่าประสบการณ์จากกรณีพี่บิ๊กสอนให้หนิงรู้ว่าเราจบแล้ว ก็เป็นเพื่อนกันได้ แต่ต้องขอโทษพี่เบียร์จริง ๆ เพราะหนิงไม่พร้อมจริง ๆ

            หนิง : อันดับแรกหนิงไม่ต้องการเกาะผู้ชายกิน แล้วหนิงคิดว่าความเป็นครอบครัวหนิงต้องมั่นคงในหน้าที่การงานก่อน ถ้าไม่งั้นเกิดอะไรขึ้น เลิกกัน หนิงจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงลูก เพราะหนิงตั้งใจว่า ถ้าแต่งงานปุ๊บ หนิงจะมีลูกทันที เพราะหนิงอยากมีลูก หนิงชอบเด็กมาก ทุกวันนี้ครอบครัว หนิง ๆ ยังต้องดูแล หน้าที่การงานในวงการบันเทิงก็ไม่มั่นคง พอหนิงมาทำธุรกิจตัวนี้ก็เกิดปัญหาอีก ท้อมั้ยท้อได้แต่ต้องไม่ถอย

ไม่อยากทำร้านอาหารบ้างหรอ?

            หนิง : คือต้องบอกว่าตัวหนิงเองจะทำอะไรต้องถูกกับเรา ความชอบของเราด้วย อย่างตอนนี้หนิงพูดอะไรเกี่ยวกับความสวยความงามคนก็เชื่อ ถ้าอย่างนั้นเราก็ทำอะไรในสิ่งที่เรามีตรงนี้ดีกว่า อย่างเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ หนิงอยากจะบอกว่าเจอพี่ ๆ มีน้ำใจ ปลื้มน้ำตาแทบไหล พี่ ๆ นักข่าวถามว่าหนิงเดี๋ยวพี่ช่วยลงข่าว พร้อมจะช่วยหนิงจริง ๆ เลยคิดว่าความดีทำไปเถอะ หนิงว่าคบคนเราต้องให้ใจเค้า แล้วเราจะได้ใจเค้ากลับคืนมา อย่างที่เกิดเหตุการณ์นี้นะ เพื่อนก็โทรมาถาม แต่หนิงอยู่ได้ วันนั้นคนที่ยื่นมือมาช่วยคือ นุ่น วรนุช

นุ่นแต่งงานแล้ว หนิงไม่อยากแต่งบ้างเหรอ?

            หนิง : หลังจากนุ่นแต่ง เพื่อนสนิทที่อยู่นอกวงการแต่งอีกสอง ก็มีความรู้สึกอยากที่จะแต่ง แต่รู้สึกว่าเป็นแค่ความอยาก จะแต่งงาน ต้องดูองค์ประกอบ ปัจจัย ความพร้อม อย่างหนิงยังไม่พร้อมเลย เพราะฉะนั้นอย่าไปคาดหวังอะไรมาก

เบียร์กับบิ๊กต่างกันอย่างไร?

            หนิง : คล้ายกันมาก ๆ จะแตกต่างตรงที่พี่บิ๊กอาจจะอาร์ทติสต์หน่อย พี่เบียร์จะเฟรนด์ลี่กว่า เข้าใจอะไรมากกว่า ดูแลรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากกว่า

ไม่เห็นออกงานด้วยกันเลย

            หนิง : เชื่อมั้ยว่ารูปที่บอกว่าเป็นหนูกับพี่เบียร์เนี่ยหนูเครียดมากเลย (ยิ้ม) เพราะไม่เคยมีรูปไหนที่เป็นรูปคู่จริง ๆ เลย เวลาหนิงถ่ายรูปแล้วชอบอัพเฟซบุ๊ค เพื่อนหนิงก็จะเยอะแยะมากมาย เค้าก็จะไปเขียนเป็นพี่เบียร์บ้างอะไรบ้าง เอารูปเก่ามาเขียนบ้าง ก็ช่างมันไม่คิดอะไรมาก

เคยเจอพ่อแม่เค้าไหม?

            หนิง : เคยเจอคุณพ่อค่ะ ก็น่ารักดี แต่ก็ไม่ได้เจอกันบ่อย เพราะคุณพ่อทำรีสอร์ทอยู่เกาะเต่า

            ขอยกประโยคในเพลงของ เจิน เจิน บุญสูงเนิน "ต้องสู้ ต้องสู้ถึงจะชนะ" มาเป็นกำลังใจให้สาวตัวเล็กแต่ใจแกร่งคนนี้ ให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปจนถึงความสำเร็จทั้งเรื่องงาน และเรื่องรัก ด้วยนะ หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก


คิดอย่างไรกับเรื่อง: หนิง ปณิตา เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
หนิง ปณิตา เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โพสต์เมื่อ 10 มิถุนายน 2553 เวลา 12:01:57 84 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP