ชีวิตจริงที่ตลกไม่ออกของ หนูเล็ก ก่อนบ่าย



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการตีสิบ , youtube

           เบื้องหน้ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะ อันเกิดจากความฮาของเหล่าตลกมืออาชีพรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด หนึ่งในนั้นมีสาวน้อยหน้าใหม่ ที่วันนี้เธอได้แจ้งเกิดเป็นตลกหญิงดาวรุ่ง...หลายคนจำเธอได้จากน้ำเสียงและสำเนียงภาษา(ใต้)ที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมุขตลกที่ฝืดบ้าง ขำบ้าง ระคนกันไป แต่เบื้องหลังชีวิตของตลกหญิงคนนี้ไม่ได้ดูสนุกสนานเหมือนรอยยิ้มบนใบหน้าของเธออย่างที่เราเห็นเลยสักนิด 

           หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ หรือชื่อจริงว่า เพ็ญศรี ปิ่นทอง สาวผู้สร้างความฮาที่เรากำลังเอ่ยถึง ต้องยอมรับว่าในระยะหลังมานี้ กระแสของเธอมาแรงตีตื้นไม่แพ้ตลกรุ่นพี่ ๆ เพราะความมีเอกลักษณ์ที่ทำให้หลายคนจำเธอได้ไม่ยาก ประกอบกับความสามารถในการแสดง ทำให้เธอมีงานเข้า ทั้งหนัง และละคร ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้บัญญัติวลีฮิต "ไม่เห็นจะยากเลย ก่าก๊ะ" จนติดปากติดหูผู้ชมละคร "สะใภ้เจ้าสัว" กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง 

           "คือคำว่า ก่าก๊ะ มาจากคำว่า นะคะ แต่พูดให้มันแปลกออกไป เพราะพี่เป็ด เชิญยิ้ม เคยบอกไว้ว่า ถ้าพูดให้น่ารำคาญหรือมีเอกลักษณ์ คนดูก็จะจำเราได้" หนูเล็ก เล่าถึงที่มาของประโยคฮิตประจำตัวเธอ

           หนูเล็ก ก่อนบ่าย เล่าว่า เดิมตนเป็นคนจังหวัดสงขลา บ้านเกิดอยู่ที่ อ.กระแสสินธุ์ เป็นลูกสาวคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 8 คน ครอบครัวฐานะยากจน ทำให้เธอต้องส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย โดยทำงานพาร์ทไทม์หลังจากเลิกเรียน ได้ค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงละ 25 บาท รวมรายได้ต่อวันเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 100 บาท เมื่อหักลบค่าเดินทาง 30 บาท เธอจะเหลือเงิน 70 บาทที่เก็บไว้กินไว้ใช้ ส่วนเงินกู้เรียนจะแบ่งไว้เป็นค่าหอพักที่ออกค่าใช้จ่ายคนละครึ่งกับเพื่อน

           ด้วยรายได้จากน้ำพักน้ำแรงอันน้อยนิด ทำให้อาหารการกินของ หนูเล็ก ก่อนบ่าย ไม่ได้กินอิ่มครบมื้อ หรือถูกหลักโภชนาการเช่นเพื่อนคนอื่น ๆ โดยเธอยอมรับว่า ช่วงชีวิตของการเรียนมหาวิทยาลัย กว่า 2 ปีเต็มที่ท้องของเธอได้รับแต่ข้าวกับไข่เจียวเป็นอาหารหลัก จะกินดีบ้างบางมื้อก็คืออาหารจำพวกเส้นก๋วยเตี๋ยวอะไรทำนองนั้น 

           "หนูทำงานมีรายได้ก็จริง แต่เราก็มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาบ้าง ทำให้บางครั้งเงินก็ไม่พอ เราก็อดมื้อกินมื้อ อย่างช่วงพักกลางวันเรียนเสร็จ มีเงินอยู่ 50 บาท ต้องเก็บไว้เป็นค่ารถไปทำงาน 30 บาท เราก็เลยบอกเพื่อนว่า ลืมหนังสือไว้ที่ห้อง เดี๋ยวเดินกลับไปเอาก่อน ให้เพื่อนกินข้าวกันได้เลย ไม่ต้องรอ คือเราไม่มีเงินพอที่จะกินข้าว แล้วก็ไม่อยากรบกวนเพื่อนด้วย เพราะเรารู้ว่าเขาก็ลำบากเหมือนกัน"

           ทุกครั้งที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน และบางคราวที่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาชีวิต หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ จะมีที่พึ่งเป็นรูปของพ่อกับแม่ ซึ่งเธอนำติดตัวมาด้วย เพื่อสร้างกำลังใจ และคลายความคิดถึงท่านทั้งสอง โดย หนูเล็ก บอกว่า ตั้งแต่มาอยู่กรุงเทพฯ เป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว เธอไม่เคยมีความสุขเท่าอยู่บ้านเลย แต่ก็ไม่เคยท้อ และเธอจะถาม(รูป)พ่อและแม่ก่อนกินข้าวทุกครั้งว่า...พ่อกับแม่กินข้าวหรือยัง กินกับอะไร หนูกินข้าวแล้วนะ กินข้าวกับไข่เจียวอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไร มันอร่อย

           ส่วนจุดเริ่มต้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด นั้น หนูเล็ก เล่าว่า เริ่มจากการที่เธอเห็น เป็ด เชิญยิ้ม ประกาศเปิดรับสมัครค้นคว้าหาดาวตลกผ่านทางรายการทีวี ทำให้จุดประกายความฝันที่เธอชอบร้องเพลง ชอบด้านตลกมาตั้งแต่เด็ก ๆ และเธอก็ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดโครงการดังกล่าว แม้ว่าจะไม่มั่นใจในหน้าตาของตัวเองเลยก็ตาม 

           "ตอนไปประกวดเขาบอกให้ใช้ความสามารถทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองมาประกวด เราก็เลยใส่ชุดมโนห์รามาเต็มที่เลย แต่พอพี่เป็ด บอกให้รำมโนห์ราให้ดู หนูก็บอกว่ารำไม่ได้ค่ะ พี่เป็ดเลยบอกว่า แล้วใส่ชุดมาทำไม จากนั้นก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งระหว่างนั้นกรรมการท่านอื่นก็ให้ร้องมโนห์รา หนูก็พอร้องได้นิดหน่อย และตอนนั้นพี่เป็ดออกมาพอดี แล้วก็เหมือนกับอึ้ง ๆ กับความสามารถของหนู"

           หลังจากที่ได้เข้ามาร่วมสร้างเสียงหัวเราะจนกลายเป็น "หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ" ความสามารถของเธอก็เข้าตาผู้จัดละคร ทำให้มีงานเข้าต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง แฝดนะยะ, ผมไม่อยากเป็นสายลับ, สะใภ้ไม่ไร้สักดินา นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง ยายสั่งมาใหญ่ และผู้ชายหลั่นล้า ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลจากการที่เธอเป็นคนขยัน มุ่งมั่น และตั้งใจกับทุกงานที่ได้รับ เพื่อหวังจะทำงานเก็บเงินได้อย่างที่ปฏิญาณไว้ว่า ชาตินี้จะไม่ขอกลับไปจนอีกแล้ว

           แม้ว่าทุกวันนี้ ชีวิตของ หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ จะเริ่มสบายขึ้น และเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ แต่เธอยืนยันว่าจะยังคงใช้ชีวิตในแบบประหยัดเหมือนเดิมต่อไป และจะตั้งใจทำงาน เก็บเงิน เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับพ่อแม่ และครอบครัว โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ขอให้มีงานตลอดก็พอ

           “อยากให้พ่อกับแม่รอหนูก่อน พ่อกับแม่อายุมากแล้ว อยากให้ท่านดูแลตัวเอง กินข้าว กินขนมบ้าง ไม่ต้องห่วงเงินไม่พอ หนูจะส่งเงินให้เอง รับรองว่าจะไม่ให้อด....หนูอยากจะกลับไปกอดพ่อกับแม่ค่ะ” คำพูดทิ้งท้าย หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ และทั้งหมดนี้คือตัวตนบางส่วนของเธอ




หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด ในรายการตีสิบ 1/4



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด ในรายการตีสิบ 2/4



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด ในรายการตีสิบ 3/4



หนูเล็ก ก่อนบ่ายคลายเครียด ในรายการตีสิบ 4/4

 

   ร่วมปลุกพลังบวก เปลี่ยนประเทศไทย ได้ที่นี่ค่ะ    



คิดอย่างไรกับเรื่อง: ชีวิตจริงที่ตลกไม่ออกของ หนูเล็ก ก่อนบ่าย ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ชีวิตจริงที่ตลกไม่ออกของ หนูเล็ก ก่อนบ่าย โพสต์เมื่อ 10 กันยายน 2553 เวลา 09:59:38 348 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP