รักไม่ใช่เรื่องง่าย อั้ม วอนอย่าขุดคุ้ย



อั้ม อธิชาติ



พิ้งกี้ สาวิกา


รักไม่ใช่เรื่องง่าย อั้ม วอนอย่าขุดคุ้ย (ข่าวสด)


เรื่อง : สรกนก มานูญวงศ์

          แรกชัดเจนในรักกับนางเอกสาว "พิ้งกี้" สาวิกา ไชยเดช แต่พอเลิกรา พระเอกหนุ่ม "อั้ม" อธิชาติ ชุมนานนท์ กลับถูกมองว่าคลุมเครือ เพราะออมคำไม่ยอมพูดเรื่องรักที่ปิดม่านลง วันนี้สบโอกาสเหมาะ นัดแนะเจ้าตัวมาพูดคุยชนิดเปิดอก ที่ชั้น 21 ของตึกหรูใจกลางเมือง

เห็นว่ากำลังเตรียมซื้อบ้าน?

          อั้ม : ครับ กำลังดูอยู่ แต่ยังไม่รีบ อยากให้ชัวร์ๆ ว่าชอบแน่ อยู่แน่ ที่เริ่มมองหาบ้าน สร้างความมั่นคง เพราะอยากมีคนอยู่เคียงข้าง คนที่ทำให้เรามีความสุขเวลาที่อยู่ใกล้เขา และเขาก็ต้องมีความสุขที่ อยู่กับเรา แต่เท่านั้นคงไม่พอ เราควรมีความมั่นคงในชีวิตอีกหลายๆ ด้าน ดูแลได้ทั้งครอบครัวเราและเขา วันนี้ชีวิตเราไม่ใช่แค่เด็กที่กำลังลองเรียนรู้ผิดถูก หรือกำลังหาประสบการณ์ชีวิต มาถึงวัยนี้วันนี้เราลองไม่ได้แล้ว เรียนแล้วควรจะรู้เลยทำเลย

เรื่องนี้ไม่ถามคงไม่ได้ ความสัมพันธ์กับพิ้งกี้ ที่เคยพูดว่าเป็นคนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นที่จีบน้อง แต่ทำไมถึงคลุมเครือเวลาเลิกกัน?

          อั้ม : ผมยังคงชัดเจนกับความรู้สึก ไม่มีอะไรปิดบัง เมื่อเราเต็มที่ ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยเรารู้ว่าเราได้ทำเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ในรายละเอียดมันประกอบด้วยหลายๆ เรื่อง บางเรื่องจัดการได้ บางเรื่องจัดการไม่ได้ เป็นรายละเอียดที่รู้กันสองคน หลายคนอาจจะมองว่าการที่เราเป็นดารา มองแล้วรู้สึกอิน คาดหวังกับความรักของเราไปกับข่าวที่ได้ยิน แต่สำหรับผมอยากจะบอกว่าเราเป็นคนธรรมดา เป็นมนุษย์ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ซึ่งเหตุผลหรือปัญหาอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดขึ้นกับคู่รักดารา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ทุกคนครับ

ไม่พูดเหตุผลในการเลิกกันก็ใช่ว่าจะจบ แต่กลับถูกขุดคุ้ย?

          อั้ม : อย่าขุดคุ้ยอะไรเลย ถ้าคนที่มีความรักเขาจะรู้ว่า การที่เราจะมีความรักไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คำพูดอาจดูง่าย ถ้ารักก็ทำแบบนี้สิ ถ้าไม่รักก็ทำแบบนั้นสิ แต่ทางปฏิบัติ ความรักมันซับซ้อนมากกว่าที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้




อั้ม อธิชาติ

แต่ถูกมองว่าสงบคำจนผิดสังเกต?

          อั้ม : อย่างที่บอกว่าไม่อยากให้ขุดคุ้ย เพราะเวลาคนสองคนคุยกัน เราอาจจะจบแบบเข้าใจกันแล้ว แต่เมื่อมีสื่อเข้ามาเป็นตัวกลาง ถามไปถามมาจนข้อมูลเปลี่ยน ทำให้เริ่มหันกลับมามองกันแบบมีข้อสงสัย ผมขอย้ำว่าเรื่องความรู้สึกของคนสองคนมันละเอียดอ่อนมาก การที่เราเป็นคนสาธารณะ เวลามีปัญหาจะปกปิดเลยก็ไม่ได้ แต่ส่วนหนึ่งอยากให้เข้าใจ มีบางสิ่งที่เราเองก็บอกใครไม่ได้ เราไม่พร้อมจะให้ใครเอาเรื่องความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของเราทั้งคู่ไปพูดคุยวิจารณ์ ถ้าได้ฟังมันยิ่งจะทำร้ายความรู้สึก

รักจบ แต่ข่าวไม่จบ รู้สึกห่วงพิ้งกี้ที่อ่อนเยาว์กว่าไหม?

          อั้ม : (ถอนหายใจ) ผมเข้าใจว่ายังเป็นจุดสนใจ แต่ผมขอว่าอย่าทำให้คนสองคนต้องรู้สึกแย่ไปจากกันเลย อย่าเอาความรู้สึกที่ร้าวของ คนทั้งสองคนมาล้อเล่น อย่าชี้นำหรือตีให้แตก ไปกว่าเดิม มันจะทำให้เราเจ็บด้วยกันทั้งคู่ สำคัญน้องเขาเป็นผู้หญิง คุณพ่อคุณแม่น้องท่านน่ารัก ให้ความเอ็นดูผมเป็นอย่างมาก นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องดูแล ควรรับผิดชอบในส่วนที่ผมเป็นคนเข้าไป ในชีวิตน้องและครอบครัวตั้งแต่แรก แม้วันนี้เราห่างกัน ผมก็ยังคงเป็นกำลังใจให้น้อง ยังมีความปรารถนาดีให้

ไม่ว่าอั้มจะเริ่มรักหรือเลิกรัก ก็มักมีข่าวเกย์กลับมากวนใจ?

          อั้ม : ผมขอย้ำว่า ผมไม่เคยได้ใกล้เคียงกับคำคำนั้นเลยและไม่เคยเป็น ไม่มีแนวโน้มจะเป็น ไม่ว่าผมจะมีความรักหรือรักไม่ลงตัว มักจะถูกโยนข่าวนี้มาให้เสมอ มันไม่แฟร์ ความจริงคนเรามี 108 เหตุผลกับความรักไม่ลงตัว แต่ทำไมในทุกๆ ครั้งถึงต้องเป็นเพราะเหตุผลนี้มาโยนให้ผมตลอด ถ้าอยากจะแฟร์กับผม อย่าเพราะแค่ฟังคำคนอื่นแล้วเอามาคิด ถ้าจะฟังคำคนอื่นเขาเล่าลือหรือฟังคำเพื่อนบอก ผมขอให้ฟังคำผมบอกด้วยตัวผมเองดีกว่า ผมเป็นผู้ชายเต็มร้อย ผมพูดตรงๆ ไม่ใช่แก้ตัว เพราะผมรู้จักตัวผมเองดีที่สุด เมื่อผมไม่เป็นแล้วพยายามพูดให้ผมเป็นให้ได้งั้นเหรอ ผมว่ามันไม่แฟร์

แล้วรู้สึกอย่างไรที่ถูกว่าเป็นคู่รักพาร์ตไทม์?
 
          อั้ม : มีบ้างที่รู้สึกเบื่อ เพราะตั้งแต่แรกเราไม่มีจุดประสงค์หรือเจตนาที่ไม่ดีกับใคร ทำไมต้องมองเราในเจตนาอื่น ไม่เข้าใจ ทั้งที่ความรู้สึกที่เรามี เราไม่ได้ไปทำร้ายใคร




นัท มีเรีย

หลังเลิกพิ้งกี้ มีข่าวหันมาคบ นัท มีเรีย ตรงนี้เท็จจริงอย่างไร?

          อั้ม : กับคุณนัทรู้จักมานาน โดยผมรู้จัก พี่เต๋า-สมชาย มาก่อน และช่วงหลังมาสนิทกับคุณนัทมากขึ้น ได้ไปทำบุญ ฝากบุญกันอยู่เรื่อยๆ จริงๆ ผมไม่สามารถตอบอะไรได้ในตอนนี้เลยว่าต่อไปจะเป็นยังไง ไม่มีใครรู้อนาคต ตอนนี้ผมแฮปปี้กับชีวิตตรงนี้ กับผู้คนรอบข้าง ในวันหนึ่งผมก็อยากมีคนเข้ามาเป็นกำลังใจ ถ้าในวันหนึ่งที่ผมมีความชัดเจนมากพอ ผมก็จะตอบให้ฟัง

มุมมองความรักในวันนี้ วัยนี้ เป็นอย่างไรบ้าง?

          อั้ม : ความรักสำหรับผมยังคงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามีความรักที่ดี มีกำลังใจที่ดี ก็จะช่วยผลักดันให้เราทำในสิ่งที่ดีๆ ได้ และเราก็อยากเป็นคนดี มีความรับผิดชอบที่ดี เพื่อที่จะทำความรักของเราดี ในวันหนึ่งถ้าเราได้เจอใครที่รู้สึกว่าเขาดี เรารักเขา และเขาพร้อมเป็นกำลังใจให้เรา เราก็ต้องพร้อมดูแลเขา ไม่ใช่ต้องเจอใครก่อนแล้วค่อยรู้สึกว่าพร้อม ในวันนี้เราต้องพร้อมกับตัวเองก่อน ต้องทำให้เรารู้สึกว่าเราดีก่อน ก่อนที่เราจะกล้าเอาคนดีคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต

มีอะไรอยากจะบอกไหม?

          อั้ม : ถ้าใครอยากจะถามเรื่องนี้กับผมอีก ผมขออนุญาตว่า ผมไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว ขออย่าได้ถามคนนู้นทีคนนี้ทีเพื่อที่จะให้เรื่องมันมีอะไรอีกเลย เพราะเวลาเราเจ็บ คนอื่นไม่ได้เจ็บ แต่เราต่างหากที่เป็นผู้รู้สึก เท่านี้ที่ผมอยากจะบอกครับ




อั้ม อธิชาติ

ละครเรื่อง "หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น" ถูกมองว่าหยิบมาออกอากาศสู้กับ"รุกฆาต" ทางช่อง 7?

          อั้ม : ผมมองว่าทั้ง 2 เรื่องมันคนละฟอร์มกันครับ คนดูสามารถเลือกชมได้ตามความชอบ เรื่องหน้ากากดอกซ่อนกลิ่น เป็นละครดูเพลินๆ อมยิ้ม แอบตลกที่บทของเมจิ (พิมพ์อักษิพร) กับพี่เปิ้ล-จารุณี ส่วนบทของผมจะอยู่กับนุ่น-ศิรพันธ์ ซะส่วนใหญ่ นุ่นจะเป็นนางเอกที่ดูแมนๆ คอยพาผมหนีเวลาที่ถูกตามล่า ภาพในละครจะดูเหมือนนุ่นเป็นพระเอก ส่วนผมเป็นนางเอก

อั้มเพิ่งเซ็นกับช่อง 3 ต่ออีก 3 ปี หลายคนมองว่าช่อง 3 ให้รางวัลความภักดี ด้วยการผลักดันเขาสู่ตำแหน่งผู้จัดรายการ ประเดิมด้วย "ดิ ไอดอล โปรเจ็กต์ วัน"?

          อั้ม : อย่าเรียกว่ารางวัลเลย เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีที่ช่อง 3 มอบโปรเจ็กต์นี้ให้ผมดูแล ผลิตในนามบริษัท ไว้ลาย โซไซตี้ จำกัด ซึ่งรายการจะแพร่ภาพครั้งแรกเสาร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ครับ

งานแสดงล้นมือ แถมมีงานบริหารเข้ามาอีก กับภาระหน้าที่ที่โตขึ้น รู้สึกอย่างไรบ้าง?

          อั้ม : ถือเป็นการฝึกตัวเอง ทำให้เรียนรู้สายงานบริหาร เริ่มจากการบริหาร ตัวเองให้ดีก่อน มีสติ รอบคอบ รู้จักตัวเอง ก่อนจะไปทำงานที่ต้องรับผิดชอบใครหลายๆ คนให้ดี ถามว่าพร้อมมั้ย ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ แต่ถ้าคิดจะทำแล้วก็ลงมือทำเลย และอะไรที่คิด ว่ายังไม่พร้อมก็ต้องทำให้พร้อม ทำให้เต็มที่ครับ

อย่างนี้เขาเรียก "ยิ่งสูงยิ่งหนาว"?

          อั้ม : คงเป็นไปตามคำพูดนั้น แต่สำหรับผมในวันนี้ยังไม่รู้สึกว่าอยู่ในขั้นที่สูงหรือยังไม่ได้รู้สึกหนาวหรือว้าเหว่ แต่รู้สึกว่าเมื่อเราก้าวขึ้นไปเราต้องรับผิดชอบในความคาดหวัง มีความเสี่ยงในหลายด้านเยอะขึ้น โดยที่เราต้องไม่ลืมตัวเองว่า เราอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เมื่อเราพัฒนางาน เราก็ควรพัฒนาจิตใจข้างในไปด้วยครับ



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รักไม่ใช่เรื่องง่าย อั้ม วอนอย่าขุดคุ้ย อัปเดตล่าสุด 2 สิงหาคม 2552 เวลา 17:41:34
TOP
x close