ค้นชีวิต เอ ศุภชัย นักปั้นซุป'ตาร์มือทอง


เอ ศุภชัย


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการคนค้นฅน

          เมื่อพูดถึงนางเอกเซ็กซี่ตัวแม่แห่งวงการบันเทิง นาทีนี้คงไม่มีใครเกิน "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" เช่นเดียวกับเมื่อถามว่า ตอนนี้พระเอกคนไหนคิวทองที่สุด คำตอบที่ว่า "แบรี่ ณเดชน์ คูกิมิยะ" ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และการที่ดาราทั้งสองคนสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง สั่งสมชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทองมาได้มากมายเช่นนี้ "คนเบื้องหลัง" อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการส่วนตัวก็มีส่วนผลักดัน และหยิบยื่นความสำเร็จให้เหล่าซุปเปอร์สตาร์ไม่น้อย

          ว่าแต่...หน้าที่ของผู้จัดการส่วนตัวซุป'ตาร์อย่าง "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" คืออะไรบ้าง และทำไม "เอ ศุภชัย" ถึงได้เข้ามาเป็นผู้จัดการซุปเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้ วันนี้เราลองไปค้นชีวิตในอีกแง่มุมของผู้จัดการมือทองคนนี้กันดีกว่าค่ะ

เอ ศุภชัย

          ในสองสามปีที่ผ่านมานี้ เชื่อได้เลยว่า ใครที่สนใจติดตามข่าวบันเทิงคงจะได้เคยเห็นหน้าค่าตาของ "เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร" ผู้จัดการดาราเงินล้านที่มีรายได้ฟู่ฟ่าไม่แพ้ดาราในสังกัดของเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่กว่าที่ "เอ ศุภชัย" จะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของชีวิตมีรายได้หลายสิบหลายร้อยล้านอย่าง ณ วันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า เขาผ่านอะไรในชีวิตมาอย่างโชกโชน

          เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร เติบโตมาในสังคมชนบทที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านของเขาทำสวนยางพารา แต่ไม่มีทั้งไฟฟ้าใช้และไม่มีถนนตัดผ่าน การเดินทางไปโรงเรียนแต่ละครั้งก็แสนยากลำบาก เพราะต้องเดินไปขึ้นรถสองแถวที่ขับฝ่าฝุ่นแดง ๆ ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงเรียนในตัวเมือง

เอ ศุภชัย

          เอ ศุภชัย บอกว่า ตอนเด็ก ๆ เขาใฝ่ฝันจะเป็นดาราให้ได้ จึงพยายามดิ้นรนทุกทางเพื่อจะได้ก้าวเข้าอยู่ในแสงไฟของวงการบันเทิง แต่ทว่าเป็นเพราะทางบ้านไม่มีใครเห็นด้วย และไม่มีใครยอมรับอาชีพในวงการบันเทิงเลย สุดท้าย เอ ศุภชัย จึงต้องเลือกเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตามใจพ่อ และก็ได้เดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

          การก้าวเข้ามาสู่กรุงเทพมหานครแห่งนี้เอง เป็นการเปิดประตูสู่วงการบันเทิงให้กับ เอ ศุภชัย หลังจาก เอ ศุภชัย ได้มาพักอาศัยอยู่กับน้าสาวของยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี ที่เป็นญาติห่าง ๆ กัน และได้เข้ามาเล่นบทตัวประกอบในโฆษณารวมทั้งละคร โดยได้รับค่าแรงเพียงสามร้อยบาทบ้าง ห้าร้อยบาทบ้าง แต่ทุกบาททุกสตางค์ เอ ศุภชัย ก็เก็บไว้ส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ แต่นี่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะหลังจากนั้น เอ ศุภชัย ก็ได้เริ่มผันตัวเป็นคนหาตัวประกอบให้น้าแทน และก็ได้เป็นพี่เลี้ยงให้ ยุ้ย ปัทมวรรณ ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงอยู่ในช่วงนั้น พร้อมกับซึมซับวิธีการทำงานในวงการบันเทิงมาเรื่อย ๆ

          จากนั้น เอ ศุภชัย ก็ได้นำเงินที่เก็บหอมรอมริบออกมาใช้ ด้วยการเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้ตัวเอง ซึ่งเขาบอกว่าการมาที่อังกฤษครั้งนี้ทำให้ได้รู้จักคนอื่น ๆ มากขึ้น รวมทั้งดาราลูกครึ่งที่น่าจะมีแววในอนาคตหลายคน ก่อนที่เขาจะกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" ซึ่งเป็นเพื่อนด้วยกันมา และก็ได้ทาบทาม "ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ" ที่เป็นเพื่อนรุ่นน้องของเขาเป็นรายต่อไป สุดท้ายแล้ว เพราะการผลักดันของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้หนุ่มป๋อได้แจ้งเกิดเป็นพระเอกประดับช่อง 7 สีสมใจ

เอ ศุภชัย

          และจากนั้นมา เอ ศุภชัย ก็เริ่มหานักแสดงเข้าสังกัดมากขึ้น และปลุกปั้นดารารุ่นใหม่มาตลอดนับสิบปี จน ณ วันนี้ เอ ศุภชัย ปั้นดาราระดับตัวแม่ตัวพ่อมาประดับวงการบันเทิงมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ, ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เมย์ เฟื่องอารมย์, ปู ไปรยา สวนดอกไม้, ธาวิน เยาวพลกุล, เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ, ณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก ปริญ สุภารัตน์ ฯลฯ

          เอ ศุภชัย เล่าว่า กว่าที่จะหาเพชรมาเจียระไนได้สักเม็ดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเดินสายดูตัวทั่วประเทศ แม้กระทั่งข้ามประเทศก็ยังมี พอเห็นใครหน้าตาดีหน่อยก็เข้าไปคุยกับเด็กและพ่อแม่ของเด็ก โดยอธิบายให้เขาเข้าใจว่า จะพาลูกพาหลานมาเลี้ยงดู แล้วปูทางไว้สำหรับการก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิง นั่นจึงทำให้วันนี้นักปั้นมือทองคนนี้มีเด็ก ๆ ในสังกัดเก็บไว้แทบทุกจังหวัด แถมยังบอกด้วยว่ามีให้เลือกทุกแนว

          "อย่างชั่วโมงนี้พี่ปล่อย ณเดชน์ (คูกิมิยะ) มาก่อน ถ้าคนอื่นเอาใครออกมาแล้วดัง พี่เอก็เอาเด็กที่ฟักไว้ออกมาประชัน ซึ่งมีเยอะ ทุกแนว ขึ้นอยู่ว่าตอนนี้ตลาดดาราต้องการเทรนด์ไหน หน้าไทย เกาหลี พี่เลี้ยงไว้หมด อย่างชื่อ ถ้าไม่เพราะ ไม่อินเทรนด์ ไม่แปลก ก็เปลี่ยนให้เลย ไม่ต้องไปดูหมอดูพระวัดไหนทั้งนั้น หมอเอนี่แหละแม่นที่สุดแล้ว" นักปั้นร้อยล้าน บอกอย่างอารมณ์ดี

เอ ศุภชัย

          และการที่รับเด็ก ๆ เข้าสังกัดจำนวนมาก ก็ทำให้ เอ ศุภชัย ต้องสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้รองรับดาวรุ่งดวงใหม่ในอนาคตโดยเฉพาะ ซึ่งราคาของบ้านที่สร้างใหม่ก็เหยียบ 50 ล้าน แถมยังมีห้องส่วนตัว 4 ฤดูให้กับพระเอกระดับซุปเปอร์สตาร์อย่าง เวียร์-มาริโอ้-ณเดชน์ ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ ภายในบ้านก็ยังมีห้องแต่งตัว ห้องซ้อมเดินแบบไว้สำหรับเรียนรู้บุคลิกภาพ เรียนการแสดง เรียนร้องเพลง และทุก ๆ อย่างที่จะเป็นบันไดก้าวสู่วงการบันเทิงในอนาคต เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เตรียมพร้อมสำหรับปั้นดาวรุ่งดวงใหม่เข้าสู่วงการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบจริง ๆ

          "พี่จะดูความสามารถของเด็ก เด็กแต่ละคนจะถนัดหรือเหมาะสมกับบางงาน เราต้องมองและผลักดันให้เขาเป็น เราต้องรู้จักตัวตนของเขาว่าเขาชอบอะไร ทำอะไรแล้วจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด" เอ ศุภชัย บอกถึงแนวทางการปั้นดินสู่ดาว

          การปั้นดาวแต่ละดวงของ เอ ศุภชัย ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย เพราะเขาเป็นคนลงทุนให้ทั้งหมด บางคนต้องไปจัดฟันใหม่ หรือพาไปศัลยกรรมไกลถึงเกาหลี จ้างเทรนเนอร์มาสอน ค่าอาหารเสริมบำรุงสุขภาพร่างกาย รวมทั้งค่าอาหารการกินในแต่ละวันที่หมดไปถึงหลักหมื่น และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เขาก็มองว่า ทั้งหมดนี้เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนอนาคตของคน ๆ หนึ่งที่ดูแล้วคุ้มค่า แม้ว่าจะมีบางคนที่เถลไถลไปจาก เอ ศุภชัย บ้างก็ตาม แต่ เอ ศุภชัย ก็ไม่ได้คิดมาก แถมยังมองโลกในแง่ดีด้วยว่า "การที่เด็กไปของเขาเองดีกว่าเราเป็นคนทิ้งเด็กไป"

          "พี่เหมือนกับเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่ให้นกบินมาทำรัง พอนกโตแล้ว บินได้ บินไปที่ไหนก็แล้วแต่ ก็หวังว่าสักวันอาจจะกลับมาเยี่ยมต้นไม้ต้นนี้บ้าง" คำพูดประโยคนี้ของ เอ ศุภชัย คงบ่งบอกถึงตัวตนของผู้จัดการมือทองคนนี้ได้เป็นอย่างดี

เอ ศุภชัย

          ผู้จัดการมือทองยังบอกด้วยว่า เวลาเห็นเด็กในสังกัดที่ปั้นมากับมือเฉิดฉายอยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ ก็อดที่จะมีน้ำตาแห่งความอิ่มเอิบปลาบปลื้มใจไหลออกมาไม่ได้ เพราะเขาจะนึกย้อนไปในอดีตว่าสมัยนั้นเด็กคนนั้นผ่านอะไรมาบ้าง และทุ่มเทเหนื่อยกายแค่ไหน กว่าจะมาเป็นอย่างทุกวันนี้

          "มันเป็นความฝันของพี่เอด้วย ที่อยากเป็นดาราแล้วตัวเองทำไม่ได้ เราก็เปลี่ยนมาทำในสิ่งที่เราทำได้และเหมาะกับเรา พอเราทำให้คนอื่นเป็นได้ เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย พี่สอนเด็กเสมอว่า คุณอย่าคิดว่าถ้าคุณเจอกำแพงข้างหน้า แล้วคุณยังดิ้นรนข้ามมัน คุณต้องมองหาทางอื่นที่ทำให้ไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันโดยไม่ต้องปีน ก็คือต้องใช้สมองด้วยไม่ใช่ใช้แต่กำลังอย่างเดียว" เอ ศุภชัย บอก

          และด้วยมุมมอง ความคิด และความสามารถที่ไม่ธรรมดาของ เอ ศุภชัย ก็ทำให้เขาสามารถพลิกชีวิตของใครหลาย ๆ คน ขึ้นสู่บันไดแห่งความฝันไปทอแสงเจิดจรัสอยู่ในวงการบันเทิงได้สำเร็จ ขณะที่ยังมีอีกหลายคนกำลังเดินอยู่ระหว่างทาง และใกล้จะถึงเส้นชัยที่ เอ ศุภชัย กำลังปูทางไว้ให้แล้วเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็คงต้องรอให้ถึงเวลา และโอกาส เพื่อที่ดาวรุ่งดวงใหม่จะพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าเหมือนรุ่นพี่ ๆ ซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต




คลิป คนค้นฅน ถอดรหัสชีวิต เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารา 1/4


คลิป คนค้นฅน ถอดรหัสชีวิต เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารา 2/4


คลิป คนค้นฅน ถอดรหัสชีวิต เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารา 3/4


คลิป คนค้นฅน ถอดรหัสชีวิต เอ ศุภชัย ผู้จัดการดารา 4/4





คลิกอ่านความเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ







คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก