7 วิธีปลูกผม สำหรับคนไม่อยากหัวล้าน

ทรงผม



7 วิธีปลูกผม สำหรับคนไม่อยากหัวล้าน (นิตยสาร APPEAL)

โดย นพ.ถนอมกิต เพราะสุนทร  แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช

          ปัญหาหัวล้านหรือผมร่วงเป็นอีกอย่างที่คุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งนั้น ที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ชายจะเริ่มร่วงในบริเวณหน้าผากไล่สูงขึ้นไปและบริเวณกลางกระหม่อมไล่ลงมา ส่วนในผู้หญิงจะร่วงแค่บริเวณกลางกระหม่อมเพียงอย่างเดียวจึงทำให้เห็นชัดในบริเวณแสกผม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมบริเวณท้ายทอยจะยังคงมีอยู่เสมอ เพราะเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดและไม่มีผลจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์นั่นเอง

          Hair Cycle

          การเจริญเติมโตของเส้นผมในช่วงแรกจะเรียกกว่า ANAGEN เป็นระยะของการเติบโตของเส้นผม หลังจากนั้นก็จะโตไปอีก 2-3 ปี แล้วเข้าสู่ระยะพักที่เรียกว่า Catagen และในระยะสุดท้ายก็จะเข้าสู่ระยะเสื่อมเราจะเรียกว่า Telogen ซึ่งนาน 2-3 เดือน แล้วก็จะหลุดร่วงออกไป ไม่นานก็จะมีผมเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่ และจะวนอยู่เช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อเวลาที่คนเราอายุเพิ่มขึ้นอัตราการทำงานของผมก็จะเปลี่ยนไป ระยะจะหดสั้นลงและร่วงเร็วขึ้น ปริมาณผมที่เกิดจะน้อยลงและตายเร็วขึ้น โดยทั่วไปจะเริ่มมีปัญหาเส้นผมหลุดร่วงตามช่วงอายุ โดยอายุ 30 ปี จะพบประมาณ 30% ช่วงอายุ 40 ปี จะพบได้ประมาณ 40% นั่นคือจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการผมบางนั่นก็คือ เรื่องของกรรมพันธุ์ร่วมกับความเครียดและการขาดสารอาหาร เป็นต้น

          ตรวจสุขภาพก่อนทำการรักษา

          เริ่มต้นการรักษาผมร่วงนั้นแพทย์จะเริ่มโดยการตรวจร่างกายก่อนเสมอ ว่าคนไข้มีโรคประจำตัวหรือไม่ เพื่อจะได้รักษาได้อย่างตรงจุด เพราะหากมีโรคประจำตัวบางโรคอยู่อาจทำให้ผมไม่ขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะทำการเจาะเลือดโดยเน้นที่การวัดระดับของฮอร์โมนทุกตัวในร่างกาย เพราะเมื่อผู้หญิงหรือผู้ชายอายุมากขึ้นฮอร์โมนก็จะค่อย ๆ ต่ำลงไปด้วย ทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน กล้ามเนื้อฝ่อลง รวมถึงเส้นผมจะอ่อนแอด้วย ซึ่งการปรับระดับฮอร์โมนก็จะสามารถช่วยให้เส้นผมดีได้ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นแพทย์จะตรวจเรื่องของโรคหนังศีรษะ ว่ามีปัญหาอะไรที่ทำให้ผมร่วงได้หรือไม่ โดยจะทำการเช็กสภาพหนังศีรษะทั้งหมด หากไม่มีปัญหาใดแพทย์ก็จะเริ่มการวิเคราะห์เส้นผมด้วยการใช้เครื่อง Total Hair Diagnosis System เมื่อส่องเข้าไปจะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงความหนาแน่นของผม สภาพผม ปริมาตรผมในปัจจุบัน เก็บไว้เพื่อเป็นข้อมูลแล้วทำการรักษาให้ตรงกับอาการ

         1. กินยารักษาผมร่วง

          สำหรับวิธีรักษาแบบนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผมร่วงอันเนื่องมาจากกรรมพันธุ์ ซึ่งจะใช้ตัวยาที่ได้รับการรับรองโดยอ.ย.ของไทยและต่างประเทศ นั่นคือ กลุ่มผู้ชายจะรับประทานกลุ่ม Finasteride ยาต้านกรรมพันธุ์ที่จะช่วยขัดขวางเอนไซม์ที่มีผลทำให้ผมร่วง โดยจะรับประทานควบคู่กับยากระตุ้นเส้นผม Minoxidil ซึ่งมีผลให้เส้นผมงอกตัวเร็วและหนาขึ้น

             ข้อดี : แทบจะไม่พบผลข้างเคียง ทำให้การทำลายเส้นผมจากกรรมพันธุ์หยุดลง เริ่มเห็นผลภายใน 3 เดือน

             ข้อเสีย : ยากลุ่มนี้จะไม่เหมาะสำหรับผู้หญิง เพราะยาจะไปรบกวนระบบการทำงานของฮอร์โมนในผู้หญิง อาจทำให้มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ หรือขนขึ้นมากผิดปกติตามร่างกายได้

         2. Hair Treatment รักษาผมร่วง

          วิธีนี้เหมาะสำหรับกลุ่มผู้หญิงที่มีปัญหาผมร่วง ส่วนใหญ่จะรักษาควบคู่ไปกับการกินวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งทรีทเม้นท์ตัวนี้จะมี 4 ขั้นตอน เริ่มจากการทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพูยา แล้วใช้เครื่องน้ำแรงดันสูงล้าง ขั้นตอนที่สอง ใช้เคมีใส่ที่ผมเพื่อลดการอุดตันของหนังศีรษะ ขั้นตอนที่สาม ใส่ทรีทเม้นท์เข้าไปเพื่อช่วยในการปรับสภาพผมให้ผมแข็งแรงขึ้น แล้วใส่น้ำยาที่ต้านเอ็นไซด์ DHT (Dinydrotestonsterone) เพื่อช่วยบล็อกฮอร์โมน ที่ทำลายเส้นผม และขั้นตอนสุดท้าย ใช้คลื่นอัลตราโซนิกเพื่อกระตุ้นหนังศีรษะ และเลเซอร์ เน้นแสงสีแดงเพื่อเพิ่มการดูดซึมของยา และกระตุ้นหนังศีรษะร่วมด้วย

             ข้อดี : ไม่ต้องรับประทานยา และสามารถกำจัดสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ขึ้นได้โดยตรง และไม่มีผลข้างเคียง โดยจะทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผมจะเริ่มดีขึ้นในเดือน 2-3 และไม่มีข้อจำกัดในการทำ

             ข้อเสีย : อาจจะต้องใช้เวลาในการทำต่อครั้งค่อนข้างนาน ต้องมารับการรักษาที่ศูนย์เท่านั้น

         3. การฉีดยาเพื่อหยุดผมร่วง

          เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงอย่างรุนแรง เช่น ผู้หญิงหลังตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีการผ่าตัดแล้วผมร่วงเป็นกำมือ การรักษาจะใช้เครื่องอัดน้ำยาเข้าไปที่หนังศีรษะ โดยน้ำยาที่ใช้มี 2 ประเภท คือ Hair Loss Control ลดการหลุดร่วงของผมทันที หรือในบางคนจะใช้ Platelet Rich Plasma Therapy (PRP) ซึ่งเป็นสารสกัดจากเกล็ดเลือด หรือว่าใช้สารสกัดจากพวกสเต็มเซลล์มาช่วยด้วย

             ข้อดี : เห็นผลเร็ว ช่วยลดผมหลุดร่วงได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

             ข้อเสีย : เหมาะกับคนที่ผมร่วงฉับพลันมากกว่า

         4. การเติม Hair Fiber ปิดหนังศีรษะ

          การเติมแฮร์ไฟเบอร์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องไปออกงานหรือทำธุระที่อาจต้องอาศัยภาพลักษณ์ให้ดูดี โดยจะใช้ไฟเบอร์โรยให้ทั่วบริเวณหนังศีรษะ ไฟเบอร์จะไปเกาะกับผมจริงที่มีอยู่ และช่างจะค่อย ๆ แต่งทรงของไฟเบอร์ให้เข้ากับผมเดิมดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

             ข้อดี : สะดวก ไม่ต้องรอเวลานาน เห็นผลทันที

             ข้อเสีย : ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่ผมจริง เหมาะสำหรับคนที่จำเป็นต้องการเสริมบุคลิกให้ดูดีแบบเร่งด่วน

         5. การทำ Hair Synthetic

          เหมาะกับคนไข้ที่มีแผลผ่าตัด หรือบางคนมีปัญหาหนังศีรษะแล้วร่วงเป็นหย่อม ๆ ไม่อยากจะไปปลูกผม วิธีนี้จะใช้ผมเทียมปักลงไปบนหนังศีรษะ มีเส้นผมหลายขนาด หลายสีให้เลือก เพื่อให้เหมือนกับผมจริงที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุด การทำจะฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวดขณะปักผมเทียม โดยยึดที่หนังศีรษะด้านล่าง

             ข้อดี : อยู่ได้นานถึง 1 ปี สามารถซ่อมแซมได้หลังหลุดร่วง

             ข้อเสีย : เหมาะกับคนที่ต้องการแก้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมเทียมที่ใส่เข้าไปจะมีความยาวเท่าเดิม

         6. การใช้เลเซอร์กระตุ้น

          กลุ่มนี้จะเน้นการกระตุ้นผมให้มีการเติบโตเร็วขึ้น เพิ่มเลือดที่มาเลี้ยงตัวเส้นผม ก่อนการยิงเลเซอร์ทุกครั้งจะต้องทำทรีทเม้นท์ก่อน โดยยิงทีละจุดบนหนังศีรษะ ยิงเฉพาะส่วนผมที่บาง ยิงเพียง 2 สัปดาห์ละครั้ง โดยประมาณใช้เวลาการยิงแค่ 5 ครั้ง

             ข้อดี : เหมาะทั้งผู้ชายและผู้หญิง ช่วยกระตุ้นเร็วกว่าการทำทรีทเม้นท์เพียงอย่างเดียว

             ข้อเสีย : ยิงเฉพาะส่วนที่บาง อาจไม่เหมาะนักสำหรับคนที่ร่วงค่อนข้างมาก

         7. ปลูกผมด้วยเครื่องอัตโนมัติ

          วิธีการผ่าตัดปลูกผมแบบเก่าอาจใช้เวลานาน 6-8 ชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างนานและยุ่งยาก แต่ปัจจุบันจะมีเครื่องมือปลูกผมอัตโนมัติ ซึ่งจะทำหน้าที่ดึงผมบริเวณท้ายทอยโดยครอบเข้าไปที่เส้นผมและดึงออกมาทีละเส้น และหลังจากนั้นแพทย์จะทำการเจาะผิวหนังเพื่อเตรียมหนังศีรษะบริเวณที่ต้องการปักผม แล้วนำผมมาปักในบริเวณที่ต้องการได้เลยทันที

             ข้อดี : เร็วกกว่าการผ่าตัดปลูกผมแบบเก่า รากผมไม่ขาด ไม่มีรอยแผลเป็น

             ข้อเสีย : มีราคาค่อนข้างสูง





  เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

   คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่ค่ะ        






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ISSUE 22



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก