:: search ::
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

บายศรีสู่ขวัญ…วันวิวาห์

พิธีบายศรีสู่ขวัญนั้นจะจัดให้มีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับประเพณีของแต่ละท้องถิ่น เชื่อกันว่าการทำขวัญมักจะทำกันในช่วงสำคัญของชีวิต ซึ่งในวันแต่งงานก็นับว่าเป็นช่วงสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตก็ว่าได้ ที่นิยมกันมากก็เห็นจะเป็นทางเหนือและทางอีสาน ซึ่งพิธีเหล่านี้นับวันจะหาดูได้ยากเต็มทีในงานแต่งงานของคนกรุง โดยมากพิธีบายศรีสู่ขวัญจะกระทำหลังจากเสร็จพิธีรับสินสอดทองหมั้นหรืออาจะรวมอยู่ในพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษก็ได้ ขั้นตอนการทำขวัญก็จะแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อดั้งเดิม

พิธีบายศรีสู่ขวัญแบบง่ายๆ ที่ทำกันอยู่ก็จะเริ่มจาก  เจ้าสาวจะจับพาขวัญตรงหน้าเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าบ่าวจะจับพาขวัญตรงหน้าเจ้าสาวโดยไขว้อยู่ด้านบนเรียกว่า “สู่ขวัญกลับก่าย” คือ แขนท้าวก่ายแขนนาง หลังจากสู่ขวัญเสร็จแล้วพราหมณ์ก็จะปอกไข่  ตัดไข่ตามยาวด้วยเส้นผมแล้วทำนายจากไข่ต้มนั้นโดยจะมีแม่ใหญ่ซึ่งมีคุณสมบัติดีงามได้แก่ สามียังมีชีวิตอยู่แข็งแรง และรักใคร่กันดี  ครอบครัวสมบูรณ์เป็นสุข เป็นผู้ที่ได้รับการเคารพนับและอยู่ในศีลในธรรม ทำพิธีป้อนไข่  โดยเอาไข่ซีกบนกับปั้นข้าวเหนียวเล็กๆ ใส่ไว้ที่มือขวาเพื่อป้อนเจ้าบ่าว และเอาไข่ซีกล่างกับปั้นข้าวเหนียวขนาดประมาณเท่ากันใส่ไว้ที่มือซ้ายเพื่อป้อนเจ้าสาวขณะที่ป้อนให้เอามือขวาอยู่ข้างบน  แล้วหลังจากนั้นให้เจ้าบ่าวเอาไข่ซีกบนนั้นป้อนเจ้าสาว  และให้เจ้าสาวเอาไข่ซีกล่างนั้นป้อนเจ้าสาว ซึ่งในการป้อนไข่ต้องกินและกลืนจริงๆ ห้ามคายออกมาเด็ดขาด

หลังจากนั้นก็จะมีการผูกขวัญแก่บ่าวสาว  โดยให้ญาติและแขกผูกข้อมือคู่บ่าวสาว  พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนผูกให้เจ้าบ่าวและพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะผูกให้เจ้าสาว  จะผูกมือเดียวหรือทั้งสองมือก็ได้ และอาจจะผูกเส้นเดียว, 3  เส้น หรือ 5 เส้นก็ได้ ทั้งนี้ 3 เส้น หมายความถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วน 5 เส้นหมายถึงพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ โดยรวมแล้วการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญในวันแต่งงานขึ้นอยู่กับความพอใจของคู่บ่าวสาวมากกว่า แต่ก็นับว่าเป็นพิธีสิริมงคลอีกหนึ่งพิธีที่มีเสน่ห์ในตัวเองอยู่ไม่น้อยสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดี

พิธีรับไหว้

ในพิธีแต่งงานจีนเขามีการยกน้ำชา ส่วนคนไทยก็มีพิธีรับไหว้เพื่อแสดงความคารวะนบนอบต่อบิดามารดาและบรรดาญาติผู้ใหญ่เช่นกัน  โดยเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะกราบลงพร้อมกันที่หมอนสามครั้งถ้าผู้รับไหว้เป็นบิดามารดาหรือผู้หลักผู้ใหญ่ แต่หากเป็นญาติคนอื่นๆ ก็จะกราบหนึ่งครั้งโดยไม่ต้องแบมือ จากนั้นจึงส่งพานดอกไม้ ธูปเทียนให้  พ่อแม่ก็จะรับไหว้และให้ศีลให้พรแก่คนทั้งคู่

หลังจากรับไหว้ผู้ใหญ่ก็จะใส่เงินในพานให้บ่าวสาวเพื่อเป็นเงินทุนขั้นตอนนี้ญาติพี่น้องอาจจะสมทบทุนเพิ่มให้ด้วยตามอัธยาศัย  ต่อจากนั้นก็ช่วยกันนำถั่วงาและแป้งมาประพรมอวยพร

ตักบาตรร่วมขันผูกพันความรัก

การตักบาตรของคู่บ่าวสาวในสมัยก่อนนั้นจะให้ตักกันคนละทัพพีแต่ในปัจจุบันนิยมตักทัพพีเดียวกัน  ไม่ใช่เพื่อประหยัด  แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นการทำบุญร่วมกัน  เกิดชาติหน้าฉันใดจะได้กลับมาคู่กันอีก นอกจากนั้นยังเชื่อว่าถ้าใครจับที่คอทัพพี คนนั้นก็จะได้เป็นใหญ่เหนือคู่ของตนที่จับอยู่ที่ปลายทัพพี วิธีแก้เคล็ดในเรื่องนี้ก็คือผลัดกันจับที่คอทัพพี  ทั้งคู่จะได้เป็นคู่ชีวิตที่มีความเท่าเทียมกัน  คู่บ่าวสาวอาจมีการตักบาตรร่วมกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นหลังจากวันแต่งงาน  แต่ต้องทำติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 วัน, 7 วัน หรือ 9 วัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่

รดน้ำสังข์…หลั่งความสุข

พิธีรดน้ำสังข์ถือเป็นการอวยพรความสุขให้คู่บ่าวสาว  โดยพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่จะรดให้เจ้าสาวก่อนแล้วจึงรดเจ้าบ่าวในระหว่างนี้เพื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จะคอยยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลังเคล็ดลางเกี่ยวกับพิธีรดน้ำสังข์ก็มีเช่นกัน คือ หลังจากเสร็จพิธีแล้วหากฝ่ายใดลุกขึ้นยืนก่อนก็จะสามารถอยู่เหนือกว่าคู่ของตนเหมือนดังความเชื่อในเรื่องตักบาตรของบ่าวสาวนั่นเอง

สมัยโบราณพิธีแต่งงานจะไม่มีการรดน้ำสังข์ แต่จะมี “พิธีซัดน้ำ” ซึ่งพระสงฆ์จะเป็นผู้ทำพิธีโดยการตักน้ำมนต์ในบาตร ซัดสาดใส่คู่บ่าวสาวบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็จะแกล้งนั่งห้อมล้อมให้คู่บ่าวสาวนั่งเบียดชิดกันซึ่งบางทีก็ซัดน้ำกันจนเปียกปอนไปตามๆ กัน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
wedding.co.th

Tags: ,

2 Responses to “บายศรีสู่ขวัญ…วันวิวาห์”

  1. เจ้าบ่าวในอนาคต Says:

  2. อาทิตยา นาคปลื้ม Says:

    เจ้าสาวคนสวยเราคนสวยดีใจด้วยนะ

    ขอให้มีความสุขมี่สุดมากเยย เราขอให้มีความสุขนะจะ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ

ความคิดเห็นที่ส่งมาจะอัพเดททุกๆเวลา 9.00 13.00 และ 17.00 นะคะ