:: search ::
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

ปัญหาเด็กไทยยุคไอที ว่ายน้ำไม่เป็น จมน้ำตาย ยอดพุ่ง!


“เด็กอายุ 1-14 ปี เสียชีวิตประมาณ 3,300 คนต่อปี คิดเฉลี่ยเดือนละประมาณ 280 คน ช่วงเดือน เม.ย.มีเด็กเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ประมาณ 400 คน รองลงมาได้แก่เดือน มี.ค., พ.ค., ต.ค. ตามลำดับ ซึ่งเป็นช่วงเด็กปิดเทอมใหญ่และปิดเทอมกลาง สาเหตุเกิดจาก เด็กจมน้ำเสียชีวิต มากที่สุด !!”

นี่เป็นข้อมูลสถิติการเสียชีวิตของเด็กไทยเมื่อปี 2551 ของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

จากข้อมูลนี้…ที่ว่า “เด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด” นั้น คือจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กอันดับ 1 ร้อยละ 47 สูงกว่าอันดับรองคืออุบัติเหตุจราจร ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 25 เกือบเท่าตัว !!

ทั้งนี้สถิติปีที่แล้วเด็กไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 4 คน เด็กอายุ 1-4 ขวบ มักจมน้ำใกล้บ้าน อายุ 5-6 ขวบขึ้นไปมักจมน้ำในบ่อ หนอง คลอง บึง สระว่ายน้ำ ในชุมชนหรือหมู่บ้าน ซึ่งบางส่วนก็พลัดตกและจมน้ำ

สถิติข้างต้นบ่งชี้ว่ายุคนี้ “จมน้ำตาย” เป็นภัยสำคัญของเด็กไทย
ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่ายุคนี้ “เด็กไทยว่ายน้ำไม่เป็นมากขึ้น!!”

ฉายภาพเด็กไทยยุคปัจจุบันว่ายน้ำไม่เป็นมากขึ้น ด้วยการเปิดเผยข้อมูลการวิจัยของหัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ที่ว่า… ในจำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากการจมน้ำนั้น “ว่ายน้ำไม่เป็นถึงร้อยละ 50-80″ ซึ่งก็ทำให้เด็กจมน้ำเสียชีวิตได้ง่ายๆ

และฉายภาพ “เด็กไทยยุคปัจจุบันว่ายน้ำไม่เป็นมากขึ้น…จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเพราะการจมน้ำมากเป็นอันดับ 1″ ด้วยการมี โครงการเด็กไทยว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้ ร่างกายแข็งแรง เกิดขึ้น โดยศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก สถาบันการ พลศึกษา สสส. ซึ่งจากข่าวเห็นว่าจะมีการพุ่งเป้านำร่องที่ 10 จังหวัดที่มีสถิติการเกิดเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด

10 จังหวัดที่ติดอันดับเกิดเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด ประกอบด้วย… เชียงใหม่, พิษณุโลก, อุดรธานี, ชัยภูมิ, กระบี่, ชุมพร, นครปฐม, สุพรรณบุรี, ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ

ถามว่า… อะไรเป็นสาเหตุทำให้เด็กไทยปัจจุบันว่ายน้ำไม่เป็นมากขึ้น…จนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตเพราะจมน้ำมากเป็นอันดับ 1 ?? ทั้งๆ ที่ไทยก็เคยได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่น้ำ เคยมีแหล่งน้ำรูปแบบต่างๆ อยู่ดาษดื่นทั่วไป ผู้คนเคยใช้ชีวิตใกล้ชิดติดน้ำอย่างแนบแน่น และเคยมีภาพเด็กๆ เล่นน้ำ-กระโดดน้ำให้เห็นชินตา ตอบได้ว่า… เพราะทั้งแหล่งน้ำ ทั้งสภาพครอบครัว-สังคมไทย มันเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็น…อย่างมาก !!

กับเรื่องนี้ สมพงษ์ ชาตะวิถี อธิการบดีสถาบันการพลศึกษา บอกกับ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า… เรื่อง “โอกาส” หรือ “ประสบการณ์” มีความสำคัญมากที่จะทำให้เด็กว่ายน้ำเป็น แต่ “สภาพสังคมปัจจุบันพ่อแม่ครอบครัวไทยสามารถให้เวลา-ให้โอกาสแก่เด็กได้น้อย” รวมถึงโรงเรียนที่สร้างบรรยากาศให้เด็กเรียนรู้การว่ายน้ำ มีสระว่ายน้ำ-มีการสอนว่ายน้ำ ก็ไม่ได้มีอยู่ทั่วไป ขณะที่เรื่องสถานที่ หรือแหล่งน้ำ ที่จะให้เด็กได้หัดว่ายน้ำก็เปลี่ยนไปตามสภาพบ้านเมือง แหล่งน้ำ ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ได้ลดน้อยลงไปมาก

“สมัยก่อนเด็ก ๆ ได้หัดว่ายน้ำในคู คลอง หนอง บึง ใกล้บ้าน ซึ่งมีมาก น้ำใสสะอาด มีบรรยากาศดี แต่ปัจจุบันมันเปลี่ยนแปลงไปมาก นอกจากจำนวนแหล่งน้ำธรรมชาติที่ลดลงแล้ว แหล่งน้ำที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็สกปรก เน่าเหม็น เต็มไปด้วยเชื้อโรค จึงไม่มีใครกล้าลงไปเล่นน้ำ หัดว่ายน้ำให้เด็ก ต้องไปตามสระว่ายน้ำที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าเป็นเด็กที่ไม่มีฐานะ ก็เป็นปัญหา”

สมพงษ์บอกอีกว่า… อีกสาเหตุที่เด็กไทยว่ายน้ำไม่เป็น จมน้ำเสียชีวิตมาก ทั้งที่ยุคนี้ก็มีการสอนว่ายน้ำ เพราะไม่มีครูสอนว่ายน้ำที่ดีมีความรู้ ซึ่งการเรียนว่ายน้ำนั้นต้องสอนทั้งการว่ายน้ำ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ไปพร้อมๆ กัน ครูสอนว่ายน้ำเก่งๆ จะสร้างบรรยากาศการว่ายน้ำให้เด็กสนุก ซึ่งมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ว่ายน้ำไม่แข็ง-ว่ายน้ำไม่เป็นเพราะไปเรียนว่ายน้ำแล้วไม่สนุก เรียนแล้วสำลักน้ำ 2-3 ครั้งก็เลิก หรือเรียนแค่ว่ายพอเป็นก็ไม่เอาแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ถูก ถ้าการเรียนว่ายน้ำได้ครูสอนดีๆ จะเป็นกิจกรรมที่สนุกมาก

“และทุกวันนี้ก็มีกิจกรรมอื่นที่เด็กรู้สึกสนใจกว่าว่ายน้ำ เช่น เล่นเกม ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะเป็นกิจกรรมที่อาจทำให้เด็กห่างเหินจากครอบครัวและสังคม” …อธิการบดีสถาบันการพลศึกษาระบุ

ด้าน ดวงใจ บุญใหญ่ เลขาธิการสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ และที่ปรึกษาสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เสริมว่า… สาเหตุที่เด็กว่ายน้ำไม่เป็น จมน้ำเสียชีวิต เพราะไม่มีครูสอนว่ายน้ำที่ถูกต้อง ไปหัดกันเอง การเสียชีวิตนั้นมีทั้งในคู คลอง หนอง บึง และเสียชีวิตในสระว่ายน้ำเพราะไม่มีการ์ดดูแลอย่างถูกต้อง-ใกล้ชิด

“เด็กและน้ำเป็นของคู่กัน ซึ่งยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ สุดท้ายส่วนหนึ่งก็ต้องเสียชีวิต ซึ่งเด็กที่จมน้ำตายยุคนี้ส่วนมากกลับกลายเป็นลูกชาวบ้านทั่วๆ ไป ที่ไม่ค่อยมีฐานะ ที่ไม่ได้เรียนว่ายน้ำในโรงเรียน” …เลขาธิการ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ และที่ปรึกษาสมาคมว่ายน้ำฯ ให้ข้อสังเกตที่น่าคิด

สังคมเปลี่ยน-แหล่งน้ำเปลี่ยน…เด็กไทยว่ายน้ำไม่เป็นกันมาก
อยากจะว่ายน้ำเป็น…ยุคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับเด็กไทย
ต่อให้มีสระ-มีสอนว่ายน้ำ…ยังไงก็ต้องมี “เงิน” ด้วย ?!?!?

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Tags:

Leave a Reply