การ์ด…ความประทับใจ ที่มิอาจลืม




การ์ด…ความประทับใจ ที่มิอาจลืม (I Do)


          ในวันสำคัญอย่างวันแต่ง งานที่ต้องจัดการดูแลองค์ประกอบต่างๆ ให้เรียบร้อย สิ่งหนึ่งที่ต้องรีบจัดการเป็นอันดับต้นๆ คือเรื่องของการ์ดเชิญและของชำร่วย ซึ่งเป็นเหมือนด่านแรกและด่านสุดท้ายในการสร้างความประทับใจ จึงต้องใส่ใจและพิถีพิถันกันเป็นพิเศษ

ด่านแรก "การ์ดเชิญ"

          เรื่องการ์ดแต่งงานนั้น ในสมัยก่อนไม่มีการแจกการ์ดเชิญอย่างในปัจจุบัน แต่จะเรียกว่า "บอกหมาก" เพราะต้องมีการจัดเตรียมพานจัดหมากจัดพลูจีบเป็นคำ เมื่อไปถึงบ้านก็จะทำการบอกกล่าวเชื้อเชิญว่าจะแต่งงานลูกสาว ผู้ไปบอกหมายส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่หรือตัวแทนฝ่ายเจ้าสาวเดินไปบอกด้วยตนเอง ไปกราบเท้ากันถึงบ้าน ซึ่งในสมัยก่อนจะบอกหมากกินไม่กี่คน เพราะสามารถบอกได้เฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้ๆ และบอกเฉพาะคนสนิทและบุคคลที่เคารพนับถือจริงๆ งานแต่งงานในสมัยก่อนส่วนใหญ่จึงเป็นงานแต่งงานที่มีแขกมาร่วมงานไม่มาก ยกเว้นหากถ้าเจ้าของงานมีฐานะดีก็จะมีญาติมาร่วมงานมากหน่อย

          ต่อมาเมื่อมีการนำเทคโนโลยีด้านการพิมพ์มาใช้ จึงมีการประยุกต์ใช้การแจกการ์ดแทนจนถึงปัจจุบัน "การ์ดแต่งงาน" ถือเป็นปราการด่านแรกที่สามารถบอกกับแขกเหรื่อได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ว่างานแต่งงานจะเป็นสไตล์ไหน เป็นแบบทางการ แบบเป็นกันเอง แบบสนุกสนาน หรือมีธีมพิเศษ อย่างเช่นงานแต่งงานที่เป็นงานเล็กๆ บรรยากาศสนุกๆ จะใช้การ์ดสีครีม เดินลายเส้นสีทองคงไม่เหมาะเท่าการ์ดสีสดใส มีลวดลายสนุกสดชื่น เพราะการ์ดพิมพ์อักษรสีทองจะสื่อความหมายถึงงานแต่งงานแบบเป็นทางการ ซึ่งการ์ดนั้นมีหลายแบบให้เลือกตามความต้องการในทุกรูปแบบของงานแต่งงาน และงบประมาณ

การ์ดเชิญหลากหลาย ในแต่ละร้านมีหลายร้อยดีไซน์ ตามแต่ไอเดียและความเลิศหรูอย่างที่ต้องการ

          แต่ถ้าจะจำแนกการ์ดตามรูปแบบของการ์ดแต่งงานแล้ว สามารถจำแนก ได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้…

          การ์ดสำเร็จรูป (Ready Card)

          เป็นการ์ดเชิญที่ร้านรับพิมพ์การ์ดแต่งงานมีแบบให้เลือกไว้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่แต่ละร้านมีคล้ายกัน มีแบบให้เลือกมากมายหลายแบบ ราคาย่อมเยาว์ การ์ดแบบนี้เปลี่ยนแปลงได้เฉพาะส่วนของข้อความ และสีสันบางจุด เช่น การปั๊มกระดาษฟรอยด์สีทอง สีเงิน สีชมพู หรือสีอื่น เป็นการ์ดแบบที่หาซื้อได้ทั่วไป และใช้เวลาในการผลิตไม่นาน

          ฟิวชั่นการ์ด (Fusion Card)

          ฟิวชั่นการ์ด หรือการ์ดที่ร้านนั้นๆ ออกแบบขึ้นเฉพาะ การผลิตการ์ดเชิญแบบนี้จะใกล้เคียงกับการ์ดสำเร็จรูป แต่มีรูปแบบและลูกเล่นที่ทันสมัยขึ้น ตามแบบที่ดีไซเนอร์ของแต่ละร้านออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ มีแบบหลากหลายให้เลือก เปลี่ยนได้เฉพาะส่วนของข้อความตัวอักษรเหมือนการ์ดสำเร็จรูป แต่มีดีไซน์เฉพาะตัวที่สวยงามหรือมีลูกเล่นเก๋ไก๋มากกว่า ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่การพิมพ์ลงบนกระดาษเท่านั้น แต่ยังสามารถพิมพ์ลงวัสดุพิเศษอื่นๆ อย่างแผ่นไม้ แผ่นพลาสติกใส หรือผืนผ้าม้วนเป็นสารรัก ราคาไม่แพงมากขึ้นอยู่กับดีไซน์และแบบที่เลือก

          การ์ดปรับเปลี่ยนได้ (Custom Made Card)

          การ์ดปรับเปลี่ยนได้เป็นการ์ดที่มีรูปแบบสวยงามร่วมสมัยมากขึ้น และมีส่วนที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามความต้องการได้มากขึ้น โดยแต่ละร้านจะมีแบบไว้ให้เลือกอยู่แล้ว ส่วนที่ปรับเปลี่ยนได้นอกจากข้อความ ได้แก่ สีการ์ด เปลี่ยนรูปในการ์ดบางส่วน แต่ยังมีบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ราคาการ์ดปานกลางถึงสูง ใช้เวลาผลิตนานกว่าการ์ดสำเร็จรูปและโมเดิร์นการ์ด

           การ์ดที่ออกแบบใหม่เฉพาะบุคคล (Personalized Card)

          การ์ดที่ออกแบบใหม่เฉพาะบุคคล เป็นการ์ดที่แตกต่างไม่เหมือนใคร จะออกแบบตามความชอบ ปรับรูปแบบดีไซน์ได้ทุกอย่าง เพื่อให้รูปแบบการ์ดเป็นการ์ดเฉพาะสำหรับงาน หรือ Theme ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของคู่แต่งงานคู่นั้น การทำการ์ดแบบนี้ต้องมีดีไซเนอร์เป็นผู้ออกแบบเป็นพิเศษ จึงมีราคาสูงกว่าการ์ดประเภทอื่นๆ และระยะเวลาการผลิตก็จะนานกว่าประเภทอื่นๆ ด้วย

          ทั้งนี้ หากคุณเป็นคู่บ่าวสาวที่พอจะมีความรู้เรื่องงานศิลปะ อาจลองหาแบบที่ถูกใจจากแมกกาซีน หรือเว็บไซต์ แล้วดีไซน์คร่าวๆ อย่างที่ต้องการ เพื่อให้ได้การ์ดถูกใจเข้ากับ Theme งาน จากนั้นนำแบบไปปรึกษากับร้านที่รับพิมพ์การ์ดแต่งงานโดยตรงว่าจะสามารถทำ ให้ได้หรือไม่ ในราคาเท่าใด หรือจะเลือกแบบที่ร้านมีเตรียมไว้อย่างไหนจะถูกใจกว่า แต่ถ้าสนุกกับการออกแบบการ์ดเอง สามารถทำได้โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม illustrator หรือ Photoshop แล้วนำไปให้ร้านอัดรูปอัดเป็นภาพดิจิตอลให้ในราคาใบละ 3 บาท หรือจะให้เข้ากับยุคดิจิตัล จะส่งเป็น E-Card ให้กับแขกที่อยู่ไกลหรือเพื่อสนิทที่มีเบอร์อีเมลล์ และมั่นใจว่าเปิดเมลล์เป็นประจำก็สามารถทำได้เช่นกัน

          หลังจากเลือกรูปแบบการ์ดได้เรียบร้อยแล้ว การสั่งพิมพ์การ์ดควรเริ่มเมื่อจองสถานที่ได้ และประมาณจำนวนแขกเชิญทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคร่าวๆ ได้แล้ว ซึ่งระยะเวลาไม่ควรต่ำกว่า 3 เดือนก่อนวันงาน ทางร้านการ์ดจะมีแผ่นปรู๊ฟมารให้ตรวจดูความถูกต้องของสี แบบ และข้อความที่จะพิมพ์ลงบนการ์ดก่อนส่งพิมพ์ ซึ่งต้องตรวจทานให้ถูกต้องก่อนค่อยอนุมัติให้พิมพ์การ์ด อย่าลืมถ่ายสำเนาแผ่นปรู๊ฟที่ตรวจทานว่าถูกต้อง แล้วเก็บไว้ สำหรับตรวจสอบหากมีข้อผิดพลาดเมื่อพิมพ์เสร็จ เมื่อได้รับการ์ดที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องตรวจทานความถูกต้องอีกครั้ง หากมีปัญหาจะได้รับแก้ไข

          การ์ดเชิญควรแจกล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ ก่อนวันงานประมาณ 1 เดือน นั่นหมายความว่ารายชื่อแขกทั้งหมดที่จะเชิญมาร่วมงานต้องเสร็จพร้อมก่อน หน้านั้น รวมทั้งต้องตรวจทานตัวสะกด ชื่อ นามสกุล คำนำนามชื่อ ยศตำแหน่งของแขกทุกท่านให้ถูกต้องก่อนพิมพ์หน้าของด้วย อีกเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับคนไทยจะปฏิบัติได้ยากอยู่ซักหน่อย ฉะนั้นก่อนวันงานควรใช้วิธีโทรคอนเฟิร์มแขกตามรายชื่อให้ครบทุกคน หรืออย่างน้อย 80% ช่วง 7-10 วัน ก่อนวันงานอาจขอให้ญาติๆ หรือเพื่อนๆ ช่วยโทรให้เพื่อความอุ่นใจในวันงาน

          เมื่อเราตัดสินใจเลือกแบบการ์ดแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาของการเลือกของชำร่วยที่สวยงามน่าประทับใจสมกับเป็นวันพิเศษ ปัจจุบันมีแบบของชำร่วยสวยๆ ให้เลือกมากมาย แต่จะเลือกแบบไหนให้ถูกใจผู้ให้และผู้รับ บ่าวสาวต้องใช้เวลาในการพิจารณากัน
 

  เคล็ดลับสุขภาพ สุขภาพใกล้ตัว โรคและการป้องกัน คลิกเลย 

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ฉบับเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2552



การ์ด…ความประทับใจ ที่มิอาจลืม โพสต์เมื่อ 23 กรกฎาคม 2552 เวลา 20:13:47 147 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: การ์ด…ความประทับใจ ที่มิอาจลืม ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP