x close

แตงโม นิดา เผยทำไมต้องเข้าไปด่า เอิร์ก เลเดอเรอร์ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง


          แตงโม นิดา เผยทำไมต้องเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่า เอิร์ก เลเดอเรอร์ แจงเข้าใจหัวอก เก๋ กันยกร เพราะเคยคิดสั้นฆ่าตัวตายมาก่อน
แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

          ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟเลยทีเดียว สำหรับกรณีที่นักแสดงสาว แตงโม นิดา เข้าไปคอมเมนต์ฉะ เอิร์ก เลเดอเรอร์ หลังปล่อยเพลงสุดท้ายของ เก๋ กันยกร หรือ เก๋ เลเดอเรอร์ นางแบบดังที่เพิ่งเสียชีวิตไป ว่า เอาฝันของเก๋มาแอ๊บโปรโมตตัวเอง แถมก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยซัดอีกฝ่ายยับที่ลงภาพคู่ฝ่ายหญิงแต่ไม่ได้เขียนแคปชั่นอะไรจนอาจจะทำให้คนคิดไปไกล ซึ่งงานนี้หลายคนก็สงสัยว่า ทำไม สาวแตงโม ถึงเข้าไปคอมเมนต์แบบนั้น รู้จักกับอีกฝ่ายหรือรู้เรื่องอะไรมาหรือเปล่า (อ่านข่าว เอิร์ก เลเดอเรอร์ ปล่อยเพลงสุดท้ายของ เก๋ - แตงโม ซัดยับ ทำมาแอ๊บโปรโมต !!)

          ล่าสุด (19 กันยายน 2561) สาวแตงโม ก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า ในเรื่องคอมเมนต์จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะตนก็เขียนกำกับเอาไว้แล้วว่าตามไปเพราะอะไร แต่ที่ตนรู้สึกเห็นใจก็เพราะตนอยากที่จะเป็นปากเสียงให้กับคนที่เขาเคยฆ่าตัวตาย หรือคนที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว เนื่องจากเขาเหล่านั้นจะมีมุมบางมุมที่คนบางคนยังไม่เข้าใจ และตนก็อยากจะให้สังคมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนที่กำลังจะฆ่าตัวตายมากขึ้น

          ทั้งนี้ การที่ตนตามเข้าไปเผือก เพราะเห็นว่าบางเรื่องราวบางช่วงชีวิตของตนที่คล้ายเขา ตนก็เลยอยากจะช่วยอธิบายแทน ส่วนตัวก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เรายังรู้สึกว่า สังคมยังให้พื้นที่กับคนที่เจ็บช้ำในหัวใจน้อยไปหน่อย จึงรู้สึกว่าตนสามารถพูดแทนเขาได้ตนก็อยากจะพูดเท่านั้นเอง ในฐานะที่เราเป็นโรคเดียวกันและเคยมีความรู้สึกเดียวกัน เพราะถ้าหากเป็นโรคอื่น เราก็สามารถวัดค่าเลือด วัดค่าน้ำตาล หรือค่าอะไรต่าง ๆ และรักษาได้ แต่กับโรคทางจิตเราไม่สามารถวัดได้เลยว่า เสียใจมากเท่าไร รักมากเท่าไร ความรู้สึกแย่มากน้อยเท่าไร เพราะมันไม่มีหน่วยวัดได้บนโลกใบนี้ ดังนั้นถ้าหากเราเข้าใจและเราศึกษาที่จะอยู่กับคนเป็นโรคซึมเศร้า ตนก็มองว่าคนฆ่าตัวตายจะน้อยลงมากเลย

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

เอิร์ก เลเดอเรอร์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aerk lederer เอิร์ก

ล่าสุดเหมือนเราโพสต์ลงอินสตาแกรมในทำนองว่าเสียใจที่คุณพ่อยังไม่เลิกสูบบุหรี่ ?

          แตงโม นิดา : จริง ๆ วันนั้นมันเป็นช่วงก่อนวันเกิดโมไม่กี่วัน แล้วด้วยความที่เราขอคุณพ่อมานานแล้วว่าอยากจะให้คุณพ่อเลิกบุหรี่ เพราะท่านไม่สบายบ่อย และมีหลาย ๆ โรค  และด้วยความที่เราดันเอาความหวังของเราไปไว้ที่เขาเยอะเกินไป คิดว่าเขาต้องเลิกได้ภายในวันเกิดเราแน่ ๆ เพราะว่าโมขอเขามาทั้งชีวิตแล้ว ซึ่งเราก็เห็นเขาพยายามอยู่ แต่วันนั้นพอโมได้เจอที่เขี่ยบุหรี่และมีก้นบุหรี่อยู่ในนั้นด้วย โมก็เลยรู้สึกเสียใจมาก เพราะอย่างที่บอกโมตั้งความหวังไว้มาก ลักษณะมันเลยเหมือนกับลูกสาวน้อยใจพ่อ เจตนาเราคือรักพ่อจริง ๆ เพราะว่าโมขอท่านมาทั้งชีวิตแล้ว แต่หลังจากที่โมโพสต์คลิปนั้นออกไป ก็มีหลาย ๆ คนเข้ามาเตือนโมว่า ให้โมใจเย็น ๆ และให้ดูที่ความพยายามของพ่อดีกว่า อย่าเพิ่งไปดูที่ผลลัพธ์เลย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อพิสูจน์มา มันก็เห็นได้ชัดแล้วว่าพ่อรักโมแค่ไหน ไม่ใช่แค่การที่ท่านไม่เลิกบุหรี่ข้อเดียว จะทำให้โมไปเหมาว่าเขาไม่รักโม มันก็เลยทำให้โมคิดได้ว่าจริงด้วย ฉะนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว เพราะการที่พ่อเลี้ยงโมมาตลอดชีวิต นั่นคือการพิสูจน์แล้วว่าพ่อรักเราจริง ๆ และหลังจากนี้ไปไม่ว่าคุณพ่อจะสูบหรือไม่สูบ โมไม่คาดหวังอะไรแล้ว โมรู้สึกว่าอะไรที่พ่อทำแล้วมีความสุข ก็ให้พ่อทำดีกว่า

ก่อนหน้านี้เราได้เห็นความตั้งใจของคุณพ่อที่จะเลิกบุหรี่ไหม ?

          แตงโม นิดา : ตอนแรกไม่เห็นค่ะ มันเป็นความรู้สึกจับผิดมากกว่า ด้วยความที่เราขอมาทั้งชีวิตแล้ว มันก็ 20-30 ปีแล้ว คอยจับผิดอยู่ตลอดเวลาว่าเมื่อไรจะเลิกให้สักที มันเหมือนเราอยู่กันคนละฝั่ง และในที่สุดพอโมเริ่มถอยกลับมามองตัวเอง แล้วเห็นว่าการที่เขาพยายามเลิก เขาก็พยายามมากแล้ว เพราะเขาเองก็ทรมาน รู้สึกไม่สบายตัว มันเลยทำให้โมคิดได้ว่าเราอาจจะใจร้ายเกินไปหน่อย แต่ทั้งนี้ก็อยากให้ดูที่เจตนาของโมด้วยเหมือนกัน คือโมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้าย หรือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับใคร เพราะเจตนาของโมคือแค่อยากให้พ่อสุขภาพแข็งแรง และอยู่กับโมไปนาน ๆ เท่านั้นเอง แม้เราจะงอแงมากก็ตาม

ได้คุยกับคุณพ่อบ้างไหมว่าทำไมถึงกลับมาสูบอีก ?

          แตงโม นิดา : เราเคยคุยกันมาทั้งชีวิตแล้วค่ะ จนตอนนี้ไม่คุยแล้ว เขาให้คำสัญญามาทั้งชีวิตเลยว่าเขาจะพยายาม หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยเลย คือเราก็ปล่อยเบลอเอง วันนั้นคือพอเราลงคลิปแล้วก็ลบออกเลยไม่ทราบว่าคุณพ่อเห็นหรือไม่เห็น แต่เหมือนโมได้ปลดล็อกในใจโมแล้ว และโมก็จะไม่ขอเขาอีก เพราะคิดว่าเขาก็คงแพลนไว้แล้วเหมือนกันว่าเขาจะลดยังไง โมเชื่อใจว่าพ่อเขากำลังพยายามทำเพื่อโมดีกว่า ฉะนั้นโมจะไม่คุยเรื่องนี้กับคุณพ่ออีกแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้คือเขาสูบหนักมาก ไหนจะกาแฟอีก แต่ตอนนี้ก็ลดลงเยอะแล้ว ช่วงนี้ก็มีกินอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก

แสดงว่าตอนนี้เราก็ไม่น้อยใจคุณพ่อแล้ว ?

          แตงโม นิดา : ไม่น้อยใจแล้ว เข้าใจคุณพ่อแล้วค่ะ ถ้าลูก ๆ บางคนยังเป็นเหมือนโม ยังแอบงอนอยู่ ยังงอแงอยู่ อยากจะให้มองว่าถ้าเขาไม่พยายามเลยเราก็คงงอนได้ ก็ลองให้ไปถามคนรอบข้างก่อนว่าที่ผ่านมาเขาได้พยายามเพื่อเราแล้วหรือยัง อย่ารีบไปตัดสินใจแล้วเสียใจเอง ตอนนี้โมเองจากนี้ไปก็จะพยายามชดเชยเรื่องอื่น ๆ เช่น ถ้าคุณพ่อไม่สบายก็จะขอให้เขาออกกำลังกายเยอะหน่อย และกินอาหารเพื่อสุขภาพเยอะหน่อย อาจจะมีไปปรึกษาแพทย์บ้างแต่ถือความสมัครใจของคุณพ่อเป็นหลัก คือเขาก็รู้ว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง

อัปเดตอาการป่วยของเราบ้าง เพราะล่าสุดบอกรับงานในวงการบันเทิงให้น้อยลง ?

          แตงโม นิดา : จริง ๆ งานวันนี้ก็ถือว่าเป็นงานในวงการ ซึ่งโมก็ยังคงรับปกตินะคะ ส่วนเรื่องละครอันนี้โมต้องขอพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ จริง ๆ เพราะถ้าหากโมยังไม่หายดี เรายังทำงานไม่ได้เต็มที่ โมก็ไม่อยากจะเป็นภาระให้ทุกคนและไม่อยากเอาชื่อเสียงของตัวเองไปแลก ที่ผ่านมาโมก็มีประวัติมาพอสมควรเลยเหมือนกันว่าโมทำงานไม่เต็มที่

ผลกระทบจากอาการป่วยของเราส่งผลกับงานยังไงบ้าง ?

          แตงโม นิดา : โมไม่สามารถยืนนาน ๆ ได้ค่ะ เพราะโมจะเหนื่อยเร็ว หมดแรงเร็ว รวมถึงมีอาการเช้าไม่ตื่น กลางคืนไม่นอน ซึ่งอาการตรงนี้ส่งผลโดยตรงกับงาน เราไปสายกว่าคนอื่น เราก็ต้องไปคุยกับทางกอง คือตอนเช้าจะอ่อนเพลีย แต่ตกกลางคืนจะคึกมาก เราสามารถเลิกกองเที่ยงคืนได้ บางคนก็โอเค แต่บางคนเขาก็ให้เราไม่ได้ เพราะเขาเองก็อยากรักษาสุขภาพเขาเหมือนกัน ฉะนั้นมันจึงชัดเจนเลยว่า นาฬิกาชีวิตโมมันไม่สอดคล้องกับการทำงานของคนทั่วไป เราจึงเกรงใจทุกคน แต่พอมีบทดี ๆ เข้ามาเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เลยต้องขอผู้ใหญ่ว่าขอเริ่มถ่ายต้นเดือนหน้าแทนได้ไหม โมขออนุญาตรักษาตัวเองก่อนในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เกือบ ๆ 6 เดือน ค่อยกลับมาทำงานอีกที ซึ่งเขาก็ได้ปรับแผนให้

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

ทำไมเราถึงเพิ่งจะเริ่มรักษา ทั้ง ๆ ที่มันเกิดมาตั้งนานแล้วและเรื้อรังมานาน ?

          แตงโม นิดา : โมเพิ่งจะทราบค่ะว่าโมป่วยโรคนี้ เพราะก่อนหน้านี้โมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าโมเป็นโรคต่อมหมวกไตล้า แต่เรามีอาการมานานแล้ว ซึ่งในตอนนั้นโมก็คิดว่าเพราะเราเป็นคนขี้เกียจหรือขี้เซาหรือเปล่า แต่พอได้ปรึกษาคุณหมอและรู้ว่าต่อมคอร์ติซอลของโมมันหลั่งผิดช่วงเวลา และเพิ่งจะได้รักษากับคุณหมออย่างจริงจังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง เพราะโมต้องหาหมอที่นัดง่ายและคุยกันให้เข้าใจได้ง่ายมากที่สุด ตอนนี้ยังรอผลเจาะเลือดอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าจะทราบผล ส่วนเรื่องการดูแลตัวเองหลัก ๆ เลยก็คือ ต้องนอนเร็ว ตื่นให้ทันอาหารเช้า และออกกำลังกายบ้าง หลาย ๆ อย่างก็เริ่มดีขึ้น แต่ว่ายังไม่หายขาด ถามว่าจะหายขาดไหม คือมันขึ้นอยู่กับวินัยของเราจริง ๆ

เมื่อก่อนการที่เราขึ้นชื่อว่า มาสาย เป็นเพราะต่อมหมวกไตใช่ไหม ?

          แตงโม นิดา : โมไม่อยากจะไปโทษว่ามันเป็นโรคของเราแบบ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก แต่มันแค่ทำให้เรารู้ว่าเพราะอะไรเราถึงไม่ชอบตื่นตอนเช้า แต่ดันไปชอบทำงานตอนกลางคืน เพราะเอาจริง ๆ ถึงแม้เราจะเป็นโรคอะไรก็ตาม แต่เราก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพ ต้องลุกจากเตียงให้ได้ ฉะนั้นเราจะไปโทษโรคของเราไม่ได้ คนอื่นเขาไม่สบายเหมือนกันแต่ทำไมเขาถึงตื่นได้ เพราะเขาฝืนตัวเองไหว แต่โมใจไม่สู้

อะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดว่า ต้องกลับมารักตัวเองและกลับมารักษาอย่างจริงจัง ?

          แตงโม นิดา : เพราะการที่เราออกมาบอกว่าจะรับงานละครน้อยลงแล้วโมเองก็ใจหาย รวมถึงคนรอบข้างก็เข้ามาช่วยเตือนสติโมว่าเราจะเลิกเล่นทำไม ในเมื่อเราก็ยังเล่นได้อยู่ มันเป็นการดูถูกตัวเองไปหรือเปล่า ไม่เสียใจเหรอโอกาสมันมาแล้ว ถ้าเรากลับมาอีกทีมันอาจไม่เหมือนเดิม ตัวเราเองไม่เท่าไร แต่แฟนคลับก็อยากให้เราเล่นต่อ ตอนนี้ก็เลยพยายามรักษาตัวเองให้หายเร็ว ๆ และกลับมาอีกครั้ง คงไม่ออกและขอเลือกบทนิดหนึ่ง

เอิร์ก เลเดอเรอร์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aerk lederer เอิร์ก

เอิร์ก เลเดอเรอร์ เก๋ กันยกร
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Aerk lederer เอิร์ก

แตงโม นิดาแตงโม นิดา

แตงโม นิดา



แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official

แตงโม นิดา
ภาพจาก Instagram melonp.official



ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แตงโม นิดา เผยทำไมต้องเข้าไปด่า เอิร์ก เลเดอเรอร์ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง โพสต์เมื่อ 20 กันยายน 2561 เวลา 11:23:41 16,409 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP