เก๋ไก๋ สไลเดอร์ โพสต์ชี้แจงข่าวลือได้มรดก 200 ล้านบาท จากการทำประกันชีวิตให้คุณพ่อ ยืนยันไม่เป็นความจริง พร้อมขอตัวแทนประกันหยุดนำเรื่องความสูญเสีย ไปใช้เป็นเครื่องมือ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์ หรือ เก๋ไก๋ สไลเดอร์ โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านอินสตาแกรม ถึงข่าวลือที่ว่า "เมื่อคุณพ่อเสียชีวิตเก๋ไก๋จะมีเงิน 200 ล้านบาท" โดยระบุว่า หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า "เก๋ได้รับมรดกจำนวน 200 ล้านบาท จากการทำประกันชีวิตให้คุณพ่อ" ซึ่งเก๋ไก๋ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าว "ไม่เป็นความจริง" เก๋ไก๋ระบุว่า ตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ยังมีตัวแทนประกันบางคนนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับเธอและครอบครัวไปใช้ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายประกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชื่อเสียงเสียหายมาเป็นปี จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้อแจงความจริง และขอความร่วมมือจากผู้ประกอบอาชีพตัวแทนประกันช่วยแก้ไขให้ถูกต้องด้วย เก๋ไก๋อธิบายข้อเท็จจริงว่า ในปี 2564 เธอซื้อประกันจริง ต่อมาในปี 2566 มีการโพสต์รูปเธอพร้อมเรื่องการทำประกันมรดกเพื่อคนข้างหลัง และเจ้าของโพสต์ได้ขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปแชร์ต่อ ซึ่งเธอก็ตอบตกลง แต่กรมธรรม์ดังกล่าวเป็นประกันชีวิตในนามของเก๋ไก๋เอง ไม่ใช่ประกันชีวิตที่ทำให้คุณพ่อ นั่นหมายถึงหากวันหนึ่งเก๋ไก๋เสียชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ที่เธอระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย หรือน้องชาย จะได้รับเงินตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เพื่อเป็นหลักประกันให้คนข้างหลังใช้ชีวิตต่อไปได้ เธอย้ำว่าเงินก้อนนี้จะจ่ายเมื่อ "เก๋เสียชีวิต" ไม่ใช่เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต และไม่ได้มีเงินประกัน 100 หรือ 200 ล้านอย่างที่คนเข้าใจกัน สุดท้ายนี้ เก๋ไก๋ขอให้ตัวแทนประกันทุกคนที่เคยเผยแพร่ข้อมูลนี้ หยุดนำไปใช้ และลบโพสต์หรือสื่อประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเล่าว่าที่ผ่านมาเธอเลือกไม่ทำอะไร เพราะไม่ได้โฟกัสกับเรื่องราวที่เป็นเท็จ แต่เมื่อเรื่องราวยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อความถูกต้องและปกป้องสิทธิของตัวเอง และเด็ดขาดกับข้อเท็จจริง นับจากวันที่เผยแพร่คำชี้แจงนี้ หากยังพบการนำข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเธอไปใช้โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมการขาย เก๋ไก๋จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ทนายความดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เธอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งกับใคร เพียงอยากให้เรื่องของตัวเองและครอบครัวได้รับความเคารพ และไม่ถูกบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอีก