เป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงล่าสุด เมื่อ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา และ กวินท์ ดูวาล ประกาศยุติสถานะสามีภรรยา ยันไร้มือที่สาม เผยพยายามปรับแก้สิ่งต่าง ๆ เพื่อประคองความสัมพันธ์แล้ว แต่ไม่อาจไปต่อได้ แต่จะยังคงเป็นครอบครัวของ ไซอัล และ วานิลลา ลูกน้อยทั้ง 2 คนเสมอ
ภาพจาก YouTube อโศกมนตรี
ล่าสุด (7 ตุลาคม 2569) พบว่าคลิปสัมภาษณ์เก่า ๆ ที่ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา เคยพูดเรื่องความสัมพันธ์กับ กวินท์ ดูวาล ในรายการต่าง ๆ ได้กลับมาเป็นที่สนใจของชาวเน็ตอีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือคลิปจากรายการ "มนุษย์ที่เรียกว่าผู้ชาย" ทางช่อง YouTube อโศกมนตรี ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 หรือราว 5 เดือนก่อน ซึ่งช่วงหนึ่งมีการพูดถึงปัญหาของสามีในหัวข้อ "ผัวชอบช็อตฟีล"
โดยระบุว่า กวินท์ เป็นคนที่มี "พลังบวกเชิงลบ" ทำให้เธอสามารถอารมณ์ดีแล้วหุบยิ้ม ถ้าวันไหนที่เธอยิ้ม ๆ ก็สามารถทำให้เครียดได้ในวันที่ยิ้มอยู่ พร้อมเผยว่าเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน
ปุ้มปุ้ย เผยว่า ช่วงนี้มีหลายอย่าง คือเลี้ยงลูก 2 คนแล้วมันมีความเครียด ความกดดัน เยอะแยะมากมาย ตอนที่กวินท์อยู่ด้วย เธอที่กำลังเครียดอยู่จึงบอกเขาว่า เราคงอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เพื่อให้เขารับรู้ถึงปัญหาที่เธอกำลังเผชิญ ทั้งความรู้สึกไม่โอเค มีความสุขได้ยาก รู้สึกสิ้นไร้ไม้ตอก และรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ นู่นนี่นั่น
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Remind
กวินท์ จึงหันมาบอกว่า "ไม่นะปุ้ย เธอไม่ได้ดูเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต" ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการให้กำลังใจภรรยา แต่เขากลับพูดต่อว่า "เธอแค่ดูสกปรก"
ปุ้มปุ้ย มองว่าการที่ผู้ชายคนหนึ่งพูดกับผู้หญิงว่าดูสกปรกเป็นคำที่แรง โดยช่วงนั้นเธออยู่ในสภาพหัวฟู ติดกิ๊บ นั่งดูกราฟทอง น้ำมัน และการลงทุนต่าง ๆ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อยู่ตลอด
มีแบบที่เธออาบน้ำออกมา เขาก็ยังบอกให้เธอไปอาบอีกรอบ เธอเลยถามเขาว่าพูดผิดหรือเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เพราะเขาเป็นชาวต่างชาติ แต่กวินท์ยืนยันว่า "เธอดูเหมือนคนไม่อาบน้ำ ทั้งที่เธออาบและแปรงฟันแล้ว เรารู้ แต่ว่ามันดูสกปรก" พร้อมแนะว่าในแต่ละวันเธอควรทำอย่างอื่นบ้างนอกจากนั่งหน้าคอม เพราะจะทำให้ดูหม่นหมอง
ภาพจาก YouTube อโศกมนตรี
ภาพจาก YouTube อโศกมนตรี
ทั้งนี้ ปุ้มปุ้ย เล่าว่า กวินท์มักจะไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม จนกว่าคำพูดนั้นจะถูกเธอเก็บมาคิดจนกลายเป็นปัญหา และรอให้เธอโกรธก่อนจึงค่อยอธิบาย
นอกจากนี้ ปุ้มปุ้ย ยังตั้งคำถามว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะพวกเธอคบกันมานานแล้วหรือไม่ การคบกันมานานเป็นสิบปีอาจทำให้หลงลืมบางสิ่งไป เช่น ความหวาน หรือคำพูดดี ๆ เธอจึงสงสัยว่าตัวเองดูเก่าไปแล้วหรือเปล่า แต่กวินท์กลับตอบว่า "เราชอบของวินเทจ" ทั้งที่เธออยากได้ยินว่าเธอไม่ได้เก่า
ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องการแต่งตัวและแต่งหน้าก็ถูกช็อตฟีลเช่นกัน ปุ้มปุ้ย เล่าว่าปกติเธอเป็นคนมั่นใจ อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาคอนเฟิร์ม แต่ระยะหลังด้วยความที่อารมณ์อ่อนไหว วันหนึ่งกวินท์เปิดตัวอัลบั้มใหม่ และบอกให้เธอไปร่วมงานด้วย เพราะจะมีสื่อมาถ่ายภาพครอบครัวและสัมภาษณ์
ภาพจาก Instagram pantipa.a
เธอจึงยอมลงทุนเช่าชุด เพราะมองว่าเป็นอีเวนต์หนึ่ง ทั้งที่เงินก็ไม่ได้ เมื่อไม่มีช่างแต่งหน้าคนไหนว่าง เธอจึงต้องแต่งหน้าเอง โดยนั่งแต่งตั้งแต่ 11 โมง จนถึงบ่าย 3 โมง ตั้งใจเก็บงานละเอียดให้เหมือนจ้างช่าง เมื่อเห็นว่ากวินท์แต่งตัวเสร็จแล้ว เธอจึงวิ่งไปถามว่า "เธอ... เราแต่งหน้าเอง สวยไหม ?"
เกวินท์หันกลับมาตอบว่า "เหมือนแดนเซอร์"
เเมื่อ เอมี่ กลิ่นประทุม ถามว่า "แล้วทำไงต่ออะ" ปุ้มปุ้ยตอบว่า "หุบยิ้มไง หุบยิ้มในวันที่ยิ้มได้"
ภาพจาก YouTube อโศกมนตรี
ภาพจาก YouTube อโศกมนตรี
พร้อมเล่าว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา เพราะเธอทั้งเช่าชุด และใช้เวลาแต่งหน้าหลายชั่วโมงเพื่อไปงานของเขาด้วยความตั้งใจอย่างมาก จึงคาดหวังว่าเขาจะตอบว่าสวย แต่กลับได้คำตอบว่าเหมือนแดนเซอร์ ทำให้อารมณ์ดิ่งลงทันที แม้กวินท์จะพยายามดึงอารมณ์ของเธอกลับมา ด้วยการหยิบเข็มขัดเงินหรือข้าวของของเขามาประโคมใส่เธอเพิ่ม แล้วบอกว่า "ดูดีขึ้น" แต่ก็ทำให้เธอเสียความมั่นใจไปแล้ว
เมื่อเอมี่ถามว่าเขาตั้งใจหรือไม่ ปุ้มปุ้ยตอบว่าไม่รู้แล้วว่าเขาตั้งใจหรือเปล่า บางครั้งก็คิดว่า "มึงเกลียดไรกูปะ"
ปุ้มปุ้ย มองว่ากวินท์เป็นคนพูดโดยไม่ค่อยคิดอะไร ขณะที่เธอเป็นคนคิดมาก พอเขาพูดอะไรเพียงนิดหน่อยจึงกระทบจิตใจและฝังอยู่ในหัว ไม่ว่าเขาจะพยายามแก้ไขอย่างไร เธอก็จะยึดคำพูดแรก เรียกว่าปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว
ภาพจาก Instagram pantipa.a
ปุ้มปุ้ย เผยว่าเคยคุยกับเขาเรื่องนี้แล้ว แต่กวินท์ไม่ยอมรับ เขาไม่ยอมรับว่าตัวเองพูดจาไม่ดี และคิดว่าเป็นเรื่องปกติ
จนในช่วง 2-3 เดือนมานี้ เธอไม่กล้าได้ยินอะไรจากเขาอีก เพราะกลัวจะกระทบจิตใจ ถึงขั้นไม่กล้าคุยอะไรกับเขาทั้งนี้ เนื่องจากไม่รู้ว่าคำตอบที่ออกมาจากปากเขาจะทิ่มแทงจนเธอรับไม่ไหวหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็ตาม
ปุ้มปุ้ย เล่าว่าเธอถึงขั้นไปพูดกับเขาตรง ๆ แต่กวินท์กลับตอบมาง่าย ๆ ว่า "ก็คิดแค่ว่าเราเป็นคนปากหมาคนนึงไม่ได้เหรอว่ะ" ทำให้เธอได้แต่เงียบ แล้วนำคำนั้นกลับมาคิดต่อว่าหมายความว่าอะไร และสื่อถึงอะไรได้บ้าง
ภาพจาก Instagram pantipa.a






