ภาพจาก เฟซบุ๊ก ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา
ล่าสุด (15 ตุลาคม 2569) ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) ได้ออกมาแถลงถึงกรณีดังกล่าว โดย นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคม เริ่มจากชี้แจงกระแสข่าวว่าทำไมสมาคมตัดสินช้า
"มีกระแสข่าวหลายอันว่าทำไม ร.ย.ส.ท. ตัดสินช้า ขอเรียนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันอาทิตย์ วันจันทร์ผมยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไปเห็นในเฟซบุ๊ก วันพุธผมได้โทร. ติดตามถามผู้จัดถึงเหตุที่เกิดขึ้น และรวบรวมเอกสารส่งมาให้กรรมการพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้น"
พร้อมชี้ว่าผู้จัดผิดพลาดเรื่องการสื่อสารในวันนั้น เพราะการประท้วงต้องจบที่สนามแข่ง ไม่ใช่มาจบที่ ร.ย.ส.ท. ซึ่งเป็นปลายทาง หากตัดสินที่สนามแล้วไม่ยอมรับจึงจะมายื่นประท้วงที่ ร.ย.ส.ท. แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจึงจำเป็นต้องเรียกกรรมการเข้ามาดู สอบถามเรื่องกติกาที่ใช้ และกติกาที่ต่างประเทศกำหนดว่ารถรุ่นนี้ทำอะไรได้บ้าง
"ถามว่าวันนี้ผิดไหม ผิด เพียงแต่ ณ ตอนนี้เราไม่ใช่ผู้จัด เป็นการประท้วงเทคนิคว่าผิดหรือไม่ผิด เรามีคำตอบคือผิด"
จากนี้ทาง รยสท. จะส่งผลกลับไปให้ผู้จัดประกาศผลการแข่งขัน เพราะหน้าที่ของสมาคมคือดูแลเรื่องกฎกติกาเท่านั้น ไม่มีอำนาจตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม และต้องสอบถามทีมที่ทำว่า "ในเมื่อกฎกติกาห้าม ทำไมถึงทำ"
นายพฤฒิรัตน์ ชี้ว่า เขามีสเปกกำหนดอยู่แล้ว เราพิสูจน์ได้จากเลขเครื่องอะไรต่าง ๆ เพียงแต่อันที่เปลี่ยนเข้าไปมันไม่ตรงกับรุ่นที่เขากำหนด เพราะเป็นการแข่งแบบ One Make Race ซึ่งหมายถึงเครื่องยนต์ต้องเหมือนกันหมดทุกคัน ตนจะไม่บอกว่ามันแรงหรือไม่แรงขึ้น เอาเป็นว่ามันผิดกติกา
นายพฤฒิรัตน์ อธิบายด้วยว่า การตรวจสภาพรถที่สนาม ก่อนแข่งส่วนมากตรวจแค่ภายนอก ไม่ได้ตรวจภายใน เมื่อแข่งขันเสร็จจึงเรียกรถอันดับ 1-3 มาตรวจ แล้วพบความผิดปกติ ซึ่งควรตัดสินกันที่สนามตั้งแต่เกิดเหตุ แต่เรื่องกลับถูกส่งมาที่สมาคม
"การตัดสินควรอยู่ที่โน่น เพราะเหตุเกิดที่โน่น ตอนนี้กลายเป็นลัดขั้นตอนกันหมดเลย"
ส่วนจะต้องแข่งใหม่หรือไม่ ตัวแทนสมาคมบอกว่าคงไม่ใช่ แต่ผู้จัดต้องไปตัดสินใจต่อ เมื่อทางสมาคมระบุแล้วว่าผิดกฎทางเทคนิค
หลังจากนี้คงต้องมีคณะกรรมการสอบสวนต่อว่าใครเป็นคนทำ และทำด้วยเหตุผลอะไร แต่ด้วยอำนาจของสมาคมไม่สามารถลงลึกไปถึงขั้นลงโทษช่างที่ทำได้ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้จัดที่จะกำหนดกติกาเหล่านี้
"กีฬาแข่งรถมีการประท้วงบ่อย แต่อันนี้ที่ผิดพลาดคือเขาข้ามขั้นตอน ซึ่งผมไม่รู้ว่าข้ามมาได้ยังไง เอาเป็นว่าในกฎระเบียบ อันนี้ต้องจบที่สนาม หลังจากนี้เราต้องมีการพูดคุยกับผู้จัดว่าจะแก้ไขเหตุการณ์ต่อไปยังไงในอนาคต"
นายพฤฒิรัตน์ ย้ำว่า สมาคมไม่ได้นิ่งเฉยกับเหตุการณ์นี้ แข่งรถเป็นกีฬาความเร็ว เกิดอุบัติเหตุบ่อย การทริกกี้ก็มีทุกอาทิตย์ ทุกรายการ ซึ่งก็ตัดสินกันไปตามหน้างาน ส่วนผู้จัดจะแจ้งให้ทำหน้าที่ของผู้จัดก่อน และกรณีนี้จะเป็นอีกเคสที่ต้องนำมาพูดคุยเรื่องมาตรฐานการจัดการแข่งขัน
ทั้งนี้ ตัวแทนสมาคมระบุว่า น้องพายุยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้
"ผมเชื่อว่าพ่อแม่น้องพายุคงไม่ติดใจ ผมว่าเขาแค่อยากให้ลูกมาแข่งขัน ผมเชื่อว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอคติต่อกัน แต่ในการแข่งขัน การประท้วงเป็นสิทธิ์ของทุกคน ผมคิดว่าเมื่อเกิดเรื่องแล้วก็ขอความชัดเจนมากกว่า ผิดก็คือผิด"
ภาพจาก เฟซบุ๊ก DT Motorsport
ภาพจาก เฟซบุ๊ก DT Motorsport






