ลูกสาวเปิดใจ ถูกทัวร์ลง เล่าอีกมุมของพ่อ
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
น.ส.จารุทรรศน์ เล่าว่า แม่ของเธอหย่าขาดกับพ่อตั้งแต่ปี 2523 เพราะพ่อมีผู้หญิงใหม่ ในวันที่หย่ากัน พ่อตกลงว่าจะส่งค่าเลี้ยงดูเธอเดือนละ 700 บาท แต่ไม่เคยทำตามข้อตกลงเลยตั้งแต่เดือนแรก จนกระทั่งปี 2530 แม่ได้แต่งงานใหม่ และพ่อเลี้ยงเป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดูเธอมาจนแม่เสียชีวิตเมื่อปี 2562
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ลูกสาวลุงโยธินเล่าต่อว่า ที่ผ่านมาคุณอา ซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อ ได้เช่าบ้านให้พ่ออยู่แถวร่มเกล้า หาข้าวหาปลาให้กิน และมีเงินให้ใช้ ไม่ได้ลำบากอะไร ตนเองก็สบายใจที่มีอาคอยดูแล จนกระทั่งมาเห็นการสัมภาษณ์ล่าสุด ที่พ่อบอกว่าติดต่อลูกไม่ได้ คิดถึงลูกมาก ไม่ได้เจอลูกนานแล้ว และตัวเองไม่มีบ้านอยู่ ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร ทั้งตัวเธอ น้องสาว และคุณอาที่คอยดูแลพ่อมาตลอด กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์
ทั้งนี้ เธอระบุว่ากำลังติดต่อไปยังอดีตภรรยาคนที่ 2 ของพ่อ ซึ่งย้ายไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ เพื่อขอคลิปเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของพ่อที่มีต่ออดีตภรรยา จนอีกฝ่ายต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อเปิดข้อเท็จจริงอีกด้านให้สังคมรับรู้ พร้อมอยากให้สังคมเปิดใจรับฟังข้อมูลจากฝั่งครอบครัวบ้าง เพราะความจริงแล้วครอบครัวของอา ๆ ดูแลพ่อเป็นอย่างดี และตั้งคำถามกลับว่า ใครกันแน่ที่ทอดทิ้งใคร
น้องสาวยันดูแลมาตลอด ลั่นไม่รับกลับมาอีก
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
โดยยืนยันว่าข้อมูลที่พี่ชายให้สัมภาษณ์ไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนพร้อมด้วย น.ส.อรนุช อายุ 66 ปี, น.ส.ยุวดี อายุ 65 ปี และน้องชายที่อยู่ภาคใต้อีก 1 คน ได้รวบรวมเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแต่ละคน มาเป็นค่าใช้จ่ายดูแลพี่ชาย ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว ค่าน้ำ และค่าไฟ โดยขอเพียงเงินเบี้ยผู้สูงอายุของลุงโยธินจำนวน 700 บาท มาสมทบเป็นค่าเช่าที่พักเท่านั้น หากมีค่าใช้จ่ายใดขาดเหลือ ตนจะออกให้ทั้งหมด รวมถึงค่ารักษาพยาบาลอาการป่วยทางจิตเวชของลุงโยธินด้วย
น.ส.มรกต เล่าต่อว่า ก่อนเกิดเรื่อง ลุงโยธินออกจากบ้านไปเพียง 2 วัน โดยบอกว่าจะไปทำงานที่วัดสวนแก้ว ตนยังให้เงินติดตัวไป 300 บาท ต่อมาตำรวจ สภ.บางใหญ่ ได้โทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งตนก็ยืนยันชัดเจนว่าเป็นน้องสาวแท้ ๆ จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีข่าวออกไปว่าพี่ชายไม่มีญาติพี่น้อง
หลังเกิดกระแสข่าว น.ส.มรกต พยายามโทรศัพท์ติดต่อ ผอ.ฟ้า หลายครั้งแต่ไม่มีผู้รับสาย จึงเรียกร้องให้ ผอ.ฟ้า ยุติการให้ข่าวว่าลุงโยธินไม่มีญาติพี่น้อง ทั้งที่ทุกคนยังให้ความช่วยเหลือมาตลอด พร้อมฝากถึงพี่ชายว่าอายุมากแล้ว ควรปรับปรุงนิสัยเดิม ๆ และเห็นใจน้อง ๆ ที่คอยดูแล
ทั้งนี้ หากวันหนึ่งลุงโยธินไม่สามารถอยู่กับมูลนิธิของ ผอ.ฟ้า ได้ และต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัว น.ส.มรกต ยืนยันว่าจะไม่รับกลับมาดูแลอีก เพราะเสียใจที่พี่ชายไม่เห็นคุณค่าของน้อง ๆ และให้ข้อมูลบิดเบือนจนครอบครัวถูกประณาม
ลุงโยธินแจง ไม่เคยพูดว่าน้องสาวทิ้ง
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ต่อมา ผอ.ฟ้า ได้สอบถามข้อเท็จจริงกับลุงโยธิน ซึ่งลุงโยธินยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าฝั่งน้องสาวไม่ดูแล หรือทอดทิ้งตนเอง ที่ไม่กลับไปเพราะไม่ชอบที่มีคนมาบูลลี่ว่าตนไม่มีงานทำ แต่น้องสาวก็ดูแลตนอยู่
"ถ้าเป็นคนอื่นเขาบูลลี่ ลุงก็ไม่อยากอยู่ด้วย เขาคิดว่าลุงตกงาน ไม่มีงานทำ เลยไม่เชื่อถือลุง ลุงไม่ชอบคนอื่นบูลลี่ลุง ลุงไม่เคยทำร้ายใคร แค่ตกงานตอนแก่" ลุงโยธิน กล่าว
ล่าสุด เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถาม ลุงโยธินเผยว่ารู้สึกเครียดและร้องไห้ทั้งคืน ส่วนที่ไม่กลับไปหาลูกเพราะรู้สึกผิดที่ไม่ได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ตัวเองเป็นฝ่ายทิ้งลูกไป พร้อมยืนยันว่าไม่เคยปรักปรำน้องสาวหรือลูกสาว และรักทุกคน
ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3, เรื่องเด่นเย็นนี้






