จากกรณี บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทยและประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายความ ที่อาคาร อสมท ถนนพระราม 9 หลังถูกโยงเข้ากับประเด็นที่ดินกว่า 100 ไร่ใน อ.บ้านนา จ.นครนายก ของ ก๊อต อธิป สามีที่แยกกันอยู่มาตั้งแต่ปี 2567 โดยระหว่างการแถลงข่าว บุ๋มยังเปิดใจถึงเรื่องราวภายในครอบครัว โดยเฉพาะประเด็นเงินที่เก็บไว้ให้ลูก ซึ่งมีการพูดถึงเงินในเซฟที่หายไป จนทำให้เจ้าตัวรู้สึกสะเทือนใจและเป็นห่วงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับลูก ๆ
แต่ช่วงที่ทำให้บรรยากาศการแถลงข่าวยิ่งสะเทือนใจ คือเรื่องของ น้องอันดา ลูกสาวคนโต เมื่อบุ๋มเล่าว่า ตลอด 6 ปีที่แต่งงานกัน อีกฝ่ายแทบไม่เคยสนใจน้องอันดา แต่กลับมีช่วงหนึ่งที่โทรศัพท์ไปถามพี่เลี้ยงว่าน้องอันดาเรียนอยู่ที่ไหนและพักหอที่ใด ก่อนเกิดเหตุรถชนบริเวณหน้าบ้านประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ซึ่งบุ๋มยอมรับว่าไม่ทราบว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่รู้สึกว่าหลายอย่างบังเอิญเกินไป ขณะที่น้องอันดาเล่าว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกกลัว จนไม่กล้าขับรถและยังกลัวรถจักรยานยนต์มาจนถึงทุกวันนี้ แม้ต้องกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพตามปกติ ท่ามกลางความเป็นห่วงของผู้เป็นแม่ จนบุ๋มถึงกับฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลน้องอันดา เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของน้อง
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ภาพจาก เรื่องเด่นเย็นนี้
ข้อความดังกล่าว ระบุว่า
“อย่างแรกนะคะ หนูไม่ได้เรียนแพทย์แล้วนะคะ ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ที่ ม.กรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ค่ะ
ข้อสอง พ่อแท้ ๆ ของหนู เราพูดคุยกันปกติดี มีติดต่อกันตลอด ๆ โอเคกันดีค่ะ ตอนรถชนเขาก็เป็นห่วงหนูมาก ๆ ค่ะ และก็พ่อกับแม่ไม่ได้เลิกกันเพราะมีบ้านสองนะคะ เห็นใครคอมเมนต์ในเชิงนั้น ขอแคปไว้นะคะ
ข้อที่สาม แม่หนูเป็นคนที่รักใคร รักมากค่ะ เชื่อใจมาก และให้พูดตรง ๆ “เขา” คนนั้นมีแนวคิดชายเป็นใหญ่ ที่แอบเอนเอียงไปทาง misogyny แม่โดนพวกเขา gaslighting และเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่คบกัน
ด้วยความที่หนูค่อนข้างไม่ชอบในทัศนคติและความคิดของเขา เลยไม่ค่อยได้พูดคุยกันค่ะ บ้านก็แยกกันอยู่ หนูก็ไม่ได้อยู่กับคุณแม่ด้วยค่ะ
ทำให้เรื่องลูกพี่เลี้ยงอายุ 17-18 ส่วนตัวหนูเพิ่งมารู้เรื่องเดือนที่แล้วค่ะ และรู้แค่ว่าตัวแม่หรือพี่เลี้ยง มีพฤติกรรมพูดถึงเรื่องนี้ในเชิงอวดอ้าง proud to present ว่าลูกตัวเองไปแบบนั้นแบบนี้กับเขากับคนรอบตัวแม่ และไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ส่งตัวลูกพี่เลี้ยงกลับลาวแล้วค่ะ
ที่อยากจะพูดก็คือ เขาคนนั้นช่วยดูแลลูกสาวตัวเองหน่อยได้ไหมคะ คุณอาจจะชื่นชอบในความเป็นชายหรือลูกชายมาก แต่คุณยังมีลูกสาวแท้ ๆ ของคุณที่อายุแค่ 14 ปี ที่ยังพยายามกดตัดบัตรแม่หนูอยู่ (แม่กดอายัดบัตรแล้ว) น้องอายุแค่นี้ แต่มาบอกว่าเขาสามารถดูแลตัวเองคนเดียวได้เพราะโตแล้ว แล้วจะทิ้งมาให้อยู่กับแม่เลี้ยงหรือแม่ของหนู พูดตรง ๆ มันไม่ใช่เรื่องค่ะ
และก็คุณต้องพิจารณาว่าใครจะเป็นคนที่จ่ายค่าเทอมให้เขาต่อด้วยนะคะ เพราะหนูคงจะไม่ให้แม่จ่ายให้เขาแล้ว และการศึกษายังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กค่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าให้น้องชายหนูเข้าเรียนตอน 7 ขวบเลยก็ตาม (โดยที่ไม่ได้รับการเตรียมอนุบาลก่อนด้วยค่ะ)
ยังมีรายละเอียดของเรื่องนี้อีกหลายเรื่อง หลายผู้เกี่ยวข้อง หลายกรณี หลายวาระค่ะ
แต่ยืนยันได้ว่ามูลนิธิองค์กรทำดีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ โปร่งใสและสามารถมาตรวจสอบได้เสมอค่ะ
และก็อยู่ ๆ ที่มาหยิบเงินหลักล้านในตู้เซฟของหนูไป เอาเงินมาคืนด้วยก็ดีนะคะ
ถ้าให้เด็กอายุ 20 มาตามทวงผู้ใหญ่อายุเกือบ 60 คงจะน่าอายมาก ๆ เลย ใช่ไหมล่ะคะ
อ้อ เอาที่ชอบหักเงินทอนปลูกบ้านไปก็ได้ค่ะ ก็น่าจะมาแทนกันได้อยู่นะคะ”






