8 นิสัยแย่ ๆ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
1. ไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
ถ้าพูดถึงตัวการที่ทำร้ายผิวและเร่งให้เกิดริ้วรอย แสงแดดเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรังสี UV สามารถทำร้ายโครงสร้างผิวและมีส่วนทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ เมื่อสะสมเป็นเวลานาน ผิวอาจสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ รวมถึงผิวที่ดูหยาบกร้านขึ้น ที่สำคัญ แสงแดดไม่ได้มีเฉพาะวันที่ออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่านั้น แต่เราอาจได้รับแสงแดดจากกิจวัตรทั่วไป เช่น เดินทางไปทำงาน ขับรถ หรือเดินออกไปข้างนอกในช่วงเวลาสั้น ๆ
- วิธีปรับเปลี่ยน: ทาครีมกันแดดที่มีการปกป้องแบบ Broad Spectrum ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลำคอ มือ และผิวส่วนที่ต้องสัมผัสแดด หากต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรทาซ้ำตามคำแนะนำบนผลิตภัณฑ์ รวมถึงทาซ้ำหลังว่ายน้ำหรือมีเหงื่อออกมาก
2. ขี้เกียจล้างเครื่องสำอางก่อนนอน
หลังจากผ่านวันอันเหน็ดเหนื่อย สาว ๆ หลายคนอาจเผลอฟุบหลับไปทั้งเมคอัพ แต่นี่คือการเปิดโอกาสให้ ริ้วรอย และปัญหาสิวมาเยือนอย่างแท้จริง การนอนหลับไปพร้อมกับเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก มลภาวะที่สะสมมาตลอดทั้งวัน จะขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนอุดตัน และเข้าทำลายเส้นใยคอลลาเจนจนผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
- วิธีปรับเปลี่ยน: ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็ต้องทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางด้วยเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser/Micellar Water) ให้สะอาดหมดจด แล้วล้างหน้าให้เรียบร้อย ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวเสมอทุกคืน
3. ผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป หรือขัดผิวแรง ๆ
การผลัดเซลล์ผิวเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ เผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสและช่วยให้ครีมบำรุงซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น แต่หากทำบ่อยเกินไป หรือสครับผิวแรงจนเกินไป จะกลายเป็นการทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวเกิดอาการอักเสบ ระคายเคือง แห้งกร้าน และไวต่อสิ่งกระตุ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวอ่อนแอและเกิด ริ้วรอย ได้ง่ายขึ้น
- วิธีปรับเปลี่ยน: ควรขัดหรือสครับผิวหน้าเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ และควรทำอย่างเบามือ หรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวสูตรอ่อนโยน เพื่อช่วยดูแลผิวโดยไม่รบกวนเกราะป้องกันผิว
4. ชอบแกะ บีบสิว หรือเกาผิวหน้า
เมื่อมีตุ่มสิวอักเสบขึ้นบนใบหน้า สัญชาตญาณแรกของสาว ๆ หลายคนคือการอยากบีบหรือแกะให้มันหลุดออกไป แต่การกดหรือบีบสิวอย่างไม่ถูกวิธีนอกจากจะดันเชื้อแบคทีเรียลงลึกเข้าสู่ชั้นผิวจนเกิดการอักเสบรุนแรงขึ้นแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างผิวโดยตรง จนทิ้งรอยแผลเป็นถาวร รอยดำ รอยแดง และอาจทำให้เกิดร่อง ริ้วรอย ตามมาในบริเวณนั้นได้
- วิธีปรับเปลี่ยน: หยุดแกะหรือบีบสิวด้วยตัวเอง เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่มีประสิทธิภาพ หรือใช้พลาสเตอร์แปะสิวปิดทับไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มือเราไปเผลอจับหรือเกาบริเวณนั้น
5. ติดนิสัยนอนคว่ำหน้าหรือนอนตะแคง
ท่านอนก็ส่งผลต่อการเกิด ริ้วรอย บนใบหน้าได้เช่นกัน หากคุณชอบนอนคว่ำหรือนอนตะแคงทับใบหน้าลงกับหมอนเป็นประจำ แรงกดทับและแรงเสียดสีระหว่างผิวหน้ากับปลอกหมอนตลอดทั้งคืน จะทำให้เกิดรอยย่นบนผิวหน้า ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป รอยย่นชั่วคราวจากการนอนเหล่านี้สามารถพัฒนาไปเป็นริ้วรอยถาวรได้อย่างง่ายดาย
- วิธีปรับเปลี่ยน: พยายามฝึกเปลี่ยนมานอนหงาย หรือเลือกใช้ปลอกหมอนผ้าซาตินหรือผ้าไหมที่มีสัมผัสนุ่มลื่น ซึ่งช่วยลดแรงเสียดสีกับผิวหน้าได้ดีกว่าปลอกหมอนผ้าฝ้ายทั่วไป
6. พฤติกรรมการกินหวานจัด และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
อาหารการกินและวิถีชีวิตส่งผลต่อผิวมากกว่าที่คิด การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงเกินไป จะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า ไกลเคชั่น (Glycation) ซึ่งโมเลกุลน้ำตาลจะเข้าไปจับกับโปรตีนคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ทำให้คอลลาเจนแข็งตัว กรอบ และถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย และเกิด ริ้วรอย ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ๆ ยังทำให้ร่างกายและผิวสูญเสียน้ำอย่างหนัก ทำให้ผิวดูซีดเซียว ขาดความเต่งตึง และส่งผลกระทบต่อสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายอีกด้วย
- วิธีปรับเปลี่ยน: ลดปริมาณของหวาน น้ำตาล อาหารแปรรูป และจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ หันมาเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายด้วยการดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และเน้นทานผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
7. โฟกัสแค่ใบหน้า แต่ลืมดูแลผิวบริเวณลำคอ หน้าอก และมือ
สาว ๆ จำนวนไม่น้อยประโคมเซรั่มและครีมลด ริ้วรอย บนใบหน้าอย่างจัดเต็ม แต่ละเลยการบำรุงผิวบริเวณลำคอ เนินอก และหลังมือ ผลที่ตามมาคือใบหน้ายังดูเต่งตึงตึงเป๊ะ แต่ผิวบริเวณลำคอและมือกลับแห้งกร้าน เกิดจุดด่างดำ และมีรอยเหี่ยวย่นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งบริเวณเหล่านี้แหละคือตัวฟ้องอายุที่แท้จริง
- วิธีปรับเปลี่ยน: ทุกครั้งที่ทาครีมบำรุงผิวหรือครีมกันแดด ให้ลูบไล้ลงมาถึงบริเวณลำคอและเนินอกด้วยเสมอ รวมถึงหมั่นทาแฮนด์ครีมเติมความชุ่มชื้นให้หลังมือเป็นประจำตลอดวัน
8. รอก่อนค่อยบำรุง เพราะคิดว่าอายุยังน้อยเกินไปสำหรับเรื่องริ้วรอย
หลายคนเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ชะลอวัยหรือการดูแลเรื่อง ริ้วรอย เป็นเรื่องของผู้ใหญ่วัย 30+ หรือ 40+ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กระบวนการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของผิวจะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีเป็นต้นไป การรอให้ริ้วรอยร่องลึกปรากฏขึ้นมาก่อนแล้วค่อยเริ่มบำรุง จะต้องใช้เวลาและงบประมาณในการฟื้นฟูมากกว่าการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ หลายเท่า
- วิธีปรับเปลี่ยน: การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ สาวๆ สามารถเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติมความชุ่มชื้น ล็อกน้ำใต้ผิว เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิค รวมถึงครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระได้ตั้งแต่อายุเข้าสู่วัย 20 กลาง ๆ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย






