12 Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี 2026 ล้างเมคอัพสะอาด ไม่อุดตันผิว

          ใครกำลังมองหา Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี มาดู 12 คลีนซิ่งออยล์น่าใช้ปี 2026 พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว และเทคนิคใช้ออยล์ล้างหน้าให้สะอาดแบบไม่ทิ้งความมัน
Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

          หลังจากต้องเจอกับเมคอัพ ครีมกันแดด ฝุ่น ควัน และมลภาวะมาตลอดทั้งวัน การล้างหน้าด้วยโฟมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะคราบเครื่องสำอางหรือกันแดดสูตรติดทนบางชนิดอาจยังหลงเหลืออยู่บนผิว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ หนึ่งในไอเทมที่หลายคนหยิบมาใช้เป็นขั้นตอนแรกของการทำความสะอาดผิวก็คือ Cleansing Oil หรือคลีนซิ่ง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วยละลายเมคอัพ ครีมกันแดด และความมันส่วนเกินได้อย่างอ่อนโยน พร้อมคงความชุ่มชื้นให้ผิวหลังล้างหน้า แต่ถ้าใครยังลังเลว่า Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา วันนี้เราจัดเต็มทั้งเคล็ดลับการเลือก วิธีใช้ที่ถูกต้อง และลิสต์ตัวเด็ดปี 2026 มาฝากกันแล้ว

Cleansing Oil คืออะไร

          คลีนซิ่งออยล์ คือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนล้างหน้า ใช้ล้างเครื่องสำอางทั้งแบบกันน้ำและไม่กันน้ำ ครีมกันแดด ฝุ่นละออง และคราบสกปรกต่าง ๆ ให้ผิวสะอาดหมดจด โดยส่วนผสมหลักจะเป็นน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันธรรมชาติอย่างอาร์แกนออยล์ น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาเมลเลีย หรือน้ำมันโรสฮิป เพราะน้ำมันมีคุณสมบัติละลายสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกันได้ดี ทำให้ล้างเครื่องสำอางออกง่ายขึ้น แถมยังไม่ทำให้หน้าแห้งตึงเหมือนคลีนเซอร์บางชนิดด้วย

ข้อดี-ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจใช้คลีนซิ่งออยล์

ข้อดี

  • ล้างออกง่าย ไม่ต้องขัดถูแรง แค่นวดแล้วล้างก็สะอาดหมดจด
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงจนเกินไป
  • ไม่จำเป็นต้องใช้สำลีเช็ดหน้า ช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวกับสำลี
  • เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะอ่อนโยนกว่าคลีนซิ่งบางประเภท

ข้อเสีย

  • ถ้าเลือกไม่เหมาะกับผิว อาจอุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวได้ โดยเฉพาะผิวมัน
  • บางยี่ห้ออาจทิ้งความมันไว้บนผิว ทำให้รู้สึกเหนอะหนะหลังล้าง
Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

เลือกคลีนซิ่งออยล์ยังไงให้เหมาะกับสภาพผิว

          สภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเลือกคลีนซิ่งออยล์ให้เหมาะกับผิวตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยกับผิวมากที่สุด

  • ผิวแห้ง : ควรมองหาคลีนซิ่งออยล์ที่มีส่วนผสมช่วยเติมความชุ่มชื้น เช่น Mineral Oil, Argan Oil, Camellia Oil หรือ Shea Oil รวมถึงส่วนผสมอย่าง Ceramide, Hyaluronic Acid หรือ Vitamin E เพื่อช่วยให้ผิวไม่รู้สึกแห้งตึงหลังล้างหน้า
  • ผิวมันหรือผิวผสม : ควรเลือกสูตรที่ให้สัมผัสบางเบา ล้างออกง่าย และไม่ทิ้งความมันบนผิว เช่น สูตรที่มี Ester เป็นส่วนประกอบหลัก หรือมีส่วนผสมอย่าง Jojoba Oil และ Grapeseed Oil ซึ่งช่วยคงสมดุลความชุ่มชื้นของผิว
  • ผิวแพ้ง่าย บอบบาง : ควรเลือกสูตรที่มีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสารบางชนิดที่ผิวของแต่ละคนอาจไม่ถูกกับผลิตภัณฑ์
  • คนเป็นสิวง่าย : ควรเลือกคลีนซิ่งออยล์ที่ระบุว่า Non-Comedogenic หรือเป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสการอุดตันของรูขุมขน รวมถึงล้างออกได้ง่ายและไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว

          นอกจากนี้ อยากให้มองหาส่วนผสมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นเป็นพื้นฐาน อย่าง Hyaluronic Acid, Glycerin, Ceramides หรือ Vitamin E เพราะช่วยคงสมดุลผิวได้ดีไม่ว่าจะเป็นผิวประเภทไหนก็ตาม

  • หมายเหตุ: การเลือกคลีนซิ่งออยล์ควรพิจารณาจากสภาพผิว ส่วนผสม และลักษณะการแต่งหน้าในแต่ละวันเป็นหลัก แม้ผลิตภัณฑ์จะระบุว่าเหมาะกับสภาพผิวบางประเภท แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล 

คลีนซิ่งออยล์ กับคลีนซิ่งวอเตอร์ ต่างกันยังไง

          แม้ว่าทั้ง Cleansing Oil และ Cleansing Water จะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวในขั้นตอนแรกเหมือนกัน แต่ทั้งสองประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกันพอสมควร

Cleansing Oil

  • ใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย
  • เหมาะกับการล้างเมคอัพสูตรกันน้ำ รองพื้นติดทน และครีมกันแดด
  • นวดบนผิวแห้ง แล้วค่อยเติมน้ำให้เปลี่ยนเป็นน้ำนมก่อนล้างออก
  • ช่วยลดการเสียดสีของผิว เพราะไม่จำเป็นต้องใช้สำลี
  • มักเหมาะกับคนที่แต่งหน้าค่อนข้างจัด หรือผู้ที่มีผิวแห้งถึงผิวธรรมดา

Cleansing Water

  • เป็นสูตรน้ำที่มีอนุภาค Micelles ช่วยจับสิ่งสกปรก
  • ใช้คู่กับแผ่นสำลีเพื่อเช็ดทำความสะอาด
  • เหมาะกับการแต่งหน้าเบา ๆ หรือใช้เพื่อล้างกันแดดและสิ่งสกปรกในชีวิตประจำวัน
  • ให้ความรู้สึกบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • ได้รับความนิยมในกลุ่มคนผิวมันและผิวบอบบาง
          ทั้งนี้ หลายคนยังนิยมใช้วิธี Double Cleansing โดยเริ่มจากคลีนซิ่งออยล์เพื่อละลายเมคอัพ แล้วตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพื่อช่วยทำความสะอาดผิวในแต่ละขั้นตอน

How To ใช้ Cleansing Oil ยังไงให้ผิวสวยปัง ไม่อุดตัน

          หลายคนกลัวการใช้คลีนซิ่งออยล์เพราะกลัวอุดตัน แต่จริงๆ แล้วถ้าใช้ถูกวิธี บอกเลยว่าผิวจะสะอาดหมดจดมากค่ะ ลองทำตาม 5 สเต็ปนี้ได้เลย

  1. ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องทำขณะมือและใบหน้าแห้งสนิท
  2. กดออยล์ลงบนฝ่ามือ: ปริมาณประมาณ 1-3 ปั๊ม (หรือขนาดเท่าเหรียญสิบ)
  3. นวดวนบนผิวแห้ง: แต้มออยล์ลงบนหน้า ค่อย ๆ นวดวนเบา ๆ ย้อนรูขุมขน เน้นบริเวณที่มีเมคอัพหนาแน่นหรือรอบดวงตา
  4. แตะน้ำเพื่อเปลี่ยนเป็นน้ำนม (Emulsify): พรมน้ำสะอาดเล็กน้อยลงบนใบหน้า แล้วนวดต่อเบา ๆ เนื้อออยล์จะเปลี่ยนเป็นสีขาวนม ขั้นตอนนี้จะช่วยดึงสิ่งสกปรกและคราบเมคอัพออกมา
  5. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด: ล้างน้ำออกให้หมดจด แล้วซักหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าเช็ดหน้าสะอาด  

แนะนำคลีนซิ่งออยล์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. SKINTIFIC Centella Deep Cleansing Oil

SKINTIFIC Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Skintific Thailand

          สำหรับคนที่แต่งหน้าหรือใช้ครีมกันแดดทุกวัน SKINTIFIC Centella Deep Cleansing Oil เป็นคลีนซิ่งออยล์เนื้อบางเบาที่เมื่อสัมผัสน้ำจะเปลี่ยนเป็นเนื้อน้ำนม ช่วยทำความสะอาดเมคอัพ ครีมกันแดด และความมันส่วนเกินได้ง่ายขึ้น ตัวผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของออยล์ 3 ชนิด พร้อมสารสกัดใบบัวบก คาโมมายล์ และ 5X Ceramide ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและดูแลเกราะป้องกันผิว เหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาคลีนซิ่งออยล์ที่เน้นการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนพร้อมดูแลผิวในขั้นตอนเดียว

2. Glad2Glow Madagascar Centella Light Cleansing Oil

Glad2Glow Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Glad2Glow Thailand

          ออยล์ทำความสะอาดผิวสูตรเนื้อบางเบา ออกแบบมาเพื่อช่วยละลายเมคอัพกันน้ำและไม่กันน้ำ โดดเด่นด้วยส่วนผสมของน้ำมันพืชธรรมชาติ 3 ชนิด ช่วยละลายสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน สิวเสี้ยน และสิวหัวขาวได้อย่างอ่อนโยน มีส่วนผสมของ Centella Asiatica และ Glycosphingolipids (เซราไมด์ละลายน้ำ) ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง และคงความยืดหยุ่นชุ่มชื้นให้ผิว เหมาะกับผู้ที่ต้องการคลีนซิ่งออยล์สำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน

3. SKIN1004 Madagascar Centella Light Cleansing Oil

SKIN1004 Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก All About You Thailand

          คลีนซิ่งออยล์สูตรคลีนบิวตี้ที่รวมส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 11 ชนิด เน้นความบางเบา สบายผิว ไม่ทิ้งความมันบนผิว สลายเมคอัพกันน้ำและสิ่งสกปรกตามรูขุมขนได้อย่างหมดจดโดยไม่ระคายเคืองรอบดวงตา ปราศจากพาราเบน มิเนอรัลออยล์ แอลกอฮอล์ ซิลิโคน และสีสังเคราะห์ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ชอบสัมผัสสดชื่นเบาสบายหลังล้างหน้า

4. SOFTYMO Cleansing Oil สูตร Deep

SOFTYMO Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Moritomo Thailand

          คลีนซิ่งออยล์สูตรทำความสะอาดล้ำลึก มีส่วนผสมของน้ำมันซิตรัส น้ำมันรำข้าว สควาเลน และน้ำมันจากพืชหลายชนิด ช่วยสลายมาสคาร่ากันน้ำและเมคอัพที่ล้างออกยากได้อย่างรวดเร็ว พร้อมช่วยขจัดสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนและผลัดผิวที่หยาบกร้าน ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน กลิ่น และสีสังเคราะห์ แถมยังสามารถใช้กับผู้ที่ต่อขนตาได้อีกด้วย

5. AMT Purifying and Moisturizing Cleansing Oil

AMT Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก AMT Skincare

          คลีนซิ่งออยล์ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Bicontinuous Phase สามารถทำความสะอาดคราบเครื่องสำอางและครีมกันแดดสูตรกันน้ำได้หมดจดโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว มีความอ่อนโยนด้วยค่า pH ใกล้เคียงกับผิว จุดเด่นคือสามารถใช้งานได้แม้มือหรือใบหน้าเปียกน้ำ พร้อมกลิ่นหอมผ่อนคลายอ่อน ๆ จาก Rose Geranium และออกแบบหัวปั๊มป้องกันน้ำเข้าเพื่อความสะอาดตลอดการใช้งาน เหมาะกับผู้ที่มองหาคลีนซิ่งออยล์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

6. ANUA Heartleaf Pore Control Cleansing Oil

ANUA Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Anua Thailand

          คลีนซิ่งออยล์สุตรอ่อนโยนที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลรูขุมขนและทำความสะอาดล้ำลึกโดยเฉพาะ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด ช่วยขจัดคราบเมคอัพและความมันส่วนเกินได้ดี  ไม่แสบตา ไม่ทิ้งความมันหรือความเหนอะหนะหลังล้าง เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวแพ้ง่าย หรือผู้ที่ต้องการทำความสะอาดผิวแบบ Double Cleansing

7. HADABIREI Premium Micro-Cleansing Oil สูตร Whitening

HADABIREI Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก HADABIREI

          คลีนซิ่งออยล์สูตรพรีเมียม นวัตกรรมอนุภาคขนาดเล็กที่ช่วยละลายเมคอัพกันน้ำ ฝุ่นละออง และมลภาวะ PM 2.5 ออกจากผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก โดยไม่ทิ้งคราบมันหรือก่อให้เกิดการอุดตัน เน้นการบำรุงให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งความมันบนผิว และช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มหลังใช้งาน

8. Biore Makeup Remover Cleansing Oil

Biore Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Biore Thailand

          คลีนซิ่งออยล์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยทำความสะอาดเมคอัพสูตรติดทนและกันน้ำ โดยสามารถใช้ได้แม้มือหรือใบหน้าจะเปียก ช่วยให้การล้างหน้าสะดวกในวันที่ต้องการความรวดเร็ว หลังล้างออกให้ความรู้สึกสะอาดโดยไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะไว้บนผิว เหมาะกับผู้ที่แต่งหน้าเป็นประจำหรือใช้ครีมกันแดดทุกวัน 

9. Plantnery Pink Botanic Cleansing Oil

Plantnery Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Plantnery

          คลีนซิ่งออยล์สูตรออยล์สีชมพูจากธรรมชาติ อุดมด้วยน้ำมันบำรุงผิวถึง 24 ชนิด เช่น กุหลาบ เมล็ดราสเบอร์รี่ โรสฮิป และดอกคาเมเลีย ผสานสารสกัด Dragon Blood และวิตามินอี ช่วยทำความสะอาดเมคอัพ ครีมกันแดด และสิ่งสกปรกบนผิว สูตรนี้เมื่อสัมผัสน้ำจะเปลี่ยนเป็นน้ำนม และเปลี่ยนเป็นฟองนุ่ม ช่วยล้างทำความสะอาดได้จบในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องล้างโฟมซ้ำ พร้อมกลิ่นหอมอโรมาจากดอกกุหลาบให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

10. BIFESTA Serum Cleansing Oil

BIFESTA Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Bifesta Thailand

          คลีนซิ่งออยล์เนื้อเข้มข้นสัมผัสนุ่มนวล ช่วยขจัดเครื่องสำอางกันน้ำ สิวหัวดำ และเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกจากรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก อุดมไปด้วยเซรั่มบำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มลื่น ไม่แห้งตึงหลังล้าง สูตรอ่อนโยนปราศจากน้ำหอมสังเคราะห์ สี แอลกอฮอล์ และพาราเบน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลีนซิ่งออยล์สูตรเรียบง่ายใช้เป็นประจำ

11. KOSÉ SEKKISEI Brightening Cleansing Oil

KOSÉ Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก KOSÉ Thailand

          คลีนซิ่งออยล์เนื้อบางเบา ช่วยขจัดรองพื้น เมคอัพกันน้ำ และสิ่งสกปรกที่ล้างออกยากได้อย่างหมดจดโดยไม่รู้สึกเหนอะหนะ ให้สัมผัสบางเบาหลังล้างออก พร้อมเข้าบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ดูกระจ่างใส  สูตรนี้ถูกออกแบบมาให้ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และอ่อนโยนพอที่จะใช้กับผู้ที่ต่อขนตาได้เช่นกัน

12. innisfree Apple Seed Cleansing Oil

innisfree Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก INNISFREE Thailand

          คลีนซิ่งออยล์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดแอปเปิลและสารสกัดจากแอปเปิล ซึ่งอุดมด้วยวิตามินและกรดอินทรีย์ธรรมชาติ ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก พร้อมคงความรู้สึกนุ่มและสดชื่นหลังล้างหน้า จุดเด่นอีกอย่างคือกลิ่นหอมของแอปเปิลที่ช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินระหว่างใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบผลิตภัณฑ์ที่ให้สัมผัสสดชื่นขณะทำความสะอาดผิว  
          การเลือกใช้ Cleansing Oil ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนการทำความสะอาดผิวที่ช่วยสลายคราบเครื่องสำอางกันน้ำและความมันได้อย่างหมดจด โดยไม่ต้องทำร้ายผิวด้วยการถูสำลีแรง ๆ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้ออาจขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล สาว ๆ สามารถเลือกสูตรที่เหมาะกับปัญหารูขุมขนและสภาพผิวของตัวเองได้เลย เพื่อผิวหน้าที่สะอาด นุ่มชุ่มชื้น และดูสดใสสุขภาพดีในทุก ๆ วัน

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
12 Cleansing Oil ยี่ห้อไหนดี 2026 ล้างเมคอัพสะอาด ไม่อุดตันผิว โพสต์เมื่อ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:44:02
TOP
x close