5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!

เรื่องราวอินเทรนด์สำหรับผู้หญิง ส่งตรงถึงมือถือ คลิกที่นี่ <<
 



5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้! (รักลูก)

          เพราะการตั้งครรภ์แต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ แม่ต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี และเพื่อให้การตั้งครรภ์ตลอด 9 เดือนเป็นไปอย่างราบรื่น จึงต้องให้ความสำคัญมากๆ กับเรื่องต่อไปนี้ด้วยค่ะ

          1. โภชนาการยามท้อง

          โภชนาการที่ดีของแม่ย่อมส่งผลดีถึงลูกน้อยในท้องโดยตรงค่ะ เพราะถ้าแม่มีโภชนาการดีลูกน้อยในท้องก็จะมีสุขภาพดีและแข็งแรงตามไปด้วย มีงานวิจัยออกมาค่ะว่า ในแม่ที่โภชนาการไม่ดี แม้ลูกอาจเติบโตอยู่ในท้องได้อย่างปกติ คลอดก็ปกติ แต่ในระยะยาวสุขภาพร่างกายจะไม่แข็งแรงเท่ากับเด็กที่โภชนาการดีมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เช่น อาจจะมีการเสื่อมของอวัยวะในส่วนต่างๆ เร็วกว่าเวลาอันควรได้ หรืออาจจะมีโรคแทรก นั่นเป็นเพราะในช่วงที่ตับอ่อนของลูกกำลังสร้างนั้นแม่มีโภชนาการที่ไม่ดี ทำให้การสร้างอวัยวะของลูกไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

          ซึ่งโภชนาการที่ดีของแม่ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากค่ะ เพียงแค่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันรวมถึงในแต่ละมื้อด้วย ไม่ใช่ว่ามื้อนี้กินแต่เนื้อสัตว์แต่มื้อต่อไปกินผักอย่างเดียว แบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ค่ะ เพราะที่สุดแล้วร่างกายจะไม่สามารถดึงส่วนต่างๆ มาประกอบกันได้เลย เพราะฉะนั้นจึงควรกินให้ครบในมื้อเดียวกัน เพราะสารอาหารทุกอย่างมีความสำคัญ แต่ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสมกับโครงสร้างและน้ำหนักตัวของแม่แต่ละคนนะคะ

          ถ้าแม่น้ำหนักตัวน้อย คุณหมออาจให้เพิ่มสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต แต่ถ้าแม่เริ่มมีน้ำหนักตัวมากเกินไป อาจต้องลดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตลงบ้าง โดยสารอาหารหลักที่ต้องเน้นให้มากคือ พวกโปรตีนและผักผลไม้ เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วน ส่วนไขมันอย่าคิดว่าไม่มีประโยชน์นะคะ แม่ก็ต้องกินเพราะถ้าไม่กินเลยลูกจะมีพัฒนาการทางสมองที่ไม่ดีเนื่องจากไขมันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ประสาท

          นอกจากนี้ยังมีสารอาหารบางชนิดที่ทั้งแม่และลูกต้องใช้มากเป็นพิเศษ เช่น โฟลิก ธาตุเหล็ก แคลเซียม โดยเฉพาะโฟลิกนั้น แม่ต้องกินก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1-3 เดือนค่ะ

          2. ฝากครรภ์ห้ามพลาด

          การมาฝากครรภ์ทันทีหลังทราบว่าตั้งครรภ์ จะทำให้แม่ทราบถึงวิธีดูแลตัวเอง และการไปฝากครรภ์ตามนัดจะทำให้คุณหมอได้ตรวจดูความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับครรภ์ในแต่ละสัปดาห์ ถ้าแม่สุขภาพแข็งแรงดี การนัดมาตรวจครรภ์อาจจะเว้นระยะออกไปค่ะ

          แต่สิ่งสำคัญคือ เวลามาฝากครรภ์ แม่ต้องบอกรายละเอียดให้หมด ไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัว หรือประวัติการแท้ง เคยต้องผ่าตัดคลอดมาก่อน หรือเป็นโรคที่มีความเสี่ยงอื่นๆ อย่างเช่น กามโรค และต้องไปพบคุณหมอตามนัดทุกครั้ง

          หากต้องเลื่อนนัดฝากครรภ์ ก็ไม่ควรทิ้งระยะห่างมากนะคะ เพราะภาวะแทรกช้อนอาจจะเกิดขึ้นได้ ยิ่งในช่วงไตรมาสสุดท้าย คุณหมอจะเริ่มนัดถี่ขึ้น เพราะโอกาสเกิดภาวะแทรกช้อนมีสูงกว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2

          3. ตรวจคัดกรองก็สำคัญ

          สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ในช่วงเดือนแรกๆ ของการตั้งครรภ์ การตรวจร่างกายโดยรวมก็ถือว่าเป็นการตรวจคัดกรองอย่างหนึ่งค่ะ เพื่อดูว่าแม่มีโรคที่สามารถส่งผ่านไปถึงลูกได้หรือไม่ ถ้ามีจะได้ป้องกันเอาไว้ก่อน หรือเพื่อเป็นการประเมินสภาพการตั้งครรภ์ของแม่ว่าจะดำเนินไปได้โดยปลอดภัยหรือไม่ ต้องระวังแค่ไหน บำรุงอย่างไร และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพแค่ไหน

          การตรวจคัดกรองจะมีหลายช่วงอายุครรภ์ค่ะ ช่วงเดือนแรกจะต้องมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจดูโรค เช่น พวกธาลัสซีเมียโลหิตจาง (ซึ่งคนไทยเป็นมากพบได้ถึง 1 ใน 3) โรคทางเพศสัมพันธ์ ทางกรรมพันธุ์ ไวรัสตับอักเสบบี

          พออายุครรภ์ 3-4 เดือน จะมีการตรวจคัดกรองโดยการเจาะเลือดไปตรวจว่ามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่จะเกิดฮอร์โมนผิดปกติหรือไม่ หรือในแม่ที่อายุมากก็จะมีการตรวจคัดกรองโรคดาวน์ชินโดรม โดยการเจาะน้ำคร่ำขณะที่อายุครรภ์ 5 เดือน

          ในต่างประเทศจะมีการตรวจคัดกรองโครโมโซมในแม่ตั้งครรภ์ทุกคน ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมาก ซึ่งเป็นผลดีเพราะการตรวจนั้นจะช่วยทำให้ทราบถึงความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้แต่เนิ่นๆ ในบ้านเราส่วนมากจะมีการตรวจคัดกรองโครโมโซมเฉพาะโรงพยาบาลที่มีโรงเรียนแพทย์ ซึ่งก็อยากแนะนำแม่ทุกท่านนะคะว่าสามารถขอให้คุณหมอที่ฝากครรภ์ช่วยตรวจคัดกรองโครโมโซมให้เราได้ เพราะการตรวจคัดกรองโครโมโซมนั้น ถ้าเราไม่ได้บอกคุณหมอ หรือไม่ใช่แม่ที่มีอายุมากหรือมีความเสี่ยง คุณหมอมักจะไม่ได้ตรวจให้ค่ะ

          4. สุขภาพทารกในครรภ์...ต้องดูแล

          ต้องดูแลไปตลอดตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์เลยค่ะถ้าแม่มีโภชนาการดี มีการฝากครรภ์สม่ำเสมอและมีการตรวจคัดกรอง ก็อุ่นใจได้ว่าลูกที่อยู่ในครรภ์ของเราค่อนข้างจะสมบูรณ์

          แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือการสังเกตและการเอาใจใส่ตัวเองของแม่ค่ะ เพราะแม่จะมีโอกาสเจอกับคุณหมออย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แต่จำนวนวันที่เหลือคือเวลาที่ลูกอยู่ในท้องกับแม่ แม่จึงเป็นคนเดียวที่จะรับรู้ความเคลื่อนไหวของลูกได้มากที่สุดนะคะ

          วิธีการสังเกตก็อย่างเช่น ลูกดิ้นดีหรือไม่ สุขภาพแม่แข็งแรง น้ำหนักขึ้นตามปกติ ท้องใหญ่ขึ้นมั้ย หัวใจเต้นดีหรือไม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้แม่สามารถสังเกตได้เองค่ะ

          ซึ่งถ้าเมื่อไหร่ที่พบความผิดปกติ เช่น รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง ดิ้นช้าลง อย่านิ่งนอนใจนะคะ รีบมาพบคุณหมอเพราะเด็กยังมีโอกาสรอด แต่ถ้ามาตอนลูกไม่ดิ้นแล้ว คุณหมอจะช่วยอะไรไม่ได้ค่ะ เพราะเวลาที่เกิดอันตรายขึ้นกับเด็กในครรภ์ จะมีระยะเวลาที่พอจะช่วยชีวิตลูกได้ คือภายใน 12 ชั่วโมงนับตั้งแต่ลูกดิ้นน้อยลง ถ้ามาในช่วงนั้นลูกก็มีโอกาสรอด เพราะฉะนั้นจึงต้องหมั่นสังเกตในทุกอาการที่เกิดขึ้นช่วงตั้งครรภ์ค่ะ

          5. ภาวะแทรกซ้อน...เตรียมรับมือ

          ภาวะแทรกซ้อนมีมากมายเลยค่ะ และเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ ไปจนถึงคลอดหรือหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็นการแท้ง ตั้งครรภ์แฝด 3-4 คน การตั้งครรภ์นอกมดลูก แท้งคุกคาม รกเกาะต่ำเลือดออก ครรภ์เป็นพิษ ไทรอยด์ หรือถ้ามีความเครียดก็จะทำให้คลอดก่อนกำหนด เด็กโตช้า หรือบางคนน้ำหนักขึ้นเยอะ ทำให้เกิดโรคเบาหวานตามมาระหว่างตั้งครรภ์ หรือเกิดครรภ์เป็นพิษ หรือแม้แต่ตอนกำลังคลอดก็อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น น้ำคร่ำติดเชื้อ มดลูกแตก (ทำให้เสียชีวิตทันที) ตกเลือดหลังคลอด ไส้ติ่งอักเสบ เป็นต้น

          ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ค่ะ แต่อาจป้องกันได้ หากแม่ดูแลสุขภาพให้ดี ทำตามคำแนะนำของคุณหมอก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะ

          แต่อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่สุดวิสัยจริงๆ ไม่สามารถช่วยเหลือหรือป้องกันได้ อย่างกรณีสายสะดือถูกกดทับทำให้เด็กเสียชีวิตในไม่กี่นาทีค่ะ หรืออาจเกิดอุบัติเหตุแบบเฉียบพลัน เช่น ตกบันได ตกจากรถมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งแม่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น

          เป็นแม่...คุณภาพ

          ถ้าอยากได้ลูกที่มีคุณภาพ แม่ก็ต้องมีคุณภาพด้วยค่ะ การเป็นแม่คุณภาพ คือการหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองค่ะ ซึ่งปัจจุบันแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ อินเทอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ เพื่อหาความรู้เสริม เพราะบางครั้งเราต้องยอมรับค่ะว่าเวลาที่ไปฝากครรภ์คุณหมออาจจะไม่ได้ตรวจเช็คร่างกายให้ตรงตามมาตรฐานที่เรารู้มา เพราะฉะนั้นเราอาจจะใช้สิทธิขอให้คุณหมอช่วยตรวจให้ แม่จึงต้องพยายามทำตัวให้เหมือนหมอสูติค่ะ ต้องรู้ว่าตลอดทั้ง 9 เดือน เราต้องทำอะไร ตรวจอะไร ดูแลตัวเองอย่างไร ทั้งนี้เพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของแม่และลูก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก



ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552




สมาชิกกระปุก
E-mail :
Password :

หมายเหตุ
• ไม่สามารถ copy ข้อความจากที่อื่น แล้วนำมา paste ในช่องแสดงความคิดเห็น
• ไม่สามารถใส่ชื่อเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามลงในช่องแสดงความคิดเห็น
• ระบบสามารถรับข้อความ ได้สูงสุดเพียง 2,000 ตัวอักษร ต่อหนึ่งครั้ง
• ผู้ดูแลเว็บไซต์ จะลบข้อความที่ไม่เหมาะ สม และข้อความโฆษณาสินค้า หรือบริการ
คลิกเลือกอารมณ์ที่ต้องการ ตาใส , เซ็ง , ร้องไห้ , เจ้าเล่ห์ , หัวเราะ , ตลก , โกรธ
คุณสามารถแสดงความคิดเห็น ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สมาชิกนะคะแต่ถ้าสมัคร สมาชิกและเข้าสู่ระบบก่อนโพส ข้อความเราจะโชว์รูปของคุณ ขึ้นมาให้เด่นๆเลยนะ
กรุณา เคาะเว้นวรรค ระหว่างข้อความด้วยนะคะ ระบบจะตัดคำได้สวยงาม ถ้าพิมพ์ติดกันไปหมด ระบบจะไม่ตัดคำให้นะคะ
ชื่อ : โค้ด :
กรุณานำโค้ดด้านข้าง กรอกในช่องว่างด้วยคะ (พิมพ์เป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)
กรุณาคลิก ส่งข้อความ เพียงครั้งเดียวค่ะ....


ความคิดเห็นที่ 12 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ถ้าจิตจัยไม่ค่อยจะดีเนี่ยมีผลต่อลูกในครรณ์โดยตรงไหมค่ะ
จากคุณ par เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2014-02-19 16:42:03 ]
ความคิดเห็นที่ 11 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
คนท้องต้องดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ..ทั้งสุขภาพร่างการและสุขภาพจิตใจค่ะ..
จากคุณ lakana เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-08-02 13:29:37 ]
ความคิดเห็นที่ 10 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ตอนนี้ดิฉันท้องได้ 5 เดือนแต่ยังไม่รู้สึกถึงการดิ้นของลูกเลยค่ะทำไงดีคะจะเป็นอันตรายรึเปล่า
แนะนำด้วยค่ะ
จากคุณ ืnumwan เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2013-01-21 09:09:48 ]
ความคิดเห็นที่ 9 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ตอนนี้ท้องได้5เดือนแล้วค่ะไม่ได้ตั้งใจที่จะมีแต่ประจำเดือนไม่มาประมาณ1เดือน
ไปหาคุณหมอตรวจดูปรากฏไม่ท้องแต่ประจำเดือนก็ยังไม่มาอีกแต่พอเดือนที่สอง
ชื้อเครื่องมาตรวจปรากฏว่า้ท้องค่ะดีใจมากเลย
จากคุณ AOR เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-02-21 11:56:10 ]
ความคิดเห็นที่ 8 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ตอนนี้ท้องได้ 3 เืดือนแล้วค่ะ..ดีใจมาก
จากคุณ คุนแม่ เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2012-01-18 20:27:32 ]
ความคิดเห็นที่ 7 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ตอนนี้ท้องได้สี่เดือนแล้วค่ะ แต่งงานมาสามปีเพิ่งจะทีลูก ดีใจมาก จะดูแลสุขภาพ ทั้งแม่และลูกให้ดีที่สุดค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากได้ลูกนะค่ะ สู้ สู้ค่ะ
จากคุณ ammy เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2011-12-19 10:40:53 ]
ความคิดเห็นที่ 6 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
เคยกินยาคุมริเกลวีดอนอยู่ แล้วเปลี่ยนมาเป็นไดแอน ซึ่งริเกลวีดอนมี 28 เม็ด แต่ไดแอนมี 21 เม็ด ตอนกินริเกลวีดอนมา 4 ปี ประจำเดือนก็มาปกติ แต่เปลี่ยนเป็นไดแอนโดยกินแผงแรกครบ 21 เม็ด แล้วต่อแผงที่ 2 เลย แต่ ประจำเดือนยังไม่มาเลย จะทำไงดี อย่างนี้เรามีโอกาสท้องใหมค่ะ ยังไม่อยากท้องเลย เพราะลูกคนแรกผึ้ง 4 ขวบเอง รบกวนผู้เชี่ยวชาญช่วยชี้แนะด้วยค่ะขอบคุณค่ะ
จากคุณ มายกอด เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-08-23 10:22:25 ]
ความคิดเห็นที่ 5 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ตอนนี้ตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้วค่ะดีใจมากเลย ท้องแรกด้วยค่ะ ไปซาวท้องมาแล้วค่ะได้ลูกชาย
จากคุณ ดะฮ์ แม่มือ ใหม่ค่ะ คน พิจิตร เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-04-30 22:51:33 ]
ความคิดเห็นที่ 4 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
อยากท้องบ้างจังแต่งงานมา5ปีแล้วยังไม่ท้องหาหมอแล้วหมอบอกไม่ได้เป็นหมันทั้ง2คนแต่ทำไมไม่สักทีแย่จัง!!
จากคุณ อยากเป็นแม่จัง เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-02-09 14:16:09 ]
ความคิดเห็นที่ 3 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
กำลังอยากท้องอีกคนอยู่พอดี ขอบคุณมากคะ
จากคุณ บิ๋ม เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-01-08 10:12:51 ]
ความคิดเห็นที่ 2 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
จากคุณ ดา ดา เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2010-01-07 11:56:03 ]
ความคิดเห็นที่ 1 หัวข้อข่าว 5 เรื่องที่แม่ท้องไม่รู้...ไม่ได้!
GOOD.....!!!!
จากคุณ jane4019 เช็ค IP ตรวจสอบ ip เจ้าของข้อความนี้ [ 2009-10-04 04:19:54 ]