Zaza จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีแล้ว ?
แก้ว จรีนา : เหมือนสมัยตอนเด็ก ๆ ที่มารวมตัวกันที่บ้านแล้วนั่งรถตู้ไปคันเดียวกัน
พิม พิมพ์มาดา : ก็ตื่นเต้นที่ได้ทิป เพราะว่าในยุคของพวกเราตอนนั้น เค้ามีกฎว่าห้ามรับทิป ซึ่งการรับเงินบนเวที มันดูผิดคาแรกเตอร์ แต่สมัยนี้คือขอบคุณค่ะ เป็นน้ำใจที่เป็นแฟน ๆ ให้มา และอย่างการกลับมารวมตัวครั้งนี้ พิมก็ตื่นเต้น เหมือนว่าเราต้องซ้อมในทุก ๆ วัน เพราะเวลาปกติเราเล่นละคร เราห่างจากการร้องเพลง การที่เรากลับมารวมตัวกัน มันก็ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เราเคยทำและเราห่างมาสักพักใหญ่
แก้ว จรีนา : ก็จะบอกเขาว่าร้องดีขึ้น
แต่เค้าบอกว่าเวลาซ้อม คุณแก้วก็คือจะเต้นยืนหนึ่ง ?
พิม พิมพ์มาดา : พลังเขาจะเยอะมาก ทุกคนจะบอกว่าแก้วสุดยอดมาก
แก้ว จรีนา : ด้วยเราออกกำลังตลอด มันก็มีแรง
พิม พิมพ์มาดา : พอมีคนชมว่าแก้วยืนหนึ่ง แก้วก็ตอบกลับทันที ใครยืนหนึ่ง แก้วเต้นตลอดเลยนะคะ (ยิ้ม)
แก้ว จรีนา : เราหันหน้าควับ ถามกับยืนอะไรคะ แต่ตอนนี้เข้าใจความหมายแล้วค่ะ
และหนึ่งในสามคนนี้ เพื่อนบอกว่า กิจกรรมแน่นมาก หาเวลามาเจอกันยากมาก ?
แต่ก็จะมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ซาซ่าเกือบจะยุบวง ?
แก้ว จรีนา : ต้องถามว่าเป็นเพราะใคร
พิม พิมพ์มาดา : คำถามดูคลุมเครือ ถามว่าใครเป็นคนทำ พิมไม่ได้เป็นคนทำ แต่พิมแค่เป็นคนที่มีรีแอ๊คชั่น ซึ่งจริง ๆ เป็นเรื่องปกติที่เราสามคนทะเลาะกันตลอด เคลียร์กัน คุยกัน มันก็เกิดความเข้าใจมากขึ้นในทุกๆครั้งที่เราคุย ถึงได้อยู่กันนาน แต่ในครั้งล่าสุด มันมีการวางแผน มีคนเข้ามาช่วยจัดการแพลนคอนเสิร์ต รอแก้วกลับมา คือเวลาพิมทำอะไร พิมจะเป็นคนทำจริงจัง ก็เลยอยากจะได้คำตอบเร็ว ๆ ว่าโอเคไหม
แก้ว จรีนา : ประเด็นคือว่างานของเราจะมีเดือนธันวา ตอนนั้นคือเดือนมิถุนา พิมพ์มาดา ถามกลับมาว่าทำไมไม่ตอบโทรศัพท์ แกเลยบอกว่า พี่พิมอย่าพึ่งวุ่นวาย รอก่อน คือนางโกรธ
พิม พิมพ์มาดา : คือเสียใจมาก ปกติแล้วเป็นคนไม่ทำอะไรให้ใคร คือเรื่องของซาซ่า พิมไม่ยุ่งเล
แก้ว จรีนา - น้ำหวาน : พี่พิมคือรักน้อง ๆ มาก
พิม พิมพ์มาดา : ในมุมพิม พิมต้องไปฮีลใจกับตัวเองก่อน แล้วที่เราเลือกอันฟอลโล่ เพราะเราไม่อยากเห็นเค้าโผล่ขึ้นมา มันทำให้นึกถึงคำพูดที่เขาพูด งั้นขอเบรค พิมเบรคจริงๆ เรื่องนี้มันใหญ่ที่สุดสำหรับพิม
แก้ว จรีนา : หวานพิมมาบอกแก้วว่า มึงอันฟอลโล่ด้วยนะ
น้ำหวาน : เพราะในสตอรี่ เค้าต้องหมายถึงเราแน่ๆ ก็เลยแคปให้ดู หวานก็บอกว่าถ้าเรายังมีปัญหาตรงนี้กันอยู่ หวานก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน เราก็เลยอัลฟอลโล่ ซึ่งข้อความในสตอรี่ เราก็ไม่อยากตีความว่าเป็นเรา แต่พออ่าน แล้วตีความมันก็คือเรา
แก้ว จรีนา : แต่เบื้องหลังแก้วก็คุยกับผู้จัดการอยู่แล้วว่า ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าเราเจอกัน เราได้คุยกัน เราก็ได้เคลียร์กัน แล้วทุกอย่างความรู้สึกดีๆ มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม และมันก็เป็นจริงๆค่ะ
น้ำหวาน : ตอนแรกเราก็คิดว่ามันเป็นข่าวหรือเปล่า แต่พอเราได้มาคุยกันสามคนพร้อมกัน ก็เป็นเหมือนที่แก้วพูดความรู้สึกดีๆ มันก็กลับมาเหมือนเดิม
โมเมนต์ที่จะต้องกลับมานั่งเคลียร์กันเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าต้องเสียน้ำตา ?
พิม พิมพ์มาดา : วันนั้นที่ต้องเจอกัน คือต้องมาซ้อมวงเลย ก่อนหน้านั้นที่เราอึนๆ เรายังไม่ได้เคลียร์กัน แต่ต้องซ้อมวงเลย พิมยอมรับว่าเราต้องฮึบ เพราะว่ามันต้องมีสิ่งอื่นที่เราต้องรับผิดชอบมากกว่า ก็เลยคุยว่าเดี๋ยวเราไปกินข้าวกันต่อ
น้ำหวาน : ต่างคนก็ต่างเขิน แต่ทุกอย่างมันก็พยามไม่ให้ผิดปกติ ความสัมพันธ์ของซาซ่ามันเป็นแฟน แต่เวลามานั่งคุยกัน มันก็ต้องมีเปิดใจ ต้องมาพูดคุยกัน เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือเราไม่ได้มานั่งนินทากัน เรามาเปิดใจคุยกันตรง ๆ เราไม่กลัวว่าที่เราจะต้องมาพูดคำว่าขอโทษ ใครทำอะไรผิดก็ยอมรับ บางทีขอโทษ จนบอกว่าฟังให้จบก่อน
แล้วแก้ว ไปใช้ชีวิตอยู่อเมริกา 11 ปี ชีวิตเป็นยังไงบ้าง ?
ถัดมาที่คุณพิม เห็นเพิ่งไปยกหน้ามาใหม่ แต่ก็เสียใจเพราะโดนทักว่าอะไรนะ ?
และอีกเรื่องหนึ่งที่ขออัพเดทคือเรื่องการเป็นมะเร็ง ที่ตอนนี้คืออาการเป็นยังไงบ้าง ?
พิม พิมพ์มาดา : ตอนนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว และเราก็ไม่ได้ไปตรวจมาสองปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราเจอคุณหมอมาโดยตลอด แล้วพอได้ยินว่ามันตรวจไม่เจอแล้ว เราอยากจะเบรคการเจอคุณหมอ เบรคการเจาะเลือด แต่ว่ามาปีนี้ต้องไปเช็คแล้ว อย่างก่อนหน้านี้ที่พอเราเจอ เราโชคดีที่เราเจอเร็ว เราก็รักษาได้เร็ว มันก็มีโอกาสได้มากขึ้น พอเราคุยกับคุณหมอ ความเครียดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งเครียดมะเร็งมันยิ่งชอบ อยู่กับมันแบบมีความสุข อยู่กับแบบเข้าใจ
แก้ว จรีนา : บอกแล้วไว ว่าอย่าเครียด
พิม พิมพ์มาดา : ก็เครียดเพราะพวกเธอไง(หัวเราะ)
ถัดมาที่น้ำหวาน เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ?
ย้อนกลับไปก็ยังมีประสบการณ์ชวนหลอน ซาซ่าเจอผีกุมารหลอก ?
สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้าง ?
พิม พิมพ์มาดา : โสดค่ะ โสดร้อยเปอร์เซ็นต์ โสดมาก ตั้งใจอยากจะโสด ซึ่งเราไม่ได้ปิด แต่แค่เราตั้งใจอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยโสด หมายถึงว่าเรามีคนคุยมาโดยตลอด แต่พอเราได้โสด พอผ่านช่วงโควิดมา เรารู้สึกว่า เราชอบเอาความสุขไปฝากไว้ที่คนอื่น เพราะสุดท้ายแล้วเราก็เฮิร์ท เราก็เลยคิดว่าเราจะลองมีความสุขด้วยตัวเอง อยู่กับตัวเองให้เป็นจริงๆ แล้วมันก็ทำได้ ก็ห่วงพื้นที่ส่วนของเรา
น้ำหวาน : ณ ปัจจุบันเรามีความรักที่ดีแล้วก็มีความสบายใจ มีคนคุยแล้ว เค้าก็เป็นคนนิสัยดี ที่ทำให้ตัวเราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีในวันนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ใช่คนในวงการ เราก็ให้เค้าอยู่ในพื้นที่ของเขา
แก้ว จรีนา : สะบักสะบอม เวลาที่เราคบกันนานนาน บางทีมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าสมมุติเรามองอนาคตของเราไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ต้องมาถามตัวเองว่าเราสองคนต้องการอะไร ห่างกันสักพักนึง ลองดูว่าเราจะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ไหม ตอนนี้มีเพื่อนๆ ดูแล มีครอบครัวดูแล ก็โอเค ซึ่งเราก็ยังไม่กำหนดเวลาว่ามันจะต้องดูแลตัวเองไปเท่าไหร่ เรารู้สึกว่าเราดูแลเขามานานแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าขอดูแลตัวเองบ้าง
คำถามสุดท้ายแล้วตอนนี้ผ่านมา 30 ปีแล้วมีความในใจของกันและกันยังไงบ้าง ?
แก้ว จรีนา : ไอเลิฟยู
พิม พิมพ์มาดา : สิ่งที่เราย้ำมาโดยตลอดว่าพวกเราสามคนรักกัน
แก้ว จรีนา : ซึ่งเราเข้าใจอยู่ตลอดว่าคนหนึ่งขี้งอน คนหนึ่งดื้อ อีกคนไม่ใส่ใจ เราก็พร้อมเสมอที่จะปรับตัวเข้าหากัน
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama






