
กฎเหล็กเพื่อความสำเร็จในชีวิตการแต่งงาน (Bride Magazine)
เรื่อง : Red Wine
เป็นเรื่องปกติที่เราทุกคนต่างมีความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จในแต่ละช่วงของชีวิต เช่น เมื่อครั้งเยาว์วัยเราอยากประสบความสำเร็จในเรื่องของการเรียน เมื่อเรียนจบเราก็วาดฝันที่จะประสบความสำเร็จใบหน้าที่การงาน และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งของชีวิต เราก็อยากที่จะประสบความสำเร็จในความรัก ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองฝันไว้ แต่กลับมีคนไม่มากนักที่จะนึกถึง "ความสำเร็จในชีวิตแต่งงาน" ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า "ยาก" เหลือเกินในบรรดาความสำเร็จที่มีทั้งหมดในโลกนี้ และนี่คือกฎต่าง ๆ ที่อาจเป็นกุญแจไขไปสู่ความสำเร็จเหล่านั้นโดยไม่ต้องหวังพึ่งแค่โชคชะตาเพียงอย่างเดียว

คุณต้องเตรียมใจไว้ว่า "การแต่งงาน" นั้นจะต้องแตกต่างจาก "การอยู่ด้วยกัน" อย่างมากมาย แค่คำว่า "สามีภรรยา" มันก็มีความหมายลึกซึ้งและซับซ้อนมากกว่าคำว่า "คนรัก" เหลือเกินแล้ว การที่ชีวิตการแต่งงานจะสมบูรณ์ได้จะต้องเริ่มมาตั้งแต่ก่อนการตัดสินใจแต่งงานของคุณทั้งคู่แล้ว คู่แต่งงานที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มองแค่การแต่งงานเป็นความพึงพอใจอย่างเดียว พวกเขามองไปถึงทางเดินก้าวต่อไปในชีวิตมากกว่าความรักที่สัญญาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดังนั้น “ข้อตกลง” ก่อนการแต่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อที่จะทำให้ “ความต้องการ” สอดคล้องกัน ยกตัวอย่างเช่น "การมีลูก" "การใช้ชีวิตการทำงาน" "การย้ายที่อยู่อาศัย" แม้กระทั่ง "การใช้เงิน" ก็ควรอยู่ในหัวข้อสนทนานี้ด้วย

หากเป็นแฟนภาพยนตร์ของ "Sex & The City" คุณคงได้เห็นว่าแคร์รี่นางเอกของเรื่องได้ถูกขอพื้นที่ส่วนตัวจากสามีของเธออย่างตรงไปตรงมา นั่นไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลยสักนิด ลองมองลงไปที่ความต้องการส่วนตัวของคุณเอง ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ติดคนรักเป็นตังเม (ซึ่งก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว) คุณควรยอมให้อีกฝ่ายมีชีวิตส่วนตัวบ้าง รวมถึงตัวคุณเองด้วย ควรปล่อยให้อีกฝ่าย ยังคงมีโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ งานอดิเรกต่าง ๆ ให้โอกาสพบปะเพื่อนฝูงบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อลดความตึงเครียดที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาลงบ้าง โดยอาจกำหนดข้อดาลเรื่องเวลาเอาไว้ และคุณควรติดต่อกันได้ตลอดเวลาแม้อยู่ในโลกส่วนตัวเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

การแต่งงานอาจทำให้หลาย ๆ คนลืมมารยาทต่าง ๆ ที่เคยมีต่อกัน เพราะความใกล้ชิดและความเคยชิน ซึ่งคู่แต่งงานที่ดี จะต้องไม่ลืมสิ่งเหล่านี้ กลับกันควรเพิ่มเข้ามาในชีวิตประจำวันด้วย เวลาที่พบเจอผู้คนต้องไม่ลืมที่จะแนะนำว่าคุณทั้งคู่เป็นสามีภรรยาซึ่งกันและกัน หรือเอ่ยถึงคู่ของคุณขึ้นมาในบทสนทนาบ้าง แม้อีกฝ่ายจะไม่อยู่ในขณะนั้นก็ตาม หมั่นระลึกถึงวันที่แต่งงานกันว่าคุณ "โชคดี" แค่ไหนที่ได้แต่งงานกัน และไม่ลืมที่จะรับฟังเหตุผลของแต่ละฝ่ายอยู่เสมอ

การเป็นสามีภรรยาไม่ควรมีคำว่า "เอาชนะ" เข้ามาเกี่ยวข้องยามที่มี "ความขัดแย้ง" เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านความคิดการกระทำ หรือความต้องการ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ "แก้ไข" แต่ไม่ใช่ "ถกเถียง" คุณควร "พูดคุย" ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น อย่าเอาแต่ "ร้องไห้" แต่จง "ยิ้ม" รับปัญหา เพราะอย่างไรคุณก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะคุณไม่ใช่ "คู่แข่ง" ของกันและกันแต่อย่างใด

เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เก่าถึงเก่ามากในการพูดถึงเรื่องการรักษาความสัมพันธ์ แต่มันยังคง "จริง" อยู่เสมอ การรักษา "ความเสน่หา" ให้คงอยู่นั้นดูจะเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่คนสองคนได้แต่งงานกัน ยิ่งการมาของ "ลูกคนแรก" ยิ่งทำให้เวลาของคนสองคนลดลง และกลายเป็นเวลาของคนสามคนแทน ที่สำคัญการมีบุตรทำให้ผู้หญิงหลายคนมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป จากเคยผอมบางกลายเป็นอ้วนเผละ และดูแลตัวเองน้อยลง ทำให้ฝ่ายชายอาจเบื่อหน่ายได้ ดังนั้น อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองอยู่เสมอ และหากมีโอกาสพิเศษ จงหมั่นหา "ลูกเล่น" ใหม่ ๆ มาเสริมความรักให้ "ร้อนแรง" ยิ่งขึ้น ส่วนการกอดหรือจูบก็เป็นการแสดงความรักที่ควรทำไม่ให้ขาด

หลังจากแต่งงานไปได้หลายปี หลายคนอาจคิดว่าคงไม่มีอะไรที่จะมาทำลายชีวิตคู่ของคุณได้ หลายคนจึงทำตามใจตัวเองมากขึ้น เลิกฟังเสียงของอีกฝ่าย และไม่มีความเอาใจใส่เหมือนแต่ก่อน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความ "ประมาท" ของชีวิตคู่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น คุณควรรักษากฎทั้ง 5 ข้อที่ได้อ่านมาแล้ว รวมถึงข้อนี้ด้วย ว่าชั่วโมงบินของการแต่งงานของคุณจะนานขนาดไหนก็ตาม อย่ารอให้ต้องเซ็นใบหย่าก่อนจึงค่อยคิดหาทางออกให้ตัวเอง
ขอให้คุณเป็นหนึ่งในคู่รักคู่แต่งงานที่ประสบความสำเร็จอีกคู่หนึ่งบนโลกใบนี้ ดัดแปลงมาจาก Secrets of successful marriage โดย Susan Quilliam
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Vol.7 28th YEARS