คำจำกัดความ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

คำจำกัดความ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์
(ช่อง 3)

          ครับ...ชื่อปกรณ์ ก็แปลว่า ตำรา หนังสือ คัมภีร์ นามสกุล ฉัตรบริรักษ์ แปลว่า มีพระคุ้มครอง ผมเป็นคนภูมิลำเนาจังหวัดกรุงเทพ แต่มีคุณแม่เป็นคนอ่างทอง โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนค่อนข้างเรื่อย ๆ สบาย ๆ อะไรก็ได้
 
วัยเยาว์

          เริ่มต้นตั้งแต่เข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลพงษ์ภูวดล เข้าประถมที่โรงเรียนอัสสัมชัญไปจนถึงม.ต้น พอเรียนจบม.ต้น ก็เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนม.ปลาย แล้วก็ถึงมาเข้าเรียนที่จุฬา ตอนเด็ก ๆ ซนครับ เป็นเด็กซน เด็กดื้อเท่าที่แม่เล่านะครับ ก็เป็นเด็กซนเด็กดื้อทำอะไรแผลงอยู่บ่อย ๆ ห่าม ๆ เป็นคนลุย ๆ แบบไม่ค่อยกลัวเจ็บ ไม่ค่อยกลัวอะไร

พลิกตัวตนในการเรียน

          ผมเป็นคนเรียนกลาง ๆ มาเรื่อย ๆ มีช่วงที่ดีบ้างไม่ดีบ้างผลัดๆกันไป แต่ว่าเราก็ได้รับการปลุกฝังจากพ่อและแม่มาว่าการเรียนเป็นสิ่งสำคัญมา ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงจะมีเกเรไปบ้างแต่ก็กลับมาเรียนใหม่ ถ้าเป็นม. ปลายก็เกเรตอนนั้นเกเร ไม่ยอมเข้าเรียน โดดเรียน ติดเพื่อนติดฝูง อยากสนุกไปวัน ๆ อิสระมากขึ้นเพราะเตรียมอุดมเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างเหมือนกับเค้าให้เรา ดูแลตัวเอง พอขึ้นม.6 ก็เป็นช่วงใกล้เอ็นด้วย เป็นช่วงที่เราต้องเอ็นแล้วก็เราได้มาเจอเพื่อน พอดีว่าตอนขึ้นม.6 ก็ย้ายห้องก็มาเจอเพื่อนคนหนึ่งเค้าก็ไม่ได้หัวดีมากเวลาเรียนก็ไม่ได้เรียน มากแต่ว่าเวลาสอบเค้าตั้งใจอ่าน เราก็เริ่มที่จะยึดวิธีการเรียนของเค้ามา เราก็เล่นไปกับเค้า แต่พอเวลาสอบกลายเป็นว่าเค้าดึงเราไปอ่านหนังสือสอบด้วยทำให้เราติดนิสัย เค้ามา ตั้งแต่นั้นมาจนถึงมหาวิทยาลัยก็ใช้วิธีนี้ ไม่เรียนได้ แต่ว่าพอจะสอบเราต้องตั้งใจอ่านหนังสือ จากนั้นผมก็เข้าเรียนที่ เภสัช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสาเหตุที่เลือกเรียนเภสัช เพราะว่า บ้านญาติก็ทำอยู่แล้ว เป็นอาชีพที่ว่าถ้าเกิดเราไม่อยากอยู่กับบริษัทเราก็สามารถออกมาทำเองได้ถ้าเรามีทุน

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

ชีวิตในรั้วจามจุรี

          ด้วยคาแร็กเตอร์ของเด็กเภสัชก็จะไม่ใช่แบบผม จะเป็นแนวแบบเรียบร้อยหน่อย ผมก็จะแหวกแนวออกมา มีปัญหาอยู่ที่ว่าเพื่อนเค้าไม่กล้าเข้ามาคุยกับผม ผมเองก็เป็นคนที่ว่าไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับใครก่อนอยู่แล้ว ด้วยที่ว่าผมเป็นคนขี้อายอยู่แล้วแต่ว่าด้วยคาแร็กเตอร์ผมที่เป็นแบบนี้ด้วย ทำให้เพื่อน ๆ ไม่กล้าเข้ามาคุยกับเราเหมือนกัน พอปีสองมันต้องอยู่กับคณะมากขึ้นทำอะไรกับคณะมากขึ้น เพื่อน ๆ เค้าก็เริ่มที่จะรู้ว่าเราเป็นคนยังไง เพราะว่าเหมือนกับต้องมาคุยกันโดยบังคับ ต้องทำงานด้วยกัน ทำให้ต้องมาจับกลุ่มอยู่ด้วยกันแล้วเค้าก็รู้ว่าเราเป็นยังไง

เข้าสู่วงการ

          ความจริงผมก็เริ่มตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว มีคนมาเจอผมแล้วติดต่อให้ผมไปถ่ายหนังสือ แต่ถ้าถ้าชิ้นแรกเลยจริง ๆ ผมไปเป็น Extra ก่อนตอนนั้น คือตอนม.5 เป็นโฆษณาที่ต้องใช้กลุ่มเพื่อนเป็นสิบเลย แล้วก็มีมาถ่ายหนังสือเป็นแคตตาล็อคของเซ็นทรัล แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวแล้วเป็นคนขี้อาย จากนั้นก็มีเล่นโฆษณาบ้างด้วยความที่เราเป็นคนขี้อายก็เลยคิดไว้เสมอว่า ด้านได้อายอด แล้วผมได้มีโอกาสไปเล่นโฆษณาตัวหนึ่งซึ่งผมคิดว่าโฆษณาตัวนี้เป็นโฆษณาที่ทำให้คนรู้จักผมมากที่สุดตั้งแต่ผมเล่นโฆษณามาก็คือ โฆษณาบัตรเครดิต HSBC เป็นโฆษณาตัวที่ทำให้คนรู้จักผมเยอะมากขึ้น พอดีช่วงนั้นก็คือช่วยงานญาติที่บ้านไปเรื่อย ๆ พอถอดเหล็กดัดฟันออกก็มีงานเข้า แล้วโชคดีอีกก็คือ พี่อ๊อด บัณฑิต ผู้กำกับ ฝัน หวาน อาย จูบ ก็มาเห็นผมจากโฆษณาตัวนี้เค้าก็เลยเรียกผมเข้าไป แล้วหลังจากที่ผมไปถ่ายหนังเรื่องนี้กลับมาก็ได้รับรางวัล หนุ่มคลีโอด้วย แล้วก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปเรียนแอ็คติ้งที่ ช่อง 3 จนวันหนึ่งมีพี่เข้าโทรมาบอกว่า อาเปี๊ยก พิศาล เรียกเข้าไปดูตัวแล้วก็ตอบตกลงเลือกผมเล่นละครไฟรักอสูร

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์

ครั้งแรกกับการเล่นละคร

          ละครล่าสุดนี้ที่พึ่งจบไปก็คือ ละครเรื่องไฟรักอสูรครับ ได้ข่าวว่าอาเปี๊ยกโหด แต่พอมาจริง ๆ แล้วอาเปี๊ยกเป็นคนใจดีมาก เป็นคนที่บุคลิกขัดกับภายนอกมากแต่ ณ ทุกวันนี้อาเค้าใจดีมาก ๆ ไม่ดุอย่างที่ทุกคนคิด กดดันมากพอสมควร ด้วยความที่เราใหม่ด้วย ทุก ๆ อย่างกดดันมากกดดันจนท้อ เลยไปคุยกับอาเปี๊ยกว่าผมท้อตอนแรกไม่กล้าพูดเพราะว่าเรารู้ว่าอาเค้าคงไม่อยากให้เราท้อ แต่เราไม่ไหวเราก็เลยพูด จะไหวหรอ แต่เค้าไม่ด่าผมเลยนะ อาเค้าสอน อาเปี๊ยกเค้าให้กำลังใจ
 
อนาคตและผลงานชิ้นต่อไป

          ละครเรื่อง หัวใจสองภาค ของพี่ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เรื่องนี้ผมเล่นเป็นตัวละครที่ชื่อ ดล ครับคือดลเป็นเพื่อนของพระเอกคือ ปอง พี่ปอ ทฤษฎี ตัวตนก็จะเป็นแบบผู้ชายหนุ่มเจ้าสำอางค์คนหนึ่ง เพลบอยไปวัน ๆ แต่ประมาณว่าตัวผมจะไปชอบ แต้ว ซึ่งเป็นนางเอก แต่ว่าแต้วไม่ได้ชอบผม ผมอกหักมากจนวันหนึ่งผมต้องไปอยู่ที่อื่น ซึ่งตัวพี่ปอรู้ว่าผมชอบแต้วมากก็เลยไปซื้อแต้วมาเพื่อเก็บไว้ให้ผม ส่วนในอนาคต คือผมคิดว่าทุกวันนี้ยังพัฒนาตัวเองได้อีก แล้วก็ยังอยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ให้ไปถึงจุดที่ว่าเราไปไม่ถึงแล้ว ไปไม่ได้แล้ว อีกด้านหนึ่งก็คือผมคิดว่างานในวงการบันเทิงมันมีงานหลาย ๆ ด้านให้ได้ลอง ไม่ว่าจะเป็น พิธีกร เป็นเอ็มซีอะไรพวกนี้ ก็คือทุกวันนี้ก็ยังชอบกับการแสดงอยู่ แต่ว่าสักวัน หนึ่งถ้ามันมีอะไรเข้ามาก็อยากจะไปทำดูบ้าง คือยากลองงานแขนงอื่นดูบ้าง ซึ่งจริง ๆ งานแขนงอื่นผมก็ได้มีโอกาส ได้ลองทำดูบ้างแล้วเล็กน้อย แต่ไม่มาก ก็คืออยากจะลองทำให้มันจริง ๆ จัง ๆ ดูครับ



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


คิดอย่างไรกับเรื่อง: คำจำกัดความ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
คำจำกัดความ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ โพสต์เมื่อ 5 มกราคม 2553 เวลา 14:43:32 38 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP