น้ำผึ้ง ณัฐริกา เปิดใจนุ่งชุดว่ายน้ำอวดหุ่น 43 กะรัต ขนาดแฟนยังชมเซ็กซี่ คบ 20 ปี ยังคลั่งรักไม่เปลี่ยน เผยสาเหตุยังไม่จัดงานแต่งงาน พร้อมเล่าวีรกรรมแปลก นาทีผายปอดหนูแฮมเตอร์ในตลาดจตุจักร สร้างความฮือฮาอย่างมาก สำหรับ น้ำผึ้ง ณัฐริกา ที่สลัดผ้าใส่ชุดว่ายน้ำอวดหุ่นแซ่บในวัย 43 ปี บอกเลยว่าสวยเป๊ะไม่มีเปลี่ยน แฟนคลับแห่กดหัวใจสนั่น ล่าสุด (18 กุมภาพันธ์ 2565) เปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บshow ช่องวัน 31 เผยปม 10 ปี ไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ พร้อมเคลียร์ดราม่าถูกแซะอายุเยอะแล้ว ใส่ชุดว่ายน้ำทำไม รวมถึงมีวีรกรรมสุดแปลกที่ทำให้เจ้าตัวโดนด่าว่าเพี้ยน และเรื่องหัวใจที่คลั่งรักสุด ๆ คบแฟนมานาน 20 ปี พร้อมแต่งทุกวัน อ่านข่าว : น้ำผึ้ง ณัฐริกา 40 ยังแจ๋ว อวดแซ่บในชุดบิกินี่เหลืองตัวจิ๋ว หุ่นปั๊วะมากแม่ ! แซ่บมาก ไม่คิดว่าน้ำผึ้งจะทำอะไรแบบนี้ ? แต่ก่อนเราไม่ค่อยมั่งใจไง มันยังไม่มีความแซ่บขนาดนี้ ก่อนหน้านั้น 10 ปีก็เคยถ่ายหนังสือ แต่หลังจากนั้น 10 ปี หุ่นเราไม่เสถียร ล่าสุด ทองกาว 2022 ทำไมถึงถ่าย ? พอเราเริ่มมีความแซ่บเรื่อย ๆ เราก็มีความมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรูปที่เอาขายกขึ้นมา จะได้เห็นสัดส่วนว่ามันโอเคไหม แล้วกระแสเป็นไงบ้าง ช่วงหนึ่งหายไปเลย ? ก็หายเหนื่อยนะ เพราะที่ผ่านมาใช้ความพยายามเยอะมาก ทั้งออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร เห็นมีคนคอมเมนต์แซะด้วย ? ไม่โกรธค่ะ ก็อยากถ่าย ก็สวยอ่ะ คนชมก็ขอบคุณค่ะ ดีใจเพราะอดทนมานาน ภาพที่ออกไปรู้สึกประสบความสำเร็จ ส่วนกระแสที่ไม่ดีก็ขอเชิดใส่ค่ะ เห็นมีคำหนึ่งที่โกรธ แล้วจะฟ้อง ? ติสต์แตก เพี้ยน อะไรแบบนี้ คนบอกน้ำผึ้งอาร์ตติสต์ โอเค เราชอบมันดูศิลปินยิ่งใหญ่ แต่คำว่าติสต์ มันเหมือนคนที่ทำงานไม่ได้ ซึ่งมันมีผลกระทบกับงาน คำว่าเพี้ยนก็ไม่ได้เพราะมันกระทบกับงาน เหมือนเราคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง ซึ่งเราทำงานดี มีเหตุผลมาก คิดไหม ทำไมคนถึงพูดแบบนี้ ? เข้าใจนะ เราไม่ได้เป็นแบบที่ดาราคนอื่นเป็น เราอยากอยู่เราก็อยู่ เราอยากไปเราก็ไป เราเป็นคนมีความเป็นตัวเองสูงมาก เป็นคน 2 ขั้ว ชัดเจนมาก ? ใช่ค่ะ ถูกกับผิด เด็ก ๆ ก็เป็นแบบ ถ้าเป็นดาราแล้วไม่มีความสุข เป็นคนธรรมดาอาจจะมีความสุข เป็นสมมุติฐาน เป็นดารา 10 ปีแรก 10 ปีหลังลองไม่เป็นดาราดู ว่ามันจะเห็นมุมมองอื่น ๆ ไหม เราเข้าวงการตั้งแต่อายุ 16-17 โตมาในวงการ มันมีแต่เรื่องของตัวเอง เหมือนสมองเราไม่ได้เติบโต แต่ถ้าเราได้ออกไปเจอคน ขับรถ 2 แถว เราก็จะได้รู้ว่าเขามีปัญหา 1-4 ปัญหาที่เราเจอมันไม่ใช่ปัญหา ไม่เสียดายเหรอ หลายคนเข้าวงการก็อยากเป็นเหมือนน้ำผึ้ง ทิ้งวงการตอนดังด้วย ? ต้องไปตอนดังสิ เดี๋ยวไปตอนดับเขาหาว่าหนี ตอนนั้นไม่ได้ทิ้งนะ แต่เราทำงานในวงการมาเป็น 10 ปีแล้ว เรารู้สึกอิ่ม เราไปถึงจุด ๆ หนึ่งแล้ว ทุกคนยอมรับเราแล้ว เราอยากรู้ว่าอะไรมันเป็นจุดต่อไป อะไรคือที่สุดของคน แล้วที่สุดของน้ำผึ้งคืออะไร ? เราก็นึกไม่ออก คิดว่าถ้าอนาคตของเราต้องตาย ที่สุดของเราคงต้องไปที่ศิริราช ไปดูศพซีอุย ความสวยมันไม่จีรัง เราอ่านธรรมะ นั่งรถเมล์ ปอ. ด้วยนะ ถ้าไม่เป็นดาราต้องทำแบบนี้ ไปลงท่าพระจันทร์แล้วก็นั่งเรือต่อไปศิริราช แล้วไปถามศิริราชว่า ห้องซีอุยไปทางไหนคะ เราก็เข้าไปดูว่าตัวเราในอนาคตจะต้องเป็นแบบนี้ใช่ไหม เวลาอิน เราอินจริง เราชอบหาคำตอบ ไปดูตับไตไส้พุง เห็นอาจารย์ใหญ่นอนอยู่ในโลงแก้ว 2 ท่าน เรายืนมองดูขนตา เราอยากดูใบหน้าแบบละเอียด แล้วเราก็จินตนาการ สุดท้ายกลัว เราก็ออกมา เราก็หายกังวลเรื่องอื่นไปเยอะเลย เพราะเรื่องหนักที่สุดก็คือความตาย เรื่องอื่นไม่ใช่ปัญหา ทำไมถึงโฟกัสตับเป็นพิเศษ ? เป็นคนชอบกินตับไก่ แต่ไม่ได้อยากกินตับคนนะ คือมันเหมือนกัน คนกับไก่ตับก็เหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องตาย สัจธรรมเหมือนกัน เราสบายใจก็ปล่อยวางมากขึ้น แต่ตอนนั้นก็มีคนติดต่อตามหา ? ตอนนั้นก็ใจอ่อนแล้วนะ หลังจากที่เขาเลิกง้อก็เลยเริ่มกลับมาทำงาน ตอนนั้นมีคนเตือนว่าอย่าเลยกำลังดัง ? ค่ะ เขาบอกว่ารีบโกยนะ น้ำขึ้นให้รีบตัก น้ำผึ้งตอบไปว่า ถ้าตักมาก ๆ ตะกร้ามันจะพังนะคะ กล้านะ ตอบแบบนี้ได้ เขาเป็นผู้มีพระคุณอันดับ 1 ท่านก็บอกว่าตามใจเถอะ เราก็ช่างใจนะ ตัดสินใจแล้ว เพราะถ้ากลับมา เราอาจไม่ได้กลับมาเป็นเบอร์ต้น อาจไม่ได้เล่นละคร เราจะรับได้ไหม หรือว่าจะเป็นครูศิลปะ แต่โชคดีที่มีคนเมตตา แล้วก็ได้กลับมากลับมามีความสุขมากกว่า ทิ้งไปกี่ปี ? 5 ปี ทำไมมีความสุขมากกว่าทั้งที่ไม่ได้กลับมาเป็นเบอร์ต้น ? เพราะความคาดหวังมันน้อยลง ตอนเป็นนางเอกสมัยก่อน เขาเข้าใจว่าเรียบร้อย มีมารยาทดี สายเดี่ยวแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ เราก็กดดัน เพราะตัวจริงเราไม่เรียบร้อย เราก็จะอึดอัด เราก็พยายามอดทน เพอร์เฟกต์มาได้ระยะหนึ่ง แต่มันพอแล้ว เหมือนเป็นกะเทยที่แอ๊บแมน แล้ววันหนึ่งออกมาบอกว่าฉันเป็นกะเทย 5 ปีที่ทิ้งไป คิดไหมว่าเราไม่น่าทิ้งเลย ? ก็มีคิด เห็นคนอื่นสวยสง่าบนเวทีที่เราเคยอยู่ ถ้าเราไม่ออกไป เราก็ได้อยู่ตรงนั้น แต่คิดว่าแน่จริงเหรอน้ำผึ้ง แต่สุดท้ายก็เลือกออกอยู่ดี เป็นคนสุดขั้วแบบนี้ เด็ก ๆ อย่าเลียนแบบนะคะ เพราะกรณีแบบนี้คือตายไปหมดแล้ว อันนี้รอดกลับมาคือมันเสี่ยง เกี่ยวไหม ส่วนหนึ่งเป็นลูกคุณหนูด้วย ? ตอนนั้นก็อาจเป็นไปได้ ไม่เคยลำบากก็เลยกล้าเชิด แต่พอออกไป เราได้เห็นโลกของความจริง เรารู้สึกว่าความลำบากเป็นแบบนี้ เราได้เห็นสถานะความเป็นจริง ได้รู้ว่าจุดที่เราอยู่มันโอเค เลยเริ่มพอใจและมีความสุข ตอนที่ออกจากวงการที่บ้านว่ายังไง ? ก็ห้ามค่ะ อยากให้เป็นดาราเพราะแม่ถูกชวนเป็นดารา แต่ก๋งไม่ยอม สมัยนั้นคือเต้นกินรำกิน พอเราเป็นดาราแม่ก็เลยส่งเสริม ตอนนั้นแม่ก็คัดค้าน ให้คนในครอบครัวมาหว่านล้อม แต่เขารู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น เพราะเราดื้อ ตอนนั้นกดดันร้องไห้เลย เราเป็นคนไม่ดีใช่ไหม แต่ถ้าเราไม่ออกไปเรียนรู้ เราก็จะไม่รู้ จะพูดแต่เรื่องของตัวเองตลอดเวลา เพราะดาราตอนนั้นมีแต่คนล้อมรอบ มีแต่คนเอาใจดูแล อยากได้อะไรก็ได้ เอาแต่ใจตัวเองมาก ซึ่งเราว่ามันก็มีทั้งความน่ารัก ไม่น่ารัก เอาแต่ใจตัวเอง เสื้อผ้าเราเล็งรังดุมเลยนะว่าละเอียดหรือเปล่า ก่อนให้ใส่ซักรีดหรือยัง จุกจิกมาก เราไม่มีความสุขเลย อะไรที่ไม่สมบูรณ์แบบย่อมมารายล้อมตัว น้ำผึ้งวันนั้น กับน้ำผึ้งวันนี้ ต่างกันยังไง ? สมัยก่อนจะเป็นภาพที่เพอร์เฟกต์ พูดอะไรทุกอย่างเรียบร้อย ทุกอย่างมันดี แต่น้ำผึ้งสมัยนี้ เราพูดกันได้ มันเป็นเสน่ห์ของคนรุ่นใหม่ พูดอะไรแชร์ออกมา เป็นความจริง มันรู้สึกสบายใจ พูดทุกอย่างที่อยากพูดได้ เห็นตอนนั้นบอกว่ารู้สึกตัวเองดีไม่พอ ? เราหาเงินได้เยอะ มีทุกสิ่งอย่าง ซึ่งคิดว่าเรามีตรงนี้เราจะมีความสุข แต่ทำไมเราไม่มีความสุข หรือเรายังไม่ดีพอ เราต้องทำอะไรอีกไหม อะไรคือคุณค่าที่แท้จริง เห็นไปผายปอดหนูมาด้วย ? ต้องใช้วิจารณญาณนะคะ ห้ามทำนะคะ อาจติดโรคได้ เราไปเดินจตุจักร แล้วมันมีร้านขายสัตว์ เรามองไปดูเห็นหนูแฮมเตอร์ตัวหนึ่งเหมือนตกน้ำ หมดสติแน่นิ่ง เจ้าของร้านพยายามเป่าลมใส่หน้าหนู เราก็ถามพี่มันจะฟื้นไหม เป่าลมใส่หน้า เราก็เลยบอกมานี่ เดี๋ยวทำให้ ด้วยความที่เราเคยทำ CPR เราเลยอมปากกับจมูกมัน ออกซิเจนได้เข้าไปทุกทาง พร้อมโทร. ไปถามสัตวแพทย์ ทำแบบนี้ได้ 10 นาที หนูฟื้น หายใจ 3 เฮือก ตาย เรานึกได้ก็กลัวขึ้นมา มันมีโรคฉี่หนู เรากลัวตาย เลยโทร. ไปหาหมอว่าต้องทำยังไง ตอนนั้นต้องกักตัว บอกตัวเองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว มีเซนส์เรื่องลี้ลับไหม ? ก็ไม่เชิงมี แต่มีตอนหนึ่งอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงผิวปากข้างล่าง แล้วเรานั่งอยู่กับแมว เป็นเสียงผู้ชาย เราก็คิดว่าแฟนมาแล้ว พี่เป้มาแน่ ๆ ผิวปากหาน้ำผึ้ง ก็เลยตะโกน พี่เป้ ๆ เขาก็เงียบ ทำไมเขาเงียบ เพราะตอนที่ได้ยินผิวปาก เรากับแมวหันไปพร้อมกัน แต่ไม่มีคนเดินเข้ามา เราก็คิดว่าถ้าเราหูแว่ว เราต้องได้ยินคนเดียวสิ แต่ทำไมแมวหันไปด้วย มันคือเสียงอะไร มันก็แปลก ๆ น้ำผึ้งเลี้ยงสัตว์เยอะ คิดว่าเป็นสัตว์ที่เสียในบ้านไหม ? ก็มี เพราะหลายตัวฝังไว้ใต้ต้นไม้ กลัวไหม ไม่กลัว แต่ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้อยากเจอ ไม่เคยเห็นจริงจัง ถ่ายเซ็กซี่พี่เป้ว่ายังไง ? พี่เป้บอกว่าเซ็กซี่เหมือนกันนะ ปกติเป็นคนแต่งตัวง่ายๆ หน้าสด เขาก็ตกใจนึกว่าได้แฟนใหม่ เขาก็ชมว่าเดี๋ยวนี้แต่งตัวเซ็กซี่จัง ซึ่งปกติเขาไม่ชมเลย คบ 20 ปี ทำไมคลั่งรัก ? เขาเป็นคนน่ารัก เป็นคนใจดี ที่คบกันนานเพราะเขาใจดี เขารักสัตว์ จนเรายอมแพ้ใจ เช่น เราไปซื้อปลากัน เราขับรถให้พี่เป้ถือปลา แล้วเจอหลังเต่า พี่เป้ก็ยกปลาขึ้น เราก็ถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เขาบอกว่าเดี่ยวปลามันเวียนหัว คนแบบนี้เราจะไม่ปล่อยให้หลุดมือค่ะ เขาดูแลน้ำผึ้งดีขนาดไหน ? เขาดูแลทำอาหารให้ ส่วนเรามีหน้าที่กินอาหารให้หมดค่ะ ต้องกินอาหารเช้าด้วยกัน เขาละเอียดอ่อน เขารู้จักความรัก เรารู้จักแต่รักตัวเอง เราไม่เคยแคร์ใคร อยากเดินห้างเราบอกจอดให้เราเดินก่อน เขาบอกว่าไม่ได้ต้องเดินพร้อมกัน จับมือกัน เราก็ว้าว นี่เหรอที่เรียกว่าความรัก ทำไมถึงยังไม่แต่งงาน 20 ปี ใช่ขนาดนี้? จริง ๆ ผู้ใหญ่รับรู้แล้ว ผ่านขั้นผู้ใหญ่รับรู้ว่าอยู่ด้วยกัน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็อนุญาตยินดี เราก็เลยรู้สึกว่าสเตปนี้มันผ่านไปแล้ว มันไม่โดนข้อครหาเกี่ยวกับการข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ แต่มันมีเรื่องโควิดด้วย ผู้ใหญ่อยากให้แต่ง แต่ช่วงนี้มันไม่ใช่ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้ถูกต้องตามประเพณี เหลือแค่จัดงาน จริง ๆ ถ้าไม่จัดงานก็ดีค่ะ แต่เราก็พูดไม่ได้ เห็นเพื่อนแต่งสวย ๆ ฉันก็อยากแต่งเพราะตอนนี้ฉันสวยแล้ว สาเหตุทำไมกลับมาสวย ? เราปล่อยตัวช่วงโควิด เป็นผีทุเรียน ชอบซื้อทุเรียนดิบ ๆ ไว้ในตู้เย็น กินตอนดึก ๆ ตอนที่มันแย่ก็ทำงานยาก ใส่ชุดถ่ายละครยาก หนักสุด 65 กิโลกรัม โหดค่ะ หน้าใหญ่ ตัวใหญ่ กองถ่ายบอกน้ำผึ้งไม่ไหวแล้วนะ เราก็เลยรู้สึกว่าเราต้องปรับเปลี่ยนเพราะกระทบกับงาน แม้ว่าพี่เป้บอกน้ำผึ้งยังไงก็สวย ก็เลยมาได้ไอเดียว่าจะต้องออกกำลังกาย ต้องควบคุมอาหาร ไม่กินตามใจปาก ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.05 - 14.05 น. ทางช่อง One31 Facebook Page : คุยแซ่บShow และรับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama