ย้อนความรัก ต้อย เศรษฐา และ เปี๊ยก อรัญญา จากคู่พระ-นางในละคร สู่คู่จริงในชีวิต คนเตือนฝ่ายชายเจ้าชู้ แต่อดีตนางเอกดังขอทำตามหัวใจจนได้พบรักแท้ เผยความประทับใจ 41 ปีอยู่ด้วยกันมา เคียงข้างกันจนวันสุดท้ายของชีวิต เป็นการสูญเสียที่ยากจะทำใจของครอบครัวศิระฉายา เมื่อ อาต้อย เศรษฐา เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ระยะที่ 4 จากไปอย่างสงบในวัย 77 ปี เชื่อว่าคนข้างหลังอย่าง อาเปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์ ภรรยาสุดที่รักคงจะใจหายไม่น้อย ถึงอย่างไรก็จากกันเพียงกาย แต่ความรักยังคงอยู่ กระปุกดอทคอม จะพาไปย้อนจุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่ กระทั่งแต่งงาน มีลูก จนถึงวันที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็คอยเคียงข้างให้กำลังใจกันอยู่เสมอ ย้อนกลับไปปี 2509 อาเปี๊ยก อรัญญา เริ่มเล่นละครโทรทัศน์เรื่องแรก ชื่อเสียงค่อย ๆ โด่งดังเรื่อยมา กระทั่งในปี 2513 เปี๊ยก โปสเตอร์ ผู้กำกับ ได้ทาบทาม อรัญญา มาเป็นนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง “โทน” ซึ่งผู้กำกับยังได้ทาบทาม วงดิอิมพอสสิเบิ้ล มาร่วมบรรเลงเพลงประกอบ เป็นจุดเปลี่ยนให้ เศรษฐา ซึ่งเป็นนักร้องนำของวงได้สัมผัสโลกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก และได้มีโอกาสร่วมแสดงในหนังเรื่องต่าง ๆ เรื่อยมา กระทั่งได้เป็นพระเอกอย่างเต็มตัว ในปี 2522 เศรษฐา ได้เป็นพระเอกในเรื่อง ชื่นรัก ประกบกับนางเอกชื่อดังแห่งยุคอย่าง อรัญญา และเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์รักที่ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกัน และมีลูกสาวเพียงคนเดียว คือ อี๊ฟ พุทธธิดา ต่อมา อี๊ฟ พุทธธิดา แต่งงานกับ ต้น เติมศักดิ์ และมีเจ้าตัวเล็กคือ น้องมีบุญ ซึ่งทำให้ครอบครัวมีสีสันขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณตาและคุณยายที่มีหลานตัวน้อยเป็นแก้วตาดวงใจ อาเปี๊ยก อรัญญา เคยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ คุยแซ่บShow เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 บอกว่าสมัยก่อนเป็นคู่จิ้นกับ อาสมบัติ เมทะนี แต่เราชอบอาต้อยมากกว่า คบกันก่อนที่สื่อจะรู้แล้วเอาไปเขียนอีก หลายคนก็เสียใจเพราะอยากให้คบกับอาสมบัติ คนมองว่าอาต้อยค่อนข้างคุยหลายคน ดูเจ้าชู้ อีกทั้งเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว คนก็กลัวว่าเราจะเสียใจ เราคบกันมาจากวันนั้นจนวันนี้ 41 ปีแล้ว (ณ ตอนที่ให้สัมภาษณ์) อาต้อยเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย อารมณ์ดี เราคุยกันว่าจะอยู่กันแบบไม่แต่งงานเพราะเราชอบความเป็นอยู่อย่างนี้ และคนรอบข้างก็เข้าใจ ครั้งหนึ่งครอบครัวเกิดมรสุมใหญ่ เมื่อเดือนกันยายน 2554 อาเปี๊ยก อรัญญา ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก เข้ารักษาตัวฉุกเฉินที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีอาการกล้ามเนื้อด้านซ้ายอ่อนแรงและมุมปากเบี้ยว โดยแพทย์แถลงว่า มีเลือดออกในส่วนลึกของสมองข้างขวา และมีก้อนเลือดประมาณ 2 เซนติเมตร เลือดเปราะและแตกเนื่องจากความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน ต้องรักษาด้วยกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งมี อาต้อย เศรษฐา คอยดูแลเคียงข้างไม่ห่าง กระทั่งอาเปี๊ยกอาการดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นปกติ ต่อมาช่วงต้นปี 2562 ครอบครัวศิระฉายา ได้รับข่าวร้าย เนื่องจากอาต้อยตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอด ซึ่งก็ได้เข้ารับการรักษาตามขั้นตอนเรื่อยมา และในเดือนเมษายน 2564 อาต้อยติดโควิด 19 ทุกคนต่างเป็นห่วงและส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม เนื่องจากมีอาการเชื้อลงปอดและยังคงรักษาโรคมะเร็งปอดอยู่ หลังจากรักษาตัวอยู่หลายสัปดาห์ก็หายป่วยโควิด 19 และสามารถกลับบ้านได้ ทั้งนี้ การรักษาต่อเนื่องทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งในปอด ที่เคยมีขนาด 8 เซนติเมตร ลดลงเหลือ 4 เซนติเมตร รวมถึงหยุดการเติบโตไปแล้ว แต่ช่วงปลายปี 2564 อาต้อย ต้องกลับไปรักษาด้วยการทำคีโมอีกครั้ง เนื่องจากตรวจพบว่าก้อนเนื้อดังกล่าวกลับมาเติบโต และครั้งนี้ด้วยความที่เป็นมะเร็งระยะที่ 4 ทำให้เชื้อกระจายเป็นส่วนอื่น ๆ ในร่างกายด้วย แม้ว่าอาต้อยจะแพ้คีโมหนักขนาดไหน ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทุกคนจะได้เห็นภาพเจ้าตัวยิ้มสู้เสมอ พร้อมเคียงข้างด้วยครอบครัวที่รักและอบอุ่น โดยเฉพาะ อาเปี๊ยก ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของกันและกันเสมอมา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2565 อี๊ฟ พุทธธิดา โพสต์ภาพซึ้งผ่านอินสตาแกรม เป็นภาพที่โรงพยาบาลจุฬา อาเปี๊ยกกุมมือให้กำลังใจสามีไม่ห่าง พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ แต่ความหมายกินใจ “คู่ชีวิต” รวมถึงมีภาพ น้องมีบุญ บุรุษพยาบาลตัวน้อย พร้อมด้วยคุณแม่และคุณยายที่เข็นคุณตาในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เป็นภาพความสุขที่น่าประทับใจอย่างมาก ก่อนที่ศิลปินในตำนานจะจากไปอย่างสงบ ช่วงเช้ามืดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565