ขนม ศศิกานต์ ไลฟ์ทั้งน้ำตา พูดคำพูดรุนแรงจาก ครูเต้ย อภิวัฒน์ ในวันที่บอกว่าท้องลูกคนที่ 2 ถูกด่าสร้างแต่ปัญหา-โง่ไม่มีสมอง ช็อก ! จะให้เอาลูกออก ดูท่าจะไม่จบง่ายซะแล้ว สำหรับเรื่องราวระหว่าง ครูเต้ย อภิวัฒน์ และอดีตภรรยา ขนม ศศิกานต์ ที่กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังฝ่ายชายออกมาโพสต์ว่าไม่ได้มีปัญหากับอดีตภรรยา แต่เจอคนรอบข้างของอีกฝ่ายแซะไม่จบ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยขอคืนบ้านและรถจากอีกฝ่าย ล่าสุด (4 มิถุนายน 2568) ขนม ศศิกานต์ ก็ออกมาเคลื่อนไหวถึงเรื่องนี้ ไลฟ์ทั้งน้ำตา เผยเหตุผลที่เลิกกัน และยอมรับว่าพ่อของเธอมีปัญหากับอีกฝ่ายจริง เพราะเพิ่งมารู้เรื่องราวสุดเจ็บปวดที่ลูกสาวต้องเจอ ภายหลังจากที่เธอเลิกกับ ครูเต้ย ไปแล้ว เนื่องจากเธอปิดคนในครอบครัวมาตลอดว่าถูกอีกฝ่ายพูดจาแย่ ๆ ทำร้ายจิตใจตอนที่ตั้งท้องลูกคนที่ 2 จนถึงตอนคลอด ขนม เผยว่า ยอมรับว่ามีส่วนที่ไม่ดี ไม่ชอบทำงานบ้าน ไม่ใส่ใจมากพอ เป็นแม่ศรีเรือนให้ได้ไม่มากพอ เราทะเลาะกันเรื่อย ๆ จนมันสะสม เรื่องผู้หญิงไม่เคยรับทราบ เพิ่งจะมารู้ตอนเลิกกันแล้ว ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไร ซึ่งก็ไม่ได้เลิกกันเพราะเรื่องนอกใจ แต่เลิกกันเพราะนิสัยของเราที่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ จุดที่ทำให้หมดใจ คือวันที่รู้ว่ามีน้องคนที่ 2 หนูเดินไปบอกเขา แต่เขาพูดกลับมาว่า "สร้างแต่ปัญหา" ทุกคนนึกออกไหม จนมันทำอะไรไม่ได้แล้วเลยไปฝากท้องช้า ซึ่งหลังจากนั้นเขารักและดูแลลูกก็จริง คำพูดเขาที่บอกว่า เขารักได้แค่คนโตคนเดียว ไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว แล้วหนูสร้างคนเดียวเหรอ ตอนแรกมีแต่คำว่าไม่เอา เรื่องนี้ไม่เคยมีใครรับรู้ เขาเพิ่งมารู้หลังจากเลิกกันแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้คนรอบข้างไม่โอเค และเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่จบ เขาเคยพูดด้วยว่า ถ้าออกมาพูดเรื่องที่จะให้เอาเด็กออก จะไม่เอาไว้แน่ ส่วนเรื่องค่าคลอด คือเขาบอกว่าจะขายนาฬิกา แต่หนูไม่อยากให้ขาย อยากให้เขาเก็บไว้ใส่ จึงไปขายทองตัวเอง โดยให้อากงกับแม่ยาย (คุณพ่อคุณแม่ของขนม) ช่วย และโกหกว่าจะเอาไปลงทุน เขามารู้ทีหลังเลยโอนเงินคืนมาและบอกว่าให้เก็บไว้ให้ลูก และมีเรื่องหลังจากที่คลอดลูกชายคนที่ 2 แล้ว วันนั้นเป็นวันมีตติ้งของเขา เขาต้องไปงานและมีนัดกินข้าวกับที่บ้านเขา แต่เราต้องเอานมไปให้ลูกที่โรงพยาบาล ซึ่งวันนั้นรถติดมาก หนูก็บอกเขาว่าเดี๋ยวค่อยกินได้ไหม เสร็จมีตติ้งค่อยไปได้ไหม ต้องไปส่งนมให้ลูกก่อน นมลูกสำคัญที่สุด แต่เขาก็โมโหฟาดงวงฟาดงาใส่บอกว่า "ทำไมถึงโง่ ไม่มีสมองได้ขนาดนี้ ทำไมไม่รู้จักวางแผนเลย" มันเป็นเรื่องทะเลาะกันจนฝังใจหนู คือแค่รถติด วันนั้นเขาไม่ไปส่งนมลูกด้วย หนูไปส่งนมลูกคนเดียว ส่วนเขากลับมาถึงก็ไม่คุยกับใครเลย และไม่ยอมไปงานมีตติ้งด้วย ก่อนหน้านี้เขาดูแลดีมาตลอด ไม่ได้ขาดตกบกพร่องในเรื่องลูก เรื่องคนอื่นภายในบ้านไม่ได้มีเรื่องเงินเดือน ของแม่ยายกับอากงก็จะมีค่าข้าววันละ 300 บาท ค่าเลี้ยงดูเคยขอไปแล้วเดือนละ 50,000 บาท 2 คน แบบไม่ต้องทำบิลเบิก แต่เขาไม่สะดวกที่จะให้แบบนั้น เขาสะดวกที่จะให้ทำบิลเบิก ซึ่งตอนคบกัน บ้านที่กรุงเทพฯ เขาจะเก็บไว้ให้ลูก เขาก็เลยผ่อนต่อเอง หลังจากเลิกกันก็ได้มีการคุยกันว่าทุกอย่างของลูกจะหาร 2 ซึ่งหนูก็ยินดีที่จะหาร เพราะเขาก็คือลูกของหนู แต่มันมามีปัญหาตรงที่เมื่อวานส่งบิลไปเบิก มีส่วนของค่าน้ำมันรถเพราะเป็นรถที่ลูกใช้ เขาก็ถามลูกไปไหน เขาก็พิมพ์มาว่า "คนที่ยังด่าเขาแซะ เขาไม่ละอายใจบ้างหรอที่ใช้ของ ๆ เขา" หนูก็เลยคิดว่าถ้างั้นควรคืน เขาไม่ได้เคยขอรถขอบ้านคืน เขายังดูแลดีเหมือนเดิม ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ดี ในส่วนดีเขาก็มี เพียงแต่ว่ามันเป็นเรื่องนี้ที่รับไม่ได้ ที่คนรอบตัวรับไม่ได้เหตุผลที่ทุกคนยังตามว่าอยู่ เพราะทุกคนก็ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษจากเรื่องนี้ วันนั้นเขามาส่งลูกสาว แล้วเจอกับอากง เขาก็มองและทำเสียงดังใส่อากง เพราะอากงก็ไม่พอใจเขา คือหลังจากที่อากงรู้เรื่องนี้ ไม่เคยญาติดีกับเขา ใช่ค่ะ อากงทะเลาะกับเขาตลอด แต่หนูถามหน่อยว่า ตัวเองก็เป็นพ่อคน ทำไมไม่เข้าใจว่า พอวันหนึ่งตัวเองมารู้ในเรื่องของลูกสาวโดนกระทำแบบนี้ เขารักคุณมาก แต่คุณมาทำแบบนี้ เขาไม่มีสิทธิ์โกรธเหรอ ให้น้องคุณมาโพสต์ว่าพ่อเรา คุณนึกถึงบ้างไหมในวันที่คุณบอกให้เรา ไปไอ้นั้นอะ ทำสิ่งนั้นอะ เราไม่พูดกับพ่อแม่ไม่พูดกับใครเลย แต่คุณควรหยุดได้ตั้งนานแล้ว คุณควรสำนึกในสิ่งที่คุณทำ คุณจะไม่ให้คนอื่นโกรธคุณได้ยังไง หรือคุณมองว่าเรื่องนี้คือเรื่องปกติ คุณชวนน้องคุณว่า เอาเลยไหม กับพ่อเราที่เขาเจ็บปวดกับสิ่งที่คุณทำ สิ่งที่รอคือเมื่อไหร่จะรู้ตัวว่าทำไมคุณเป็นแบบนี้ โดยในระหว่างที่ ขนม ไลฟ์ก็มีแฟน ๆ เข้าไปคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก พร้อมแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า จุกอกแทนเลยคนเป็นเมียและแม่ต้องมาโดนกระทำแบบนี้จากสามีและพ่อของตัวเอง