สครับผิวตัวทุกวันได้ไหม ถ้าอยากดูแลผิวให้เนียนใสด้วยการขัดผิว จะสามารถทำทุกวันได้หรือเปล่า ทำให้ผิวบางหรือเป็นอันตรายไหม มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน หลายคนอาจเคยเห็นคำแนะนำให้ สครับผิว หรือขัดผิว เพื่อผิวเรียบเนียน กระจ่างใส บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าทำทุกวันเลย จะช่วยให้ผิวกายดีขึ้นเร็วไหม หรือกลับกลายเป็นทำร้ายผิวเสียเอง กระปุกดอทคอมจึงอยากมาเล่าให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “สครับผิวตัวทุกวันได้ไหม” มีข้อดีข้อเสียยังไง และควรดูแลผิวอย่างไรให้ปลอดภัยค่ะ การสครับผิว (exfoliation) คือการช่วยให้เซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ถูกขจัดออกไป ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น นี่คือข้อดีหลัก ๆ ที่มักพูดถึง ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น เพราะเอาเซลล์ตาย ๆ ที่ทำให้ผิวขรุขระออกไป ทำให้ครีม โลชั่น หรือน้ำมันทาผิว ซึมซาบเข้าได้ดีขึ้น เพราะไม่มีชั้นเซลล์ที่ตายแล้วมาขวางกั้น ช่วยเปิดรูขุมขน ลดการอุดตัน ในบางจุด เช่น หลังแขน ขา ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น เพราะแสงตกกระทบได้ดีขึ้น ไม่มีชั้น “เศษเซลล์” มารบกวน ช่วยลดปัญหาขนคุด ในบางจุด ถ้าใช้วิธีสครับที่เหมาะสม ถึงแม้จะมีข้อดี แต่วิธีการและความถี่สำคัญมาก เพราะถ้า “มากเกินไป” ผิวอาจโดนทำร้ายแทนที่จะได้ประโยชน์ค่ะ แม้ผิวบางคนอาจทนได้ และรู้สึกว่าการขัดผิวทำให้ผิวเนียนนุ่ม แต่ความเสี่ยงมีค่อนข้างสูง เพราะอาจทำให้ผิวบาง ระคายเคืองง่าย และไวต่อแดด จึงไม่แนะนำให้สครับทุกวัน ซึ่งข้อเสียของการสครับผิวบ่อยเกินไป มีดังนี้ ทำให้ผิวแห้ง หรือคัน มากขึ้น เพราะชั้นไขมันและน้ำมันธรรมชาติถูกล้างออกเกินไป ระคายเคือง ผิวแดง แสบ หรือรู้สึกแสบร้อน โดยเฉพาะถ้าขัดผิวแรงเกินไป หรือใช้เม็ดสครับที่หยาบ ทำลายเกราะป้องกันผิว ส่งผลให้ผิวไวต่อมลภาวะ เป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวได้ง่ายขึ้น ผิวอาจตอบสนองโดยผลิตน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้บางคนมีสิวเพิ่มขึ้น อาจเกิดจุดแพ้หรืออาการลอกเป็นขุย ถ้าใช้กับผิวที่มีแผล แสบร้อนจากแดด หรือเป็นผิวบอบบางอยู่แล้ว ถ้าอยากมีผิวสวย ปลอดภัย ลองใช้วิธีตามนี้ค่ะ เพราะได้ผลดีและเหมาะกับผิว เลือกสครับที่อ่อนโยน ใช้เม็ดสครับที่ไม่หยาบจนเกินไป อาจเป็นเกลืออ่อน น้ำตาลละเอียด หรือสูตรที่ผสมกับน้ำมันเพื่อช่วยให้ลื่นและลดการเสียดสี สครับบนผิวที่เปียกหมาด ไม่แห้งสนิท ก่อนสครับ ให้อาบน้ำหรือราดน้ำให้ผิวชุ่มเล็กน้อย จะช่วยลดแรงเสียดสี ถูเบา ๆ ด้วยแรงกดเบา ใช้การวนเป็นวงกลมเบา ๆ ไม่ถูแรง ใช้เวลาสครับแต่ละจุดไม่เกิน 30 วินาทีโดยประมาณ เริ่มจากผิวส่วนที่แข็งแรงก่อน อย่างแขน ขา ลำตัว แล้วถ้าไม่เกิดการระคายเคือง ค่อยไปจุดที่บอบบาง เช่น บริเวณใกล้รักแร้ ข้อพับ อย่าสครับในบริเวณที่มีแผลหรือระคายเคือง ผิวที่อักเสบ แดง หรือเป็นแผล ห้ามสครับจนกว่าจะหาย ล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้สะอาด ไม่ทิ้งเศษเม็ดสครับค้างอยู่บนผิว รีบทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์หลังสครับ ซับผิวให้หมาดแล้วทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทันที เพื่อเก็บความชุ่มชื้น ทดสอบผิว ถ้ายังไม่เคยใช้สครับชนิดใดมาก่อน ลองที่จุดเล็ก ๆ เช่น แขนด้านในก่อนดูว่าแพ้ไหม คอยสังเกตปฏิกิริยาผิว ถ้าเริ่มมีอาการแดง แสบ คัน หรือผิวลอก ควรลดความถี่หรือหยุดใช้พักหนึ่ง ไม่ควรใช้สครับพร้อมกันกับผลิตภัณฑ์ที่แรงมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดแรง ๆ หรือเรตินอยด์ เพราะอาจเพิ่มการระคายเคือง สรุปแล้วไม่แนะนำให้สครับผิวตัวทุกวัน เพราะอาจทำให้ผิวแห้ง แสบ ระคายเคือง หรือเสียเกราะป้องกันผิวได้ การสครับ 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์น่าจะเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน และควรระมัดระวัง สังเกตปฏิกิริยาของผิวเสมอ และถ้ามีอาการผิดปกติ ควรหยุดใช้หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังค่ะ เผยผิวออร่า ! 7 สูตรขัดผิวขาวเร่งด่วนจากธรรมชาติ คล้ำแค่ไหนก็เอาอยู่ 7 สูตรสครับเบกกิ้งโซดาขัดผิว ประหยัด ช่วยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส น่าสัมผัส แนะนำ 8 เกลือขัดผิว ช่วยให้ผิวเรียบลื่น เนียนนุ่ม กระจ่างใส ขอบคุณข้อมูลจาก : health.harvard.edu, healthline.com, skin.software