บิว วราภรณ์ เปิดดราม่าพี่เลี้ยง Toxic เผยวีรกรรมเหลือทน 7 เดือน ต้องเจอหลายเรื่อง ทั้งติดโซเชียล ติดโทรศัพท์ ใช้เสียงดัง บิว วราภรณ์ อินฟลูเอนเซอร์ และยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง โดยก่อนหน้านี้ เธอมีเรื่องราวให้กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโซเชียลหลายครั้ง กระทั่งล่าสุด (1 พฤศจิกายน 2568) ดูเหมือนว่าเธอจะงานเข้าอีกครั้ง เมื่อเจอปัญหาพี่เลี้ยงจนสุดทน จึงขอออกมาแฉพฤติกรรมกันแบบยาว ๆ โดยเฟซบุ๊กเพจ อรรถรส ได้สรุปเรื่องราวเกี่ยวกับดราม่าพี่เลี้ยงของ บิว วราภรณ์ โดยเผยว่า บิวได้จ้างพี่เลี้ยงเด็กจากศูนย์ดูแลมาเลี้ยงน้องเบนนี่ ลูกชายวัย 7 เดือน โดยให้ค่าจ้างเดือนละ 35,000 บาท ตอนแรกในช่วง 3 เดือนแรก พี่เลี้ยงดีมาก มีประสบการณ์ และไม่เล่นโซเชียล แต่หลังจากผ่านไป พี่เลี้ยงเริ่มแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ- โพสต์คลิปลูกลงโซเชียล พี่เลี้ยงมาขออนุญาตเอารูปน้องไปลง TikTok โดยบอกว่าลูกของเธอเป็นคนสมัครให้ ทางบิวก็ยอมเพราะคิดว่าพี่เลี้ยงเอ็นดูลูก หลังโพสต์แรกลงไป AI จับหน้าเด็กได้ ยอดวิวพุ่งหลักแสน พี่เลี้ยงเลยเริ่มติดโทรศัพท์ และทำคลิปถี่ขึ้น ทางคุณธนิน สามีบิว ต้องเข้าไปเตือนให้หยุด เพราะกลายเป็นเหมือนใช้ลูกสร้างคอนเทนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต - ติดโทรศัพท์มือถือ พี่เลี้ยงติดมือถือมาก ถึงขนาดเอาหูฟังไร้สายมาใช้ตลอดเวลา มีวันหนึ่งทำหูฟังไร้สายหาย ก็โวยวายลั่นบ้าน โทษทุกคนยกเว้นตัวเอง ก่อนจะมาเจออยู่ใต้หมอนลูก ซึ่งทำให้บิวเครียดมาก เพราะลูกอายุ 7 เดือน กลัวว่าลูกจะเผลอหยิบกลืนเข้าไปเป็นอันตราย และยังแอบเอาโทรศัพท์ให้เด็กดูแทนทีวี - นิสัยช่างขอ พี่เลี้ยงเริ่มมีพฤติกรรมขอของใช้บ่อย ๆ เช่น เครื่องปั๊มนม, เสื้อผ้าเด็ก และผ้าคลุมให้นม จนของใช้ในบ้านขาด ทั้งยังพบว่า แอบเอาจาน ชาม อุปกรณ์เด็กที่ไม่ชอบไปเก็บซ่อนไว้ แล้วบอกให้ซื้อใหม่ตามที่ตัวเองอยากได้ - พฤติกรรม Toxic พี่เลี้ยงใช้คำพูดเสียงแข็งใส่แม่บ้านคนอื่น เหมือนวางตัวเป็นใหญ่สุดในบ้าน ใช้เสียงดังกล่อมลูกของบิว ซึ่งทำให้เด็กติด การกล่อมผิดวิธี โดยหลังจากที่บิวโพสต์เรื่องราวนี้ออกมา ลูกสาวของพี่เลี้ยงได้ทักข้อความมาหาเธอ โดยขอโทษแทนแม่ บอกว่าแม่ไม่ได้ตั้งใจ ที่บ้านพูดเสียงดังอยู่แล้ว ทั้งยังตำหนิทางบิวว่า การโพสต์ของเธอเช่นนี้ อาจทำให้แม่ของเธอเป็นซึมเศร้าได้ ทางบิวจึงได้ตอบกลับไปว่า "คนเศร้าคือพ่อแม่เด็ก ไม่ใช่พี่เลี้ยงค่ะ" ทั้งนี้ บิวย้ำว่าเรื่องที่เล่าเป็นความจริงทั้งหมด ทั้งยังได้แนบภาพถ่ายหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ตอนนี้เธอไม่ได้โกรธแล้ว แต่อยากให้เรื่องราวของเธอเป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นระวังเกี่ยวกับพี่เลี้ยงลูก หลังจากทนมา 7 เดือน ปัจจุบันเธอได้ให้พี่เลี้ยงคนนี้ลาออกไปแล้ว และเธอก็ได้รับบทเรียนจากประสบการณ์ครั้งนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อรรถรส