จอย ศิริลักษณ์ ควงสามี บี กฤษณะพงศ์ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว กลับมาเจอกันได้อย่างไร จอย ศิริลักษณ์ ขอควงสามีหนุ่มนักดนตรี บี กฤษณะพงศ์ มาเปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ กับเส้นทางความรักที่ยาวนานกว่า 28 ปี จากรักแรกสู่รักสุดท้าย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ จอย : ก็ดีค่ะ มันก็พิเศษ มีความสุขดีค่ะ บี : ไม่เคยเป็นคู่สามีภรรยาที่ออกรายการครับ เป็นครั้งแรกที่เป็นสามีภรรยาแล้วออกรายการ บี : เริ่มจากบีเป็นนักดนตรี บีก็ไปอัดเสียงที่ห้องอัดหนึ่ง แล้วคิวบีอัดเสร็จแล้ว เราอยู่ในห้องอัดอยู่เป็นเดือน รู้จักพี่ ๆ ในห้องอัด โปรดิวเซอร์ของจอยคือพี่อ๋อ อินคา ก็แนะนำให้บีรู้จักกับจอย บีได้ถามพี่อ๋อ ว่าน้องมีวงแบ็กอัปหรือยัง ก็ได้ร่วมงานกับจอย บี : พอช่วงโปรโมตหมดไป ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำอย่างอื่น จอยไปออกรายการข่าวช่องนึงตอนเช้าเลย บียังไม่ได้นอน เห็นเขาทำทรงผมทรงใหม่ ก็เลยเพจเจอร์ไปหาเขา บี : ก็ส่งไปประมาณว่าเปลี่ยนทรงผมทรงใหม่น่ารักจัง ดูดีจัง อะไรสักอย่าง จอย : ตอนนั้นจอยก็โทรไปเลย เอาจริง ๆ ตอนนั้นจอยจำไม่ค่อยได้ เขาบอกจอยโทรกลับมาหาบีเลย ซึ่งก็เป็นไปได้ค่ะ (หัวเราะ) บี : ก็ทักทายกันว่าบีเหรอ ยังไม่นอนเหรอ ทำอะไรอยู่ ที่ได้คุยและได้เจอกัน ปัญหาอย่างเดียวคือมีเรียนบ่าย แล้วรายการ 6 โมง 8 โมงเลิกแล้ว จอย : มันมีช่วงเวลาเหลืออยู่ บี : เขาไม่รู้ไปไหน ก็เลยแวะมาหา บี : มีโทรศัพท์บ้านครับ เขาไม่รู้จะไปไหน เขานัดเพื่อนฝูงมารวมตัวกันก่อน ก่อนไปมหาวิทยาลัย บี : ประมาณ 2 ปีครับ บี : ตอนนั้นยังงงอยู่ ไม่ได้ให้อะไรเลย จอย : ไม่มีสถานะ ความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น มันก็เหมือนเป็นแฟน แต่ไม่มีสถานะให้กันค่ะ บี : เป็นแฟนนี่แหละครับ แต่ว่าไม่บอก จอย : ไม่ได้พูดว่าเป็นแฟนกัน บี : ไม่เคยพูดกันชัดเจน จอย : ไม่เคยพูดว่าเป็นแฟนนะ ไม่มี แต่อยู่ใกล้กันมาก ๆ กินข้าวที่บ้านเขา เข้านอกออกใน ก็เหมือนเขาดูแลเรา มันก็เป็นแฟนกัน แต่ไม่พูดกันว่าเป็นแฟนกัน จอย : ใช่ค่ะ ตอนนั้นรู้แหละว่าเขาไม่กล้าที่จะพูด บี : ไม่กล้าบอกเขา แล้วอยู่ ๆ เขาก็หายไป ตอนแรกหายไป 3 วัน มาลองเก็บความรู้สึกกันว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง บีรู้สึกใจหายวูบเลย คิดถึง ทำไมไม่โทรมา หายไป 3 วัน พอกลับมาก็สดใส สว่าง อยู่ดี ๆ ก็เปิดประตูเข้ามา จากเรามืด ๆ อึมครึม เราสว่างขึ้นมาทันทีว่าจอยกลับมาแล้ว แต่ก็ยังไม่พูด ยังไม่บอก เอาจริง ๆ ไม่กล้าครับ เขาระดับนางเอก เราไม่กล้าคิดขนาดนั้น จอยเขานางเอกเบอร์หนึ่งในยุคนั้น ในสายตาบี บี : ก็หายไปเลย จอย : ไปจริงแล้ว บี : เท่าที่จำได้เป็นแบบนั้น บี : เรื่องงานครับ บีทักไอจีเขา อยู่ ๆ ก็ไปทักเฉย ๆ เลย ตอนนั้นเขาลงรูปแต่งตัว บีก็ไปทักว่าลุคนี้ดูเท่จัง บี : ไม่ทราบเหมือนกันครับ แอบดูมี แต่รู้สึกครั้งนี้อยากคอมเมนต์ จอย : จังหวะตอนนั้น จอยเพิ่งไปร้องเพลงกับยุ้ย ปัทมวรรณช่วยเรื่องน้ำท่วม ช่วยเรื่องชายแดน มีฟีดแบ็กอยากเห็นกลับมาร้องเพลง ก็คุยกับยุ้ยว่าหรือเราจะร้องเพลงคู่กันน่าจะดี ไปเป็นเพื่อนกันก็สนุก อยากทำ ถ้าอย่างนั้นเราต้องมีแบ็กอัปนะ ในใจก็นึกถึงเขาคนแรกอยู่แล้ว เราก็คิดว่าเดี๋ยวต้องหาคอนแทคก่อนนะ ไม่รู้พี่บีใช้เบอร์เดิมหรือไงยังไง แค่คิดยังไม่หา คืนนี้จะกลับไปหาคอนแทค ก็เห็นเขามาเมนต์พอดี จอย : ก็โทรเลย พอเขาตอบปุ๊บก็ดีเอ็มไปเลยว่าขอเบอร์หน่อยจะคุยเรื่องงานด้วย เขาก็โทรคุยเลยตอนนั้น เขาไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัดเราก็บรีฟสั้น ๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน เพราะเขากำลังเดินทางอยู่ ก็บอกว่าจอยกับยุ้ยอย่างนี้ ๆ ก็เล่าให้เขาฟัง เขาเดินทางขึ้นเขาไม่มีสัญญาณ แต่พอลงมาเขาก็โทรกลับมา ก็คุยกัน พอกลับกรุงเทพฯ แล้วถึงได้คุยงานเป็นเรื่องเป็นราว คุยงานล้วน ๆ นัดถึงจุดที่ว่าไปซ้อมเพลง แกะเพลง ให้วงแกะเพลงก่อนแล้วนัดซ้อมกัน ก็มีการซ้อมเพลงครั้งที่หนึ่ง กับวงพี่บี และยุ้ย ปัทมวรรณ จอย : ใช่ค่ะ บี : ต่างคนต่างมีในใจว่าคิดถึงมาก ๆ จอย : คิดถึงมาก ถ้าเจอแล้วจะต้องยังไงดี จะทำยังไงดี อยากกอดเนอะ แต่เอ๊ะ มันจะดีมั้ยน้า อะไรแบบนี้ ที่มาคุยกันทีหลังว่าต่างคนต่างคิด บี : แต่ไม่ได้ทำ จอย : พอถึงหน้างานไม่ได้ทำ เพราะด้วยบรรยากาศเราคิดว่าไม่เหมาะมั้ง ดูทรงเขาด้วยว่ายังไง กลัวเราเป็นผู้หญิงเราเข้าไปแล้วไม่สุภาพ เขาก็บอกว่าเขากลัวจอยจะอะไร ก็เลยกลายเป็นมองกันแล้วไปทำงานเถอะ (หัวเราะ) อารมณ์นั้นค่ะ บี : ผมเป็น เวลามองเขา สบตากันไม่ได้เลย จอย : ทำงานอย่างเดียวเลย เขาก็รู้ด้วยว่าเราเก็บทรงเหมือนกัน เพราะเราเรียกเขาว่าพี่บี ปกติเราเรียกเขาบีบี เหมือนข้อความก็งงตัวเองจะเรียกว่าอะไร (หัวเราะ) จอย : แยกย้ายกลับค่ะ บี : วันนั้นคนที่ขับรถให้จอยติดธุระต้องเก็บบูธของจอย จอย : จอยทำขนมออกบูธ แล้ววันนั้นปิดบูธ เวลามันชนกันกับตอนซ้อม ก็ให้พี่เขาไปเก็บบูธแทนหน่อย บี : ผู้ดูแลอีกคนก็ไม่สบาย ป่วย จอย : จังหวะมันได้ บี : ก็เป็นหน้าที่บีที่ต้องไปส่ง เป็นผู้หญิงมันอันตราย (หัวเราะ) ระหว่างนั้นเราก็คุยกัน ระหว่างที่ซ้อมครั้งที่หนึ่งมาครั้งที่สอง คุยกันทางโทรศัพท์ก็เริ่มเปิดใจกันแล้ว ก็เลยขอเขาตรง ๆ เลยว่า ถ้าซ้อมครั้งที่สอง เจอกันขอกอดได้มั้ย แต่ก็ยังไม่ได้กอด จอย : ซีรีส์นี้ยาวนิดนึง (หัวเราะ) มันถึงบ้านแล้ว ต้องลงจากรถ คนเรามันรู้กันว่าเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอยู่กันสองคนอีกเมื่อไหร่ ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ เพราะปกติเราก็มีผู้ติดตาม เขาก็โอเค เขาจับมือเรา เราก็ให้เขาจับมือ พอจอดรถ เขาก็หันมาสบตาเรา เราก็มองอะไร (หัวเราะเขิน) เราเขิน ไม่รู้จะไปทางไหนดี เราก็เลยซุกไปในเสื้อเขา (หัวเราะเขิน) มันไม่มีที่หลบ อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนเราเคยคบกันไง มันไม่ใช่ว่าคนอื่นเพิ่งมาจีบ อยู่ดี ๆ ไปซบอก แต่เราไม่รู้ว่าเราจะไปไหนแล้ว นี่คือที่ปลอดภัยของเรา มันก็ไปเองอัตโนมัติ บี : ก็แอ่นอกรับเลย จอย : จอยก็ถอนตัวออกมา (หัวเราะ) เก็บทรงได้แล้ว บี : แต่ไม่ใช่แป๊บเดียว นานพอสมควร พอเขาซบ เราก็ไม่ได้ตัวแข็ง มีลูบ จอย : เราก็ผลักออกมา ทีนี้เขาก็ทวงสัญญา บี : ก็ถามเขาว่าขอกอดได้มั้ย ขอตรง ๆ นี่แหละครับ จอยก็พยักหน้า เราก็เลยกอดกันในรถครับ จอย : (หัวเราะเขิน) บี : (แซว) ทำเหมือนไม่เคย จอย : เราก็บอกว่าได้ แล้วก็กอด (กอดกันในรายการ) บี : กอดแน่นเลยครับ จอย : กอดแล้วเราก็สตั๊นไปเลย ตัวแข็งเลย พอกอดแล้วสตั๊นเขารู้ เขาก็เลยเอ่ยถาม บี : นั่นเป็นกอดแรกที่ห่างกัน 28 ปีไม่ได้กอด คิดถึงอยู่แล้วก็กอดแน่นมาก ได้ถามเขาว่ารู้สึกยังไงที่บีกอด น้ำตาจะไหล จอย : เขาให้พูดออกมา ตอนนั้นก็อยู่ในอกเขาแหละ ก็บอกว่ารู้สึกเหมือนกลับบ้าน ตอนนั้นเพิ่งรู้ตัวว่าเหมือนกลับบ้าน ความรักเราอยู่ตรงนี้ เรารักเขานี่ ความรักมันเป็นแบบนี้เหรอ เราก็ไม่ใช่เด็ก แต่เรารู้แล้วว่านี่คือคนที่เรารัก และรักมาตลอด แต่ต้องเก็บทรง ไม่งั้นน้ำตาไหล บี : เอาจริง ๆ ก็ทั้งสองคน เราก็ห่างกันไปนาน พอมาเจอกัน จอยก็ตั้งธงแล้วจะอยู่คนเดียว จอย : ไม่อยากมีใครตอนนี้ ไม่อยากมีใครทำให้ใจสั่น ไม่อยากแกว่ง เรามีประสบการณ์ความรัก เราก็เข้าใจแล้ว ความรักก็แบบนี้แหละ วนเวียนอย่างนี้แหละ พอแล้ว รู้สึกว่ากำลังรักตัวเอง สบายใจ ฉันแฮปปี้เลย ไม่คิดเลยว่ากอดนั้นจะทำให้เรารู้สึกว่า คำว่ากลับบ้านเกิดขึ้น แล้วมันเป็นเรื่องใหม่ของเราจริง ๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าความรักเป็นแบบนี้เหรอ จอย : จอยบอกเขาว่า จอยไม่อยากมีใครตอนนี้นะ ถ้าบีรู้สึกตรงกันก็เก็บความรู้สึกดี ๆ ของเราเอาไว้แบบนี้ดีกว่า สถานะประมาณนี้นะ ทำงานด้วยกัน บี : ฟังไว้ครับ แล้วใช้ความรู้สึก พอรู้แล้วมันห้ามไม่ได้เลย ขนาดตั้งตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่มีใครแล้ว ก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ความรู้สึกมันพาไป จัดการไม่ได้ครับ บี : พอมันชัดเจน แล้วได้เจอกันแล้วคราวนี้ ไปมาหาสู่กัน บีก็ขอตรง ๆ เลยว่าขอเป็นแฟนได้มั้ย เพราะในความรู้สึกบีโอกาสครั้งนี้ไม่ได้กลับมาง่าย ๆ พอมันกลับมาก็ไม่อยากให้มันหลุดมือไป เราก็คีฟความรู้สึกคีฟคนนี้ คีฟความรักเอาไว้ให้ได้ ก็เลยขอเขาเป็นแฟน จอย : แหม สุภาพสตรีอย่างเรา (หัวเราะ) ที่อยากอยู่คนเดียว เราก็ตอบว่าได้ (หัวเราะ) เพราะเห็นว่าเขาตลกผลึกแล้ว เขาตั้งใจมา เขาทำจริงจัง เขาโฟกัส เขาคุยว่าขอเป็นแฟนนะ เป็นแฟนบีนะ เรารับรู้ได้ว่ามันผ่านการตกตะกอนมาแล้ว เขาชัดเจน เราก็เลยโอเค ก็เลยตกลงเป็นแฟนกัน บี : ประมาณเดือนนึงครับ บี : ด้วยความที่บีกับจอยเคยคบกันมาก่อน ถึงไม่เปิดเผยแสดงสถานะอะไร แต่เราก็เรียนรู้กันมาตั้งนานแล้ว เรารู้ว่าแต่ละคนนิสัยเป็นยังไง กลับมาคบกันคราวนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลามาก ความรู้สึกมันชัดเจนมาก ๆ เริ่มต้นอยากทำให้ถูกต้องครับ เพื่อที่เวลาจอยไปไหนมาไหนจอยจะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถาม ขออนุญาตผู้ใหญ่ให้ถูกต้องครับ ก็เลยเกิดจุดเริ่มต้น ค่อย ๆ ขยายเป็นงานแต่งเล็ก ๆ แบบนี้ จอย : จริง ๆ เขามีซีนขอแต่งงานด้วยนะ เราก็เห็นความตั้งใจของเขา เราเห็นตั้งแต่เขาขอเป็นแฟนแล้วแหละ เพราะมันแตกต่างจากตอนนั้น พอขอแต่งงานเราก็ตกลง น้ำตาไหลกัน เราดีใจ พี่บีก็บอกว่าเราอยากทำให้ถูกต้องนะ เราอยากผูกข้อไม้ข้อมือ ในเมื่อเขาจริงใจแบบนี้เราก็ขอบคุณเขา ที่เขาให้เกียรติเรา ให้เกียรติครอบครัว ให้เกียรติคุณแม่ ทีนี้ถ้าจะผูกข้อไม้ข้อมือ จอยรู้สึกว่าถ้าเราจะเริ่มต้นชีวิตคู่กันก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นมงคล น่าจะนิมนต์พระมาสวดมนต์หรือทำอะไรที่เป็นสิริมงคลกับเราดีมั้ยพี่บีบอกว่าดี แล้วเราจะทำที่ไหนดี เราบอกว่าเราทำง่าย ๆ เงียบ ๆ เฉพาะในครอบครัว ก็ทำที่บ้านนั่นแหละ เราจะนิมนต์พระมาให้นั่งตรงนี้นะ มุมสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน ผูกข้อไม้ข้อมือ แล้วก็นั่งคุยกันไปมา ถ้าเราไหว้ผู้ใหญ่แล้วเราต้องสวมแหวนกันด้วยใช่มั้ยตรงนั้น อ่ะ งั้นก็มีพิธีสวมแหวน (หัวเราะ) ผู้ใหญ่รดน้ำสังข์ให้พร ก็ทำที่บ้านได้ ก็เลยจบตรงนั้น ว่าเป็นพิธีแบบ 3 ขั้นตอน จอย : ฤกษ์งามยามดีของปีใหม่เป็นวันนั้นด้วยค่ะ เราก็คิดตรงกัน จอย : ขออนุญาตกราบขอโทษผู้ใหญ่ฝั่งบีและฝั่งจอย ที่ไม่ได้เชิญล่วงหน้าหรือทั่วถึง เพราะความตั้งใจคือจัดเล็ก ๆ เท่านั้นจริง ๆ ถ้าเราแพลนเป็นการแต่งงาน เราคงได้เชิญด้วยตัวเองด้วย ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณชาวเน็ตจริง ๆ เพราะข้อความอวยพรเราเยอะมาก เราได้อ่านและหลาย ๆ ข้อความอวยพรเราจริงจัง ส่งพลังดี ๆ ถึงเรา อันนี้เราขอบคุณมากจริง ๆ เราไม่ได้คิดเลยว่าทุกคนจะอวยพรอะไรให้เรามากขนาดนั้น เรานั่งอ่านแล้วก็ร้องไห้กันสองคน ทำไมเขาอวยพรเราดีจังเลย ที่ตั้งใจมารายการคืออยากได้โอกาสขอโทษผู้ใหญ่และขอบคุณแฟน ๆ ทุกคน คนดูที่อวยพรให้กับเราค่ะ บี : หลังจากแต่งก็ได้ปรึกษาคุณหมอก่อน เราอายุเยอะกันทั้งคู่แล้ว โดยเฉพาะจอยก็อยากรู้ เราไม่มีความรู้จริง ๆ ก็ไปปรึกษาแพทย์ว่ามีได้มั้ย พร้อมตั้งครรภ์มั้ย คุณหมอก็ให้ความรู้หลายแบบ จนเราได้ผลสรุปว่าเราจะมีวิธีธรรมชาติ จอย : ตอนนี้จอย 48 เต็ม เข้า 49 ที่ไปปรึกษาคุณหมอ เราอยากรู้ว่าถ้าเราปรึกษาคุณหมอ แล้วคุณหมอบอกว่าเราไม่ควรตั้งครรภ์ เราจะได้รู้ว่ามีชีวิตคู่แบบไหน แต่ทีนี้คุณหมอบอกว่าร่างกายเราพร้อมที่จะตั้งครรภ์ได้ ถ้าเราจะไปวิธีทางธรรมชาติ ถ้าสมมติว่ามี ถ้าน้องมาจริง ๆ เราอาจต้องดูแลใกล้ชิด สมัยนี้การแพทย์ก้าวหน้าค่ะ เราจะได้ดูว่าเขาพัฒนาการดีมั้ย เจริญเติบโตดีมั้ย บี : เอาตรงๆ ก็ไม่คิดไม่ฝัน (จอยเขินซบไหล่) บอกได้คำเดียวว่ารัก ตลอดชีวิตไม่รู้จักคำนี้ เพิ่งมารู้จักกับจอยว่ารัก จอย : โห (ซบ) จอย : ยากจัง ขอโทษนะเวลาสำคัญมันจะพูดไม่ได้จริง ๆ ก็รักค่ะ เขาเป็นรักแรกรักเดียวของจอย ขอบคุณจริง ๆ บี : (จุ๊บแก้ม) ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama