เปิ้ล ณภัทร ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา แถลงข่าวแทนพ่อ โต้ ปู กนกวรรณ ซัดโลก 2 ใบไม่มีจริง ยันพ่อไม่ได้จดทะเบียนใหม่ จดแค่กับแม่เปิ้ลและหย่าแล้ว จากกรณีที่ ปู กนกวรรณ ได้ออกมาเปิดใจถึงการตัดสินใจจบชีวิตคู่กว่า 29 ปี กับดาราตลกรุ่นใหญ่ เด๋อ ดอกสะเดา อดีตสามี หลังจับได้ว่าอีกฝ่ายมี 2 ใบมาตลอด พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งหลังอีกฝ่ายป่วยนอนติดเตียง หลังมีข่าวว่ามีเพียง เปิ้ล ณภัทร ลูกสาวกับอดีตภรรยาคอยดูแลขณะป่วย จนกลายเป็นประเด็นร้อน ๆ ที่ชาวเน็ตวิจารณ์กันเพียบ ล่าสุด (2 มีนาคม 2569) เปิ้ล ณภัทร ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา พร้อมด้วยทนายส่วนตัวได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเรื่องของคุณพ่อที่กำลังตกเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ โดยเจ้าตัวขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของคุณพ่อ โดยเผยว่า ณภัทรมาชี้แจงแทนคุณพ่อที่ไม่สามารถมาพูดเองได้ เพราะคุณพ่อป่วยติดเตียง เจาะคอและพูดไม่ได้ เริ่มประเด็นแรกที่บอกว่าคุณพ่อมีโลกสองใบ ณภัทรอยู่กับพ่อมาตลอด 29 ปี ไปมาหาสู่คุณพ่อตลอด ดูแลคุณพ่อตลอดเพราะคุณพ่อจะมาที่บ้านที่อยู่กับณภัทรและบ้านที่อยู่กับคุณปูด้วย ณภัทรถึงกล้าบอกว่าพ่อไม่ได้มีโลกสองใบเพราะณภัทรไม่เคยเห็น และไม่เคยได้ยินข่าวนั้นเลย ตลอดเวลา 29 ปี ที่คุณพ่อมีธุรกิจกับพี่ปู ทั้งการทำซีดี ลูกชิ้นหมูปูเด๋อ กระเป๋าปูเด๋อ ครีม ตนก็ไปช่วยทำ ช่วยขาย ช่วยไลฟ์ ช่วยจดออเดอร์ แพ็กของ ได้เป็นค่าจ้างต่อครั้ง แต่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเงินใด ๆ ตลอดระยะเวลาตนอยู่กับครอบครัวของคุณพ่อตลอด จนมาถึงเวลาที่คุณพ่อป่วย ถึงประเด็นของคุณขวัญ (คนที่ถูกมองเป็นโลกใบที่สอง) ตนไม่รู้จักเขาจริง ๆ ตลอดเวลา 29 ปี ณภัทรไม่เคยได้ยินข่าวว่าพ่อคบกับคนนี้ ตอนที่พ่อมีข่าวว่าป่วย ก็เจอเขาที่ศูนย์ฯ ในปลายเดือนสิงหาคม พี่เขาบอกว่ามีอะไรให้ช่วย เป็นการตอบแทนบุญคุณ คุณพ่อ บอกเขานะ เขาจะมาช่วย เพราะเขาเห็นเราทำคนเดียวตลอด เพราะเราอยู่กับคุณพ่อคนเดียวเท่านั้น ส่วนที่คุณปูไปเจอคุณขวัญที่ศูนย์ฯ เพราะวันนั้น ณภัทรหาใครไม่ได้จริง ๆ ที่จะมาเฝ้าคุณพ่อ จริง ๆ เพราะคุณพ่ออยู่ห้องเดียวที่ต้องมีญาติมาดูแล 24 ชั่วโมง พ่อไม่ได้อยู่ห้องรวม ณภัทรต้องไปทำธุระสำคัญจริง ๆ น้องชายก็ไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด คือณภัทรทำคนเดียวทั้งวันทั้งคืนดูแลคุณพ่อ จนเราคิดหาใครไม่ได้ ก็นึกถึงคำพูดของเขาว่าให้เขามาช่วยได้ เราถึงให้คุณขวัญมาช่วย เราไม่ได้มีเจตนาทำลายครอบครัวเขาหรือเรื่องชู้สาวระหว่างนั้น ที่เขาพูดว่า "คุณทำอะไรกับปูไว้ ปูขออโหสิกรรมนะ" ขอให้คุณอยู่กับลูกของคุณ เพราะเลือดย่อมข้นกว่าน้ำ คำนี้มันอยู่ในใจว่าอะไร คืออะไร ไม่เคยคุยและไม่เคยถาม จนวันที่ต้องใช้พี่ขวัญมาดูแลแทนพ่อ เขาไม่ได้มาเลย 2 อาทิตย์ ปกติพี่ปูไปมา 2 วันต่ออาทิตย์ ทุก ๆ วันพุธ มา 20-30 นาที ซึ่งทั้งอาทิตย์ที่ศูนย์พี่ดูแลพ่อตลอดตั้งแต่ป่วย พี่ไม่เคยทิ้งพ่อเลย เรื่องที่คุณปูบอกคุณพ่อจดทะเยียนสมรส คุณพ่อไม่เคยจดทะเบียนกับใครนอกจากคุณแม่ของตน และหย่ากันในปี 2530 ซึ่งตนก็มีหลักฐานในการไปคัดทะเบียนออกจากเขตประเวศ ด้านทนายเผยว่า ที่คุณปูบอกพบทะเบียนสมรส คุณเด๋อ จากการไปที่เขตค้นแล้ว คุณเด๋อ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงอื่นเลย ได้มีการคัดเอกสารมาแล้ว จดกับคุณแม่ของคุณเปิ้ล ณภัทร คนเดียวและหย่าแล้ว เหตุที่พี่ต้องพาพ่อมาอยู่ที่ศูนย์ฯ ตั้งแต่ที่พ่อป่วยครั้งแรก 23 มีนาคม พี่ได้รับโทรศัพท์จากพี่ปูว่าพ่ออาการไม่ดี ลิ้นแข็ง ขาชา พูดไม่ชัด พี่ปูบอกเป็นตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม เราก็คิดในใจว่าทำไมไม่พาไปก่อน แต่ไม่ได้พูดไป ตนอยู่คนละที่กัน เราก็รอสามีพี่พาไปรับคุณพ่อ ตนก็ทำเรื่องทุกอย่าง พี่ว่ามันช้าเกินไป เขาเข้าใจว่าพ่อพูดเล่น ก็ไม่ได้ว่าอะไร จนคุณพ่อไปอยู่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์และออกมา คุณพ่อเริ่มฝึกเดินได้ กำลังจะเดินได้ดี อยู่ไป 2 อาทิตย์ ระหว่างนั้นพี่ไปเทกระบอกฉี่ทุกวัน พี่ก็ต้องดูแลครอบครัวพี่ด้วย พอ 2 อาทิตย์นี้ได้รับโทรศัพท์จากพี่ปูอีก ว่าลิ้นแข็ง ขาชา ณภัทรมาพาพ่อไปโรงพยาบาลหน่อย และที่เลือกโรงพยาบาลรัฐเพราะว่าอยากช่วยเซฟค่าใช้จ่าย เพราะการเป็นสโตกใช้เงินเยอะในการรักษา พอพ่อเริ่มไม่ดีมากแล้ว ก้านสมองของพ่อลิ้นไหลลงไปจุกท่อหายใจ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ก็อยู่ได้ 14 วันนะแล้วต้องเจาะคอ ทุกอย่างพี่ปรึกษาพี่ปูตลอด เขาบอกแล้วแต่เรา เป็นอะไรที่เราลำบากใจนะ เราตัดสินใจเองคนเดียวทั้งหมด ในฐานะลูก เราทำได้ ในตอนเจาะคอ พี่อยู่คนเดียวกับพ่อ ดูแลคนเดียวตลอด พอเริ่มจะออกจากโรงพยาบาล จะให้พ่อไปอยู่ศูนย์ไหมหรืออยู่บ้าน เขาก็แล้วแต่เราคิดเห็นยังไง สภาวะของพ่อตอนนั้นคือติดเตียง พูดไม่ได้ มีภาวะซึมเศร้า หงุดหงิด นอนไม่หลับ เคาะเรียกตลอด ก็สรุปว่าพ่อมาอยู่บ้าน เพราะจะได้ไม่เหงา จากนั้นเราไม่สามารถสรุปอารมณ์ได้ว่าพ่อชอบหรือไม่ชอบคนนั้นคนนี้ จนพี่เลี้ยงไปถึง 2 คน จากนั้นพี่ปูก็บอกว่าจะไม่จ้างพี่เลี้ยงแล้วนะ ณภัทรได้ยินนะคะ เพราะนั่งอยู่ด้วย เพราะไม่ชอบให้ใครอยู่ในบ้าน เราก็คิดว่าเขาคงไม่สะดวก จากนั้นณภัทรทำอาหารส่งทุกอาทิตย์ เพราะพี่ปูดูแลเอง ทำให้ณภัทรไม่ได้เข้าไป 26 วัน แต่ถ้ามีอะไรณภัทรเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด จากนั้นก็มีการแจ้งมาว่า ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จะให้เขาจัดการหรือณภัทรจัดการ เราก็ไม่ใจดี เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เขาก็แจ้งกลับมาว่าคุณพ่อซึมไม่ดูทีวีแบบเมื่อก่อน นอนอย่างเดียว มีเสมหะเป็นสีเลือด ณภัทรก็ไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นอย่างไร ณภัทรเลยรอรับพ่อที่โรงพยาบาล สภาพพ่อที่ลงมาจากรถ ณภัทรคิดว่าพ่อคงอยู่ได้ไม่นาน เลยโทร. หา อาเป็ด เชิญยิ้ม แล้วบอกว่าพ่อเป็นแบบนี้ หนูไม่รู้จะทำยังไง อาเป็ดบอกใจเย็น ๆ เดี๋ยวอามาหา ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตลอดเวลาเราคุยกับอาเป็ดก็รู้สึกดีขึ้น พอตรวจหมอก็ให้เซ็นว่าพ่อติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และที่ปอด แต่ไม่มั่นใจว่ายาจะช่วยเหลือพ่อได้มากแค่ไหน เพราะไม่รู้ยาพ่อจะตอบรับยาได้แค่ไหน แต่ก็เซ็นและรายงานครอบครัวพ่อตลอดและอาเป็ด แล้วก็มานอนโรงพยาบาล จนมีข่าวที่ตลกมาถ่ายพ่อแล้วต่อมาคนเลยรู้ว่าพ่อป่วยหนักเป็นข่าวออกมา คุณปูบอกจะช่วยเดือนละ 1 หมื่นเพราะเขาบอกว่าไม่ไหวแล้ว เราก็คิดว่ายังไงก็ต้องดูแลพ่อ พ่อเป็นพ่อที่ดีมาก ๆ รักลูกและทุกคน รักเพื่อนทุกคน ไม่เคยทิ้งเราเลย พอมาอยู่ศูนย์ฯ คุณปูก็มา อาทิตย์ละวัน แต่การพูดคุยของณภัทรเริ่มน้อยลงกับคุณปู มันน้อยลงไปเรื่อย ๆ เขาอาจจะเหนื่อยหรือเปล่าที่ดูแลพ่อติดเตียง หรือเหตุผลอื่นหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขามาดูแลพ่อในหนึ่งอาทิตย์แค่ 1 วันในฐานะความเป็นเมีย มันน้อยไปไหม จะมาคิดว่าอยู่ศูนย์ฯ มีคนดูแลมันไม่ได้ เพราะพ่อมีเสมหะได้ตลอดเวลา ชักเกร็งได้ตลอดเวลา มันต้องดูแลตลอด ณภัทรก็ไม่เคยไปทวงถามหรืออะไร พี่ปูโอนเงินมาให้ครั้งแรกเดือนกันยายน 1 หมื่นบาท พ่อจะอยู่ที่ไหน ถ้าบอกจะช่วยก็ต้องช่วยใช่ไหม ตั้งแต่เดือนตุลาคมจนพฤศจิกายน ก็ไม่มีพูดถามอีกเลยว่าจะจ่ายเมื่อไหร่ ก็สิ้นสุดการพูดคุยกับณภัทรและคุณปูแล้ว เขามาแล้วก็เดินออกไป ณภัทรดูพ่อตลอด เราทำคนเดียว ณภัทรดึงคุณพ่อคนเดียว ณภัทรอยู่กับพ่อตลอด ทุกคนคิดว่าเรามาหวังสมบัติจากเขา มาแทรกแซงครอบครัวเขา ถ้าณภัทรคิดจะเอาณภัทรทำไปนานแล้ว เราอยู่มา 29 ปีไม่ต้องมารอจนพ่อป่วย แล้วสุดท้ายนี้ ณภัทรขอดูแลคุณพ่อเอง เหมือนที่เขาตั้งใจว่าให้ณภัทรดูแลคุณพ่อเอง เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ แต่มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะคะที่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ส่วนเรื่องเงินจากคอนเสิร์ตณภัทรต้องบริหารจัดการอยู่แล้ว เราต้องดูแลพ่อตลอด ไม่รู้พ่อจะหายดีตอนไหน จะเดินปกติไหม ณภัทรตอบไม่ได้เลย ณภัทรสังเกตอาการพ่อตลอด เพียงคนเดียว ถามว่าทำไมไม่มีน้องมาช่วย น้องทำงานและมาช่วยเฝ้ากลางคืนบ้างในบางวัน ณภัทรอยู่ใกล้สุด และเรียนรู้ดูแลผู้ป่วยได้ ณภัทรสามารถดูแล ณภัทรขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจข่าวอาการป่วยของคุณพ่อค่ะ สำหรับประเด็นการฟ้องร้อง เปิ้ล เปิดเผยว่า จะไม่มีการฟ้อง คุณปู ที่เปิดปมคุณพ่อจดทะเบียนสมรสกับคุณขวัญ แม้ไม้ใช่ความจริง แต่จะฟ้องชาวเน็ตที่คอมเมนต์เกินเลย หาว่าเปิ้ลเป็นคนไปยุ่งกับครอบครัวคุณพ่อ จนต้องเลิกรากัน ซึ่งไม่เป็นความจริง ขณะที่ทนาย เปิดเผยว่า สิ่งที่โลกโซเชียลที่เข้าใจผิด ๆ ใครเกินเลย ก็ต้องเข้ามาปกป้องคุณพ่อเด๋อ มีการฟ้องแน่นอนดูเป็นราย ๆ ไป ความคิดเห็นที่ด่าทอ เราก็ยอมไม่ได้ และในอนาคตหาก คุณเด๋อ อาการดีขึ้น อาจมีการฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สิน ที่แม้ "ปู-เด๋อ" ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่หาร่วมกัน เพราะฉะนั้นมีการฟ้องร้องแบ่งทรัพย์สินได้ แต่เป็นเรื่องในอนาคต เพราะตอนนี้คุณเปิ้ล ยังไม่คิดเอาเรื่องตรงนี้ ขอบคุณข้อมูลจาก วันบันเทิง oneบันเทิง