โย ยศวดี เปิดมุมมองเรื่อง นางสาว ย้ำเคารพทุกเพศ แต่สิทธิของผู้หญิงก็ควรถูกเคารพ ไม่ใช่ไม่ยอมรับตัวตน แต่ต้องคิดถึงความเป็นธรรมต่อข้อจำกัดทางชีววิทยาด้วย กำลังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจในโลกโซเชียล เมื่อ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร อดีตนางแบบและนักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Yo Yossavadee แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้คำนำหน้า “นางสาว” สำหรับผู้ที่แปลงเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังถกเถียงกันในสังคมไทยขณะนี้ อ่านข่าว : ปอย ตรีชฎา หนุนเปลี่ยนคำนำหน้า LGBTQ+ เป็นนางสาว ตอบปมใช้ มดลูก ตัดสิน โดยในโพสต์ดังกล่าว โย ยศวดี ระบุว่า ประเด็นการใช้คำนำหน้าของคนข้ามเพศเป็นเรื่องที่ควรพูดคุยกันอย่างรอบด้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากยอมรับในเพศสภาพหมายความว่า แค่แปลงเพศมาก็จบ สามารถใช้คำนำหน้า “นางสาว” ได้ทันที ตนว่าอาจจะยังไม่พอ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีพื้นที่ชาย หญิง ชาย เกย์ ทรานส์ ไว้ทำไม โย ยศวดี ยังขอออกความคิดเห็นในฐานะผู้หญิงที่เกิดมาเป็นผู้หญิงโดยกำเนิด แต่เพศสภาพลักษณะดูกึ่ง ๆ และเป็นที่ถกถามจากคนต่างชาติอยู่ตลอดเวลาว่าใช่เพศที่สามหรือไม่ แปลงเพศมาหรือเปล่า โดยย้ำว่า เธอเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของทุกคน และเข้าใจว่าหลายคนต้องการการยอมรับในตัวตนของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่า “สิทธิของผู้หญิงโดยกำเนิดก็ควรได้รับการปกป้องเช่นกัน” เพราะประสบการณ์ชีวิตของผู้หญิงที่เกิดมาเป็นผู้หญิง ทั้งด้านร่างกาย สังคม และวัฒนธรรม มีความเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และไม่สามารถแทนที่กันได้ เธอมองว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของการ “แย่งสิทธิ์” แต่เป็นคำถามเรื่องความเป็นธรรมในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทางชีววิทยา โดยเฉพาะในบางบริบท เช่น กีฬา การแข่งขัน หรือพื้นที่เฉพาะของผู้หญิง หากไม่พิจารณาความแตกต่างทางชีววิทยา อาจทำให้ผู้หญิงโดยกำเนิดเสียเปรียบได้ โดยมีการยกตัวอย่างว่า ผู้หญิงโดยกำเนิด มีโครงสร้างร่างกาย ฮอร์โมน และความสามารถทางกายภาพที่แตกต่างจากผู้ที่เกิดเป็นเพศชาย แม้จะเปลี่ยนเพศตามกฎหมายแล้วก็ตาม ประเด็นนี้จึงไม่ใช่การไม่ยอมรับตัวตนของใคร แต่เป็นคำถามว่า เราจะสร้างความเท่าเทียมโดยไม่ทำให้ฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบได้อย่างไร พร้อมกันนี้ยังระบุว่า หลายประเทศทั่วโลกยังคงถกเถียงเรื่องดังกล่าว เพราะยังต้องหาจุดสมดุลระหว่างสิทธิของคนข้ามเพศและความเป็นธรรมของผู้หญิงโดยกำเนิด ช่วงท้ายของโพสต์ เธอย้ำว่า การพูดถึงประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่าเกลียด หรือไม่ยอมรับใคร เพราะเธอมีเพื่อนและทำงานร่วมกับเพศที่สามจำนวนมาก พร้อมทิ้งท้ายว่าสังคมที่ดีไม่ใช่สังคมที่มีเสียงเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นสังคมที่รับฟังกันทุกด้าน เสียงของผู้หญิงโดยกำเนิดก็ควรมีพื้นที่และได้รับการเคารพเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือการพยายามหาจุดสมดุลที่ยุติธรรมกับทุกฝ่ายจะดีกว่า หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้งานโซเชียลจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่มีมุมมองแตกต่างกัน สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นเรื่องคำนำหน้าทางเพศยังคงเป็นหัวข้อที่สังคมให้ความสนใจ และต้องการการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน