วิธีทำให้ไม่มีกลิ่นตัวโดยไม่ใช้โรลออน แนะนำไอเทมลับจากธรรมชาติที่ช่วยระงับเหงื่อและกลิ่นกายได้อยู่หมัด พร้อมเทคนิคดูแลตัวเองให้หอมละมุนจนคนข้าง ๆ ทัก อากาศเมืองไทยร้อนปรอทแตกขนาดนี้ เดินออกจากบ้านแป๊บเดียวเหงื่อก็ซึมจนเสื้อเปียก แถมสิ่งที่ตามมาแบบไม่ได้รับเชิญก็คือกลิ่นตัวที่ทำให้เราเสียความมั่นใจสุด ๆ หลายคนรีบคว้าโรลออนมาโบกทับ แต่บางทีก็รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ หรือบางคนใช้แล้วแพ้จนรักแร้ดำไปอีก กระปุกดอทคอมเลยจะมาคุยกันถึงวิธีทำให้ไม่มีกลิ่นตัว แบบฉบับสาวตัวหอมละมุน โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีจากโรลออนกันค่ะ รับรองว่าทำตามง่ายและได้ผลจริง แม้ในวันที่แดดแรงแค่ไหนก็ยังมั่นใจ หลายคนสงสัยว่า "ปกติฉันก็ไม่ใช่คนมีกลิ่นนะ แต่ทำไมพอหน้าร้อนทีไร กลิ่นโชยทุกที ?" คำตอบคือ เหงื่อ จริง ๆ แล้วไม่มีกลิ่นค่ะ แต่ร่างกายเรามีต่อมเหงื่อ 2 ชนิด คือต่อมเอ็กไครน์ (เหงื่อใส ๆ ทั่วตัว) และต่อมอะโพไครน์ (เหงื่อข้นตามรักแร้และจุดซ่อนเร้น) เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะเร่งระบายความร้อนออกมาเป็นเหงื่อ เมื่อมาเจอกับ "แบคทีเรีย" บนผิวหนังที่ชอบความอับชื้นเป็นพิเศษ พวกมันจะกินเหงื่อเป็นอาหารและขับของเสียออกมาเป็นกลิ่นที่เราไม่พึงประสงค์นั่นเอง ยิ่งร้อน เหงื่อยิ่งออกเยอะ แบคทีเรียยิ่งปาร์ตี้สนุก กลิ่นเลยยิ่งแรงกว่าปกติค่ะ คำตอบคือ "ได้แน่นอนค่ะ" และหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกนี้เพราะ โรลออน ทั่วไปมักมีข้อเสียที่สาว ๆ หลายคนกังวล เช่น คราบเหลืองติดเสื้อ : สารระงับเหงื่อที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมมักทำปฏิกิริยากับเหงื่อจนเกิดคราบเหลืองแข็งบนเสื้อผ้าตัวโปรด รักแร้ดำคล้ำ : การแพ้น้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ในโรลออนทำให้ผิวระคายเคืองจนเปลี่ยนสีได้ รูขุมขนอุดตัน : การไปยับยั้งการขับเหงื่อแบบฝืนธรรมชาติอาจทำให้เกิดตุ่มหนังไก่หรือการอักเสบใต้ผิวหนัง สารเคมีสะสม : หลายคนกังวลเรื่องการดูดซึมสารเคมีเข้าสู่ร่างกายในระยะยาว ถ้าจะบอกลาโรลออน เราต้องแก้ที่ต้นเหตุคือ "ความสะอาด" และ "แบคทีเรีย" ค่ะ ใช้สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรียหรือเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ : เวลาอาบน้ำ ลองเลือกใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ หรือใช้เจลล้างหน้ากลุ่มที่รักษาสิว (Benzoyl Peroxide) ฟอกทิ้งไว้ 1-2 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียตัวการทำเกิดกลิ่นได้ดีมากค่ะ สารส้ม (Alum) คือไอเทมลับ : สารส้มแบบแท่งในปัจจุบันใช้ง่ายมากค่ะ แค่ชุบน้ำแล้วทาหลังอาบน้ำ มันจะช่วยเคลือบผิวและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ตลอดวันโดยไม่มีน้ำหอมและไม่ทำให้เสื้อเหลือง เช็ดด้วยน้ำมะนาวหรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ : กรดอ่อน ๆ จะช่วยเปลี่ยนค่า pH บนผิว ทำให้แบคทีเรียอยู่ไม่ได้ (แต่ระวังอย่าใช้หลังโกนขนทันทีนะคะ เพราะจะแสบมาก !) กำจัดขนรักแร้ : ขนเป็นที่สะสมของเหงื่อและแบคทีเรียชั้นดี การแว็กซ์หรือเลเซอร์ขนออกจะช่วยให้ผิวแห้งไวขึ้นและลดกลิ่นได้อย่างเห็นผลชัดเจน นอกจากวิธีภายนอกแล้ว การดูแลจากภายในและพฤติกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน เลือกเนื้อผ้าที่หายใจได้ : หน้าร้อนแบบนี้ควรใส่ผ้าฝ้าย (Cotton) หรือผ้าลินิน เพราะช่วยระบายเหงื่อได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะห์ที่มักจะเก็บกักความชื้นและกลิ่นไว้ เลี่ยงอาหารรสจัดและกลิ่นแรง : กระเทียม หอมใหญ่ เครื่องเทศรสจัด หรือแม้แต่เนื้อแดงปริมาณมาก สามารถขับกลิ่นออกมาทางเหงื่อได้ ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำช่วยเจือจางเหงื่อไม่ให้เข้มข้นจนเกินไป และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ลดการสะสมของของเสียในร่างกาย ซักผ้าให้สะอาด : บางทีกลิ่นไม่ได้มาจากตัวเรา แต่มาจากแบคทีเรียที่ฝังตัวอยู่ในตะเข็บเสื้อผ้าเก่า ควรใช้น้ำยาซักผ้าที่ฆ่าเชื้อร่วมด้วยในหน้าร้อน การมีกลิ่นตัวไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายค่ะ วิธีทำให้ไม่มีกลิ่นตัวโดยไม่พึ่งโรลออนนั้นทำได้จริง เพียงแค่เราใส่ใจเรื่องการลดแบคทีเรีย เลือกใช้สารธรรมชาติอย่างสารส้ม และดูแลเรื่องการระบายอากาศของร่างกาย เพียงเท่านี้สาว ๆ ก็สามารถอวดผิวสวย มั่นใจ ท้าลมร้อนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นอีกต่อไป ทำยังไงให้ตัวหอมโดยไม่ใช้น้ำหอม สูตรลับแก้กลิ่นตัว ให้หอมสดชื่นแบบสาวสุขภาพดี เหงื่อเยอะจนขาดความมั่นใจ มาหาสาเหตุและวิธีลดเหงื่อกัน รักแร้ดำ ทำไงดี ? เปิดสาเหตุและวิธีดูแลผิวใต้วงแขน ให้กลับมาเรียบเนียน กระจ่างใส ขอบคุณข้อมูลจาก : healthline.com, clevelandclinic.org, medicalnewstoday.com