สเตฟาน เปิดอีกมุมชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ ยอมรับว่าเข้าวงการเพราะจำเป็น หลังธุรกิจครอบครัวสะดุดหนัก จนเคยถึงขั้นไม่มีเงินและต้องขายบ้าน ยังคงเป็นพระเอกในความทรงจำของหลาย ๆ คน สำหรับ สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นยูทูบเบอร์สายฟุตบอล รวมทั้งมักจะเล่าเรื่องราวในชีวิตได้อย่างอารมณ์ดีและน่าฟัง แต่กว่าจะมีทุกวันนี้ ย้อนไปในอดีตก่อนจะเข้าวงการ ชีวิตของเขาเรียกว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ ล่าสุด (8 เมษายน 2569) สเตฟาน ลงคลิปผ่านช่องยูทูบ สเตฟาน Stephan พูดคุยกับ แอนเดรีย น้องสาวคนกลาง โดยตั้งชื่อตอนไว้ว่า "พอดแคสต์ครั้งแรกกับน้องสาว แชร์ชีวิตครอบครัวแบบที่ไม่ค่อยเล่า" นั่งคุยกันแบบพี่น้อง ทั้งเรื่องครอบครัว การเลี้ยงดูของพ่อแม่ ชีวิตวัยเด็ก จนถึงชีวิตปัจจุบัน เป็นอีกมุมที่ไม่ค่อยได้เล่าที่ไหนมาก่อน เล่าชีวิตช่วงลำบาก และบทบาทพี่คนโตของบ้าน สเตฟาน เผยว่า จุดเริ่มต้นที่เข้าวงการเนื่องจากตอนนั้นพ่อกับแม่เริ่มมีปัญหาเรื่องงานบริษัททัวร์ ปกติจะพาคนต่างชาติโซนยุโรป บริษัทใหญ่ ๆ มาเป็นกรุ๊ปแบบ 400-500 คนมาเที่ยวเมืองไทยทั้งครอบครัว ได้กำไรเยอะมาก แต่มันเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้น พ่อกับแม่ต้องจ่ายค่าโรงแรมจองไว้ก่อนเพื่อคอนเฟิร์มงาน แล้วพอเกิดเหตุ (ช่วง 9/11) คนแคนเซิลกันหมดเลย พ่อแม่จ่ายค่าโรงแรมไปแล้ว แต่ฝั่งลูกค้าไม่จ่ายเงินกลับมา ก็เลยกลายเป็นปัญหา ตอนนั้น สเตฟาน ไปเรียนที่อังกฤษ พอกลับมาเมืองไทย ก็ต้องมาช่วยพ่อแม่ ส่วนแอนเดรียก็ต้องเรียน หนุ่ย (น้องอีกคน) ก็ต้องเรียน ก็เลยกลายเป็นว่า ฟาน เป็นคนเดียวที่ต้องหาเงินก่อน ตอนนั้นก็คิดว่าจะหาเงินยังไง หรือจะช่วยธุรกิจที่บ้านดี แต่ตนก็โชคดีที่เกิดมาหล่อ เข้าสู่วงการนายแบบก่อนแล้วเป็นนักแสดงต่อ งานแรกก็ได้ 150,000 บาท แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ จนหาเงินมาดูแลครอบครัว จริง ๆ ตนเป็นคนติ๊งต๊อง ทำตัวเป็นเด็ก แต่เพราะบางทีมันต้องเอาจริง มันก็ต้องทำ คือจริง ๆ เราไม่ได้อยากที่จะต้องมานั่งทำแบบนี้ แต่บางทีมันก็ไม่มีสิทธิ์เลือก มันก็เลยต้องทำ เลยกลายเป็นเหมือนต้องโต ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ตนกับแอนเดรียเริ่มหาเงินกันตั้งแต่เด็ก บางคนยังมีพ่อแม่ซัพพอร์ต ยังมีคนดูแล แต่ของเราไม่ใช่ เราต้องซัพพอร์ตกันเอง ตนคือสมาชิกคนสุดท้ายที่พ่อแม่ส่งเรียน จากนั้น ตนก็ต้องส่งน้อง ๆ ทั้ง 2 คนเรียนต่อ โชคดีที่แอนเดรียไปเรียนแป๊บเดียว ก็ทำงานไปด้วย และสามารถส่งตัวเองได้ ก็เลยเหลือแค่ส่งหนุ่ยต่อ เลยกลายเป็นว่า เราพี่น้องช่วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เคยบ้านไม่มีเงินเลย ต้องขายบ้านออกมาตัวเปล่า คนชอบคิดว่า สตเฟาน เกิดมาครอบครัวรวย สบาย ไม่ต้องทำอะไรตลอดชีวิต ซึ่งไม่จริง ตนมีทั้งชีวิตที่สบาย ชีวิตที่ลำบาก ชีวิตที่สบาย ชีวิตที่ลำบากอีก ชีวิตมันมีหลายอย่าง ทุกคนมันไม่ได้เกิดมาสบายหมด น้องก็ไม่ได้มีชีวิตที่สบาย มันก็ลำบากมาเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ดีของครอบครัวตนคือเราไม่เคยรู้สึกสมเพชตัวเองสักครั้งเลย จริง ๆ ตนกับน้องและที่บ้านเคยไม่มีตังค์เลยนะ ต้องขายบ้าน ต้องย้ายออกมา แบบไม่มีอะไรเลย แล้วไม่ได้มีแค่รอบเดียวด้วยนะ มีหลายรอบ เหตุการณ์ใหญ่ที่กระทบธุรกิจ รอบแรกก็คือช่วงสงคราม แล้วรอบสองก็น่าจะช่วงสึนามิ พวกเราไม่มีอะไรเลย แต่เราก็ยังรู้สึกว่า เรามีกันและกัน เราก็แฮปปี้แล้ว มันคงเป็นการปลูกฝังจากพ่อแม่ที่ทำให้เราค่อนข้างนิ่งในเวลาที่มีปัญหา คือถึงเราจะเจออะไร เราจะผ่านมันไปได้ เรารู้สึกว่า อย่างน้อยเรายังรักกัน ทำไมยังคงคิดบวกแม้ต้องทำหน้าที่แบกครอบครัว สตเฟาน เผยว่า คนเราใช้ชีวิตแล้วเราไม่ดูแลครอบครัวเรา ไม่ดูแลคนของเรา ก็ไม่รู้อยู่ไปเพื่ออะไร มันก็จะเหมือนการเผาชีวิตไปวัน ๆ แม้มันอาจจะเหนื่อยตอนแรก แต่มันจะรู้สึกดีตอนหลัง มันเหมือนเติมอะไรบางอย่างให้เรา แล้วตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกคนต่างก็ยินดีที่เห็นคนในบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น ช่วงนี้ฟานชีวิตดี ช่วงนี้แอนเดรียชีวิตดี แต่ก็ไม่เคยมีการอิจฉากันเลย มันเป็นสิ่งที่ดีมาก