อยากมีผิว Glass Skin ต้องทำยังไง รวมเคล็ดลับการบำรุงผิวให้ดูใสเป็นผิวกระจก เผยเทคนิคการบำรุงผิวให้ผิวฉ่ำวาว สุขภาพดี และเรียบเนียนสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ผิวสวย มั่นใจได้ทุกวัน ใครบ้างไม่อยากมีผิวที่ดูโกลว์ใสเหมือนกระจกสะท้อนแสง ? เชื่อว่าเทรนด์ Glass Skin หรือ ผิวกระจก ยังคงเป็นความฝันอันสูงสุดของผู้หญิงอย่างเราเสมอ เพราะการมีผิวฉ่ำวาว สุขภาพดีแบบไม่ต้องโบกไฮไลต์เยอะ ๆ มันช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราได้จริง ๆ กระปุกดอทคอมจึงจะมาแชร์เคล็ดลับการบำรุงผิวให้ดูอิ่มน้ำ มีออร่า และผิวสวย แบบสาวเกาหลีมาฝากกัน รับรองว่าทำตามได้ไม่ยากเลย คำว่า Glass Skin จริง ๆ แล้วหมายถึงผิวที่ดูเรียบเนียน ละเอียด รูขุมขนกระชับ และมีความชุ่มชื้นสูงมากจนผิวดูมีความใสและวาวเหมือนผิวกระจกค่ะ มันไม่ใช่หน้ามันนะคะ แต่คือความโกลว์ที่มาจากสุขภาพผิวที่แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง การจะมีผิวแบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องของพันธุกรรมอย่างเดียวนะคะ แต่มันประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ ความชุ่มชื้น (Hydration) : ผิวต้องอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน ความเรียบเนียน (Texture) : ผิวต้องไม่มีเซลล์ผิวเก่าตกค้าง รูขุมขนต้องสะอาด ความกระจ่างใส (Luminosity) : ผิวไม่มีจุดด่างดำหรือรอยหมองคล้ำมาบดบังความโกลว์ การเลือกสกินแคร์เพื่อให้ได้ผิว Glass Skin เราต้องเน้นสารสกัดที่ช่วยเรื่อง "เติมน้ำ" และ "สร้างความเรียบเนียน" เป็นหลักค่ะ นี่คือส่วนผสมที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลย ถ้าอยากให้ผิวดูอิ่มน้ำเหมือนมีน้ำกลิ้งบนผิว ต้องยกให้ตัวนี้เลยค่ะ เพราะเขาช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิวและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นาน ทำให้ผิวดูฟูและเปล่งปลั่งทันทีที่ใช้ ส่วนผสมสารพัดประโยชน์ที่ช่วยกระชับรูขุมขน ลดรอยแดง และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เมื่อผิวเราเรียบเนียน แสงก็จะตกกระทบผิวได้ดีขึ้น ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ผิวฉ่ำวาว แบบธรรมชาติค่ะ หนึ่งในไอเทมยอดฮิตของสายเกาหลี ช่วยซ่อมแซมผิว กระตุ้นคอลลาเจน และให้เนื้อสัมผัสที่ทำให้ผิวดูวาวใสและมีความยืดหยุ่นสุด ๆ การจะมีผิวที่ใสเหมือนกระจกได้ ผิวชั้นนอกต้องไม่มีคราบหมองคล้ำ การใช้ PHA ซึ่งอ่อนโยนกว่า AHA จะช่วยลอกเซลล์ผิวเก่าออกอย่างนุ่มนวลโดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองหรือแห้งลอกค่ะ ถ้าเกราะป้องกันผิวไม่แข็งแรง ความชุ่มชื้นก็จะรั่วไหลออกหมด เซราไมด์จะช่วยเชื่อมเซลล์ผิวให้ติดกันเหมือนกำแพงที่แข็งแรง ทำให้ผิวดูสุขภาพดีและไม่แพ้ง่าย ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและรอยสิวที่เป็นอุปสรรคต่อความใส เมื่อรอยดำจางลง ผิวก็จะดูสะท้อนแสงได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติม : เวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ แนะนำให้ลองสังเกตหลังกล่องดูนะคะว่ามีชื่อส่วนผสมเหล่านี้อยู่ต้น ๆ ของรายการไหม และที่สำคัญคือต้องเลือกสูตรที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมฉุนเกินไป เพื่อป้องกันผิวระคายเคืองและรักษาความชุ่มชื้นให้ยาวนานที่สุด ถ้าอยากได้งานผิวที่ดูแพงแบบนี้ ขั้นตอนการบำรุงต้องพิถีพิถันนิดนึงนะคะ มาเริ่มกันเลย เริ่มจากการล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกด้วย Oil หรือ Balm ก่อน แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน เพื่อให้ผิวสะอาดล้ำลึกแต่ไม่แห้งตึงค่ะ เลือกใช้ Chemical Exfoliant เช่น AHA หรือ BHA อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ผิวจะได้ดูเรียบเนียนและรับครีมบำรุงได้ดีขึ้น การใช้ Essence หรือน้ำตบจะช่วยเติมน้ำให้ผิวชั้นแรก เตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป เลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid เพื่อเติมน้ำ หรือ Vitamin C เพื่อความกระจ่างใส ค่อย ๆ ทาทีละชั้นเพื่อให้ผิวดูฉ่ำ นี่คือขั้นตอนการ "ล็อก" ทุกอย่างไว้ในผิว เลือกเนื้อครีมที่เหมาะกับสภาพผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นระเหยออกไป แสงแดดคือตัวการทำลายคอลลาเจนและทำให้ผิวหมองคล้ำ ถ้าไม่ทากันแดดทุกวัน ความฝันเรื่องผิวกระจกพังแน่นอนค่ะ ดื่มน้ำเยอะ ๆ : การดื่มน้ำวันละ 2-3 ลิตร ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำจากข้างในจริง ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ : ช่วงที่เราหลับ ผิวจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ ทานอาหารที่ดี : เน้นผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และหลีกเลี่ยงของหวานกับของทอดที่ทำให้ผิวอักเสบง่าย นวดหน้าบ้าง : การนวดหน้าเบา ๆ ขณะทาครีม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด การจะมีผิว Glass Skin ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในข้ามคืนแต่มันคือการมีวินัยในการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้น เมื่อผิวเราสุขภาพดี ความวาวใสแบบผิวกระจกก็จะตามมาเองค่ะ 8 เคล็ดลับผิวใสโกลว์ เปล่งประกายจากภายใน ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ผิวดีขึ้นแบบติดสปีด ! 5 เคล็บลับดูแลผิวฉบับประหยัด ไม่ต้องจ่ายเพิ่มสักบาท 5 วิธีดูแลผิวแบบธรรมชาติ พร้อมบำรุงให้ผิวเนียนสวย ดูสุขภาพดี ขอบคุณข้อมูลจาก : cultbeauty.com, skincare.com, healthline.com