มายด์ ลภัสลัล ลงรูปเอกสารที่ดินหัวหิน ตอบโต้ทราย สก๊อต ยืนยันแม่โอนให้ทั้ง 2 คน แต่รูปที่ 2 ทำหลายคนสะดุ้งกว่า ใครล้ำเส้นรอรับหมายศาล เพจดังให้เหตุผล ทำไมโอน 2 ทอด ดราม่าระหว่างทราย สก๊อต กับพาย สุนิษฐ์ กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และอาจส่งผลกระทบไปถึงมายด์ ลภัสลัล ภรรยาพาย ด้วย วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มายด์ ลภัสลัล มีการโพสต์อิสตาแกรมชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวปมที่ดิน โดยเป็นหลักฐานการโอนที่ดินหัวหิน สำหรับภาพแรก ระบุว่า ที่ดินผืนนี้ ตามเอกสารทางกฎหมาย คุณแม่มอบให้ทั้ง 2 คน คือ พายและทราย ไม่ใช่ของคน ๆ เดียวตามที่กล่าวอ้าง ภาพที่ 2 มีการโพสต์คำฟ้อง เตือนคนที่สร้างข้อมูลเท็จ ทำให้เกิดการบิดเบือนข้อมูล และคนที่คอมเมนต์หยาบคาย หมิ่นประมาท ทำให้เกิดการเกลียดชัง รอรับหมายศาลนะคะ ก่อนหน้านี้ไม่นาน พาย ชี้แจงถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า เดิมทีเป็นบ้านของคุณตา แล้วโอนให้แม่ แล้วแม่ก็มอบสิทธิให้ลูกคือ พายกับทราย แต่แม่ต้องฟ้องร้องเรียกสิทธิ์คืน เพราะมีกาารทำลายทรัพย์สิน และอื่น ๆ จนต้องกลับมาดูแลความปลอดภัยคนในบ้าน ด้านเพจ Drama-Addict มีการโพสต์ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประเด็นน่าสนใจ จากโพสต์โฉนดบ้านที่หัวหิน คุณทรายสก็อตเกิดปี 2539 เคยอ่านข่าวที่เค้าให้สัมภาษณ์เล่าว่าคุณตาเสียชีวิตตอนคุณทรายสก็อตอยู่มหาลัยประมาณปีสอง ดังนั้นน่าจะเป็นช่วงอายุประมาณ 20 ปี คุณตาโอนบ้านให้กับคุณแม่ตอนปี 2544 ตอนนั้นคุณทรายอายุประมาณห้าขวบ คือเป็นการโอนบ้านให้ก่อนคุณตาจะเสียชีวิตประมาณ 15 ปี หลังจากนั้นคุณแม่ถือครองบ้านอยู่ประมาณหนึ่งปีแล้วโอนให้กับลูกทั้งสองคนคือพายและทรายในปีต่อมา การโอนบ้านจาก บุพการีไปยังบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในหลายด้าน ได้แก่ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.5% และได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีถือครองไม่ถึงห้าปี ส่วนในแง่ภาษีหากเป็นการให้โดยเสน่หาจากบุพการีไปสู่บุตรก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการโอนนี้ ส่วนบุตรผู้ได้รับโอนก็ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหากมูลค่าทรัพย์สินไม่ถึง 20 ล้านบาทต่อปีภาษี ส่วนที่เกินก็เสียในอัตรา 5% คุณตาโอนบ้านให้กับคุณแม่ตอนปี 2544 ตอนนั้นคุณทรายอายุประมาณห้าขวบ คือเป็นการโอนบ้านให้ก่อนคุณตาจะเสียชีวิตประมาณ 15 ปี หลังจากนั้นคุณแม่ถือครองบ้านอยู่ประมาณหนึ่งปีแล้วโอนให้กับลูกทั้งสองคนคือพายและทรายในปีต่อมา การโอนบ้านจาก บุพการีไปยังบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในหลายด้าน ได้แก่ลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.5% และได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีถือครองไม่ถึงห้าปี ส่วนในแง่ภาษีหากเป็นการให้โดยเสน่หาจากบุพการีไปสู่บุตรก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการโอนนี้ ส่วนบุตรผู้ได้รับโอนก็ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหากมูลค่าทรัพย์สินไม่ถึง 20 ล้านบาทต่อปีภาษี ส่วนที่เกินก็เสียในอัตรา 5% ดังนั้นถ้ามองในแง่นี้ก็น่าจะตีความได้ว่าคุณตาต้องการมอบบ้านหลังนี้ให้กับทั้งทรายและพายทั้งสองคน จึงได้ทำการโอนให้กับทางคุณแม่ ซึ่งเป็นลูกสาวก่อน ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการโอนถูกลงมาก จากนั้นเมื่อคุณแม่โอนให้กับลูกทั้งสองก็เสียค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันกับตอนคุณตาโอนให้คุณแม่ รวบรวมแล้วก็จะประหยัดกว่า ให้คุณตาโอนให้กับหลานทั้งสองคน โดยตรง หรือคุณตาอาจจะอยากโอนให้กับคุณแม่แล้วคุณแม่ก็อาจจะโอนต่อให้กับลูกทั้งสองคนโดยเท่ากันก็ได้ อันนี้จ่าเข้าใจถูกต้องไหมครับ ถามเพจภาษีแป๊บ