จอย บียอนด์ เปิดชีวิตคู่เจ้าสัว ปิดมานาน 30 ปี ร่ำไห้ถูกกีดกันไม่ให้ดูแลสามีป่วยอัลไซเมอร์ ยันไม่หวังทรัพย์สิน กลายเป็นเรื่องราวที่หลายคนจับตา สำหรับ จอย บียอนด์ หรือ หทัยทิพย์ สีสังข์ นักร้องลูกทุ่งและอดีตนางเอก ดีกรีรางวัลตุ๊กตาทอง สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง ธรณีกรรแสง หลังออกมาเปิดเผยเรื่องส่วนตัวที่เก็บเงียบมานานกว่า 30 ปี ระบุว่า เธอใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของเจ้าสัวรายหนึ่ง โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ครอบครัวและญาติของทั้งสองฝ่ายรับรู้ความสัมพันธ์มาตลอด ล่าสุด (21 สิงหาคม 2569) จอย บียอนด์ พร้อมทีมทนายความ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังมีปัญหาไม่สามารถเข้าไปพบและดูแลสามีที่ปัจจุบันมีอายุเกือบ 80 ปี และป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงโรคเบาหวาน จอย บียอนด์ เล่าว่า เธอพบกับเจ้าสัวเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ในช่วงที่กำลังแสดงภาพยนตร์เรื่อง ธรณีกรรแสง ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์จนใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา ทั้งคู่ดูแลและปรึกษากันในเรื่องต่าง ๆ โดยเธอมองว่าเขาเป็นหุ้นส่วนชีวิต และที่ผ่านมาเธอเป็นคนดูแลสามีทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การแต่งตัว และอาหารการกิน กระทั่งช่วงประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา สามีเริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ทำให้เธอต้องปรับรูปแบบการดูแล โดยมีหลานชายของสามีซึ่งรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี เข้ามาช่วยดูแลและพาสามีไปอยู่บ้านของครอบครัวหลาน ซึ่งในช่วงแรกเธอยังสามารถเข้าไปพบสามีได้ตามปกติ แต่ช่วงประมาณ 8-9 เดือนที่ผ่านมา กลับไม่สามารถเข้าไปหาสามีได้อีก หลังประตูรั้วบ้านถูกเปลี่ยนระบบและเธอไม่มีรีโมตสำรอง โดยต้องขออนุญาตหลานชายก่อนเข้า กระทั่งได้รับแจ้งว่าไม่สามารถเข้าบ้านได้ และหากพบกันที่ไหนก็ไม่ต้องทักกัน ทำให้เธอต้องเฝ้ารอสามีอยู่บริเวณหน้าบ้าน รวมถึงพยายามไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่ไม่สามารถพบได้ จอย บียอนด์ ยังเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนว่า เธอมีโอกาสบังเอิญพบสามีที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งคู่เคยไปด้วยกัน โดยสามีถามว่าหายไปไหนมา เมื่อเธอบอกว่าอยากไปหาแต่ถูกกีดกัน สามีก็ตอบว่าสามารถมาหาได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอาการป่วย ทำให้ความทรงจำของสามีในเวลานี้เหลือเพียงประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อได้พบกันอีกครั้งเธอสังเกตเห็นว่าสามีมีภาพลักษณ์และการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป จึงยิ่งทำให้เธออยากกลับไปดูแลเขาเหมือนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องราวในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สิน แต่ต้องการเรียกร้องสิทธิในการกลับไปดูแลคนที่รักในช่วงบั้นปลายชีวิต จอย บียอนด์ ยอมรับว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเธอเลือกปิดเรื่องความสัมพันธ์ เพราะไม่ต้องการเป็นจุดสนใจ และอยากให้สามีใช้ชีวิตอย่างสงบ แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ยืนยันว่าญาติของทั้งสองฝ่ายรับรู้ และเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมายืนอยู่ในจุดที่ไม่สามารถพบสามีได้เช่นวันนี้ ส่วนประเด็นเรื่องทรัพย์สิน จอย ระบุว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าการกีดกันครั้งนี้มีสาเหตุมาจากเรื่องดังกล่าวหรือไม่ และไม่อยากกล่าวหาใคร เพียงต้องการรู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรจึงไม่สามารถไปพบสามีได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาหวังทรัพย์สินหรือกอบโกยเงินทอง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน สิ่งที่ต้องการคือการได้ดูแลสามีให้มีความสุข ด้าน ทนายเล็ก ซึ่งร่วมแถลงข่าว ระบุว่า ในเรื่องสิทธิการดูแล แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ประเด็นหน้าที่ในการอุปการะดูแลกันนั้นยังต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน การกีดกันจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมมองว่าการพูดคุยกันเพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันดูแลเจ้าสัวได้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพราะผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือเจ้าตัว จอย ยังเผยว่า หากเรื่องต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เธอพร้อมนำหลักฐานเกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาออกมาแสดง แต่สิ่งที่ต้องการที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่การต่อสู้เรื่องทรัพย์สิน หากเป็นเพียง โอกาสที่จะได้กลับไปพบและดูแลสามีก่อนที่อาการจะทรุดลงไปมากกว่านี้ ท้ายที่สุด จอย บียอนด์ ถึงกับร่ำไห้ พร้อมบอกว่าเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรัก และอยากให้ความรักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 30 ปีได้เดินทางไปจนถึงวันสุดท้าย จึงขอความเห็นใจจากทุกฝ่าย และขอโอกาสให้เธอได้กลับไปทำหน้าที่ดูแลสามีอีกครั้งในช่วงบั้นปลายของชีวิตขอบคุณข้อมูลจาก NineEntertain