สารกันแดด แบบไหนที่เหมาะกับผิวเด็กและผู้ใหญ่

ครีมกันแดด

สารกันแดดแบบไหนที่เหมาะกับผิวเด็กและผู้ใหญ่
(มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค)

         กว่า 70 ปี ที่นักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นสารกันแดด และมีการนำมาใช้ทาผิวหนังเพื่อป้องกันแดดเผา ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ใช้ทาเพื่อป้องกันมะเร็งผิวหนังเนื่องจากรังสีดวงอาทิตย์ และยังป้องกันไม่ให้ผิวหนังเสื่อมเร็วหรือแก่ก่อนวัย จากการทำลายเซลผิวโดย รังสียูวี

         อย่างไรก็ตาม จากสถิติของสถาบันมะเร็งของประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่ป่วยด้วยมะเร็งผิวหนังไม่ได้ลดจำนวนลง แม้จะมีการใช้สารกันแดดอย่างมากมาย เช่นในปัจจุบันก็ตาม

         สารกันแดดถูกวิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมการกรองรังสีดวงอาทิตย์ทุกชนิดให้มากที่สุด โดยหลักใหญ่ๆ จะแบ่งเป็นสาร 2 กลุ่มคือ สารเคมีกลุ่มอินทรีย์ (Organic sunscreens) และ สารกลุ่มอนินทรีย์ (Inorganic sunscreens) ทั้งสองกลุ่มมิได้มาจากธรรมชาติแต่ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์

         สารเคมีกลุ่มอินทรีย์ มิได้หมายถึงมาจากธรรมชาติแต่ในที่นี้หมายถึงในโมเลกุลประกอบด้วยคาร์บอนด์ และไฮโดรเจน สารเคมีกลุ่มนี้จะละลายได้ดีในตัวทำละลายบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอลกอฮอล์ โดยทั่วไปจะเรียกสารกันแดดกลุ่มนี้ว่า สารกันแดดเคมี (Chemical sunscreens)

         ส่วนกลุ่มอนินทรีย์มักจะถูกเรียกว่า สารกันแดดกายภาพ (Physical sunscreens) ทั้งนี้เพราะสารกลุ่มนี้จะมีลักษณะเป็นผงแป้งละเอียด สีขาว จะไม่ละลายน้ำหรือในตัวทำละลายใดๆ จึงอาจจะเรียกว่าเป็นสารกันแดดกายภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในแป้งฝุ่นโรยตัวเด็กและแป้งฝุ่นแป้งแข็งแต่งหน้าของ ผู้หญิงนั่นเองแต่มีความละเอียดมากกว่าเมื่อถูกนำมาใช้เป็นสารกันแดด

สารกันแดดทั้งสองกลุ่มมีประสิทธิภาพแตกต่างกันและมีกลไกการกันรังสีดวงอาทิตย์ที่แตกต่างกัน สารกันแดดกลุ่มอินทรีย์มีประสิทธิภาพสูงในการดูดซับรังสีดวงอาทิตย์เฉพาะรังสียูวีเท่านั้น ในช่วงคลื่นระหว่าง 280-365 นาโนเมตร ส่วนสารกันแดดอนินทรีย์ คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์ และ ซิงค์ออกไซด์ (มีเพียง 2 ชนิดเท่านั้น) มีกลไกกันรังสีดวงอาทิตย์ระหว่างช่วงคลื่น 260 - 700 นาโนเมตร จึงป้องกันได้ทั้งรังสียูวี ที่คนเราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า และรังสีหรือแสงแดดที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยวิธีการสะท้อนรังสีออกจากผิวหนังทันทีที่ตกกระทบ นับได้ว่าสารกันแดดกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพครอบคลุมการกันแดดได้ดีกว่า

 ผู้ใหญ เด็ก ควรเลือกแบบไหนดี?

         สารกลุ่มกายภาพคือ ไทเทเนียมไดออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ปลอดภัยกว่า สำหรับทุกเพศและวัย เพราะไม่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง เหมาะอย่างยิ่งในการใช้กับผิวเด็ก และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย นอกจากนั้นยังพบว่า การที่สารกลุ่มนี้สามารถกันรังสีดวงอาทิตย์ได้ช่วงคลื่นกว้างมาก จึงป้องกันผิวหนังได้ดีกว่า

         ส่วนสารกลุ่มเคมีหรือสารกลุ่มอินทรีย์ ด้วยความที่เป็นสารเคมีที่ต้องละลายในแอลกอฮอล์และน้ำมัน ทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายเกิดระคายเคืองได้ง่าย และอาจมีการสะสมตามผิวหนังได้เมื่อใช้เป็นประจำทุกวัน ดังนั้น แพทย์ผิวหนังจึงไม่แนะนำให้ใช้กับเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของ สเปรย์ และ เจลกันแดด เพราะทั้งสองชนิดจะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในปริมาณสูง

         สำหรับเด็กทารกวัย 6-12 เดือน ไม่ควรทาสารกันแดด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำทารกในวัยนี้ไปรับแดดนั่นเอง แต่หากจำเป็นก็ไม่ควรอยู่นานเกิน 15 นาที และควรใช้สารกันแดดกลุ่มกายภาพหรืออนินทรีย์คือ ไทเทเนียมไดออกไซด์จะปลอดภัยกว่า

 อายุของครีมกันแดด

         หากมีครีมกันแดดที่เก่าเก็บ ไม่ควรนำมาใช้เช่นเดียวกับเครื่องสำอางทั้งหลายที่เก่าเก็บ เพราะสารกันแดดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสารกันแดดกลุ่มเคมีมักจะสลายตัวได้ง่าย เมื่อถูกความร้อน ประสิทธิภาพจะหมดหรือลดน้อยไปด้วย

 วิธีใช้ที่ถูกต้อง

         เมื่อต้องการทากันแดด ควรทาทิ้งไว้บนผิวหนังประมาณ 15-20 นาที ก่อนไปออกแดด เพื่อให้สารกันแดดเกาะติดกับผิวหนัง หากไปสถานที่แดดจัดมาก เช่น ทะเล ควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพกันแดดสูง โดยดูจากค่า เอสพีเอฟ (SPF) ค่าเหล่านี้จะหมายถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสีดวงอาทิตย์ได้ นานกี่นาที เช่น เอสพีเอฟ 2 หมายถึงกันแดดได้นาน 2x15 นาที หรือ เอสพีเอฟ 15 จะสามารถป้องกันแดดได้นาน 15x15 = 225 นาที



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค


สารกันแดด แบบไหนที่เหมาะกับผิวเด็กและผู้ใหญ่ โพสต์เมื่อ 20 กรกฎาคม 2552 เวลา 22:28:21 894 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: สารกันแดด แบบไหนที่เหมาะกับผิวเด็กและผู้ใหญ่ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP