ศัลยกรรมหน้าอก กับ 11 เรื่องจริงที่สาว ๆ ควรรู้ก่อนคิดเสริมอึ๋ม

          ศัลยกรรมหน้าอก ก่อนคิดจะเสริมหน้าอกคุณสาว ๆ ที่คิดว่าตัวเองศึกษาข้อมูลเรื่องนี้ดีแล้ว ลองมาดูกันหน่อยสิว่า 11 เรื่องจริงต่อไปนี้... คุณรู้แล้วหรือยัง ?


          ทุกวันนี้การทำ "ศัลยกรรมหน้าอก" ดูจะเป็นเรื่องธรรมด้าธรรมดาไปซะแล้วนะคะ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะถามใครก็มีแต่คนยอมรับว่าไปทำหน้าอกกันมาเป็นแถว จนเรียกได้ว่าเป็นศัลยกรรมยอดฮิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงสมัยนี้เลยก็ว่าได้ และถ้าคุณกำลังจะเป็นอีกหนึ่งคนที่วางแผนจะเก็บตังค์ไปทำศัลยกรรมหน้าอกเหมือนกับคนอื่น ๆ อยู่ละก็ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าการศึกษา ทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมก่อนนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่คุณจะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมยังไงล่ะคะ และถ้าใครที่คิดว่าตัวเองศึกษาหาข้อมูลมาเยอะแล้ว ลองมาดูกันหน่อยสิว่า 11 เรื่องจริงที่คุณต้องเจอเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอกต่อไปนี้ คุณจะรู้กันแล้วหรือยัง ?

ศัลยกรรมหน้าอก

          1. ควรทำศัลยกรรมหน้าอกหลังจากที่ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว นั่นก็หมายความว่าช่วงเวลาที่สาว ๆ เหมาะจะทำศัลยกรรมหน้าอกก็คือ อายุประมาณ 20-22 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเอง

          2. ศึกษาวัสดุและเลือกรูปทรงหน้าอกที่จะทำให้ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนใหม่หรือแก้ไขทีหลัง เพราะปัจจุบันมีวัสดุเสริมหน้าอกมากมายให้สาว ๆ ได้เลือกใส่ ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป รวมไปถึงรูปทรงและราคาที่ต่างกันด้วย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรจะเลือกและตัดสินใจให้ดีเสียก่อน แต่ทั้งนี้ถ้ายังเลือกไม่ถูกก็สามารถขอคำแนะนำจากศัลยแพทย์ก่อนได้ค่ะ

          3. ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกมีหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้ ใต้ราวนม รอบปานนม และสะดือ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป อย่างเช่น

          - การผ่าตัดที่ตำแหน่งรักแร้
ข้อดี คือ แผลผ่าตัดจะซ่อนอยู่ใต้รักแร้ ไม่มีแผลตามร่างกาย คือแต่จะเจ็บประมาณ 1 อาทิตย์

          - การผ่าตัดที่ใต้ราวนม ข้อดี คือ ฟื้นตัวเร็ว บวมน้อย สามารถหยุดเลือดได้ง่าย แต่ข้อเสียคือจะมีแผลเป็นตลอดชีวิต

          - การผ่าตัดที่รอบปานนม ข้อดี คือ แผลผ่าตัดเข้าถึงเต้านมได้โดยตรง และเจ็บน้อย แต่ข้อเสียคือ มีรอยแผลที่รอบปานนม และอาจมีอาการชาที่หัวนม

          - การผ่าตัดที่สะดือ ข้อดี คือ แผลเล็ก โดยแผลจะอยู่ตรงขอบสะดือ แต่ข้อเสียคือทำได้เฉพาะคนที่เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคนน้ำเกลือเท่านั้น เพราะแผลเล็กต้องพับเข้าไป หากใช้ซิลิโคนชนิดอื่น ๆ จะเข้าไม่ได้

          4. สำหรับการเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก ก็เหมือนกับการเตรียมตัวผ่าตัดใหญ่ทั่วไป ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ต่ำสุดคือ 6 ชั่วโมง นอกจากนี้จะต้องหยุดรับประทานยาที่จะมีผลทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากด้วย อย่างเช่น ยาแอสไพริน เป็นต้น และนอกจากนี้สำหรับสาว ๆ ที่ขี้กลัวการผ่าตัดก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะก่อนการผ่าตัดแพทย์จะให้ดอมยาสลบก่อน เรียกได้ว่านอนหลับตื่นขึ้นมาก็ดูม ๆ สมใจกันเลย

ศัลยกรรมหน้าอก

          5. ทำแล้วเจ็บเหมือนโดนรถสิบล้อทับ ? อันนี้เรื่องจริงเลยนะคะสาว ๆ บอกเลยว่าหลังทำน่ะจะรู้สึกเจ็บมาก ๆ ซึ่งนี่ก็คืออาการที่เป็นผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดนั่นเอง เอ้า ! รู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังคิดจะทำ เตรียมใจกันไว้ได้เลย

          6. ในวันที่จะผ่าตัดให้เตรียมเสื้อชั้นในแบบเปิดกระดุมด้านหน้าไปด้วย เพราะหลังจากผ่าตัดหรือวันที่ออกจากโรงพยาบาลคุณจะยกแขนใส่เสื้อชั้นในไม่ได้แน่ ๆ เนื่องจากจะปวดแผลบริเวณรักแร้มาก ๆ ดังนั้นอย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมเชียวล่ะ สำคัญมากนะคะสาว ๆ

          7. ได้เวลาซื้อเสื้อชั้นในใหม่ ก็แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังทำหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นก็ต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อชั้นในเป็นธรรมดา แต่ทั้งนี้สำหรับคุณสาว ๆ ที่ทำศัลยกรรมหน้าอกมาแล้วรู้ไหมคะว่าแรก ๆ นั้นไม่ควรที่จะใส่เสื้อชั้นแบบมีโครง เพราะมันจะทำให้รัดหน้าอก และเมื่อหน้าอกบวมแต่เสื้อชั้นในไม่ขยายตามก็จะกลายเป็นพังพืดเกาะเอาได้ง่าย ๆ ดังนั้นหลังทำศัลยกรรมช่วงแรก ๆ จึงควรเปลี่ยนมาใส่เสื้อชั้นในแบบที่มีเนื้อผ้ายืดหยุ่นได้ดี และไม่รัดหน้าอกแน่นจนเกินไป อย่างพวก สปอร์ตบรา หรือบราสำหรับผู้ที่เสริมหน้าอก เป็นต้น

ศัลยกรรมหน้าอก

          8. หลังผ่าตัดต้องนวดหน้าอกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันพังพืดเกาะนะรู้ยัง ? โดยวิธีนวดนั้น มี 4 ท่าง่าย ๆ โดยให้ทำวนไปเรื่อย ๆ ประมาณวันละ 5-10 นาที

          - เริ่มจากใช้มือทั้งสองข้างดันซิลิโคนเข้ามาตรงกลางหน้าอกให้ชิดกัน ค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายออก

          - ต่อด้วยใช้มือดันหน้าอกจากตรงกลางไปด้านข้าง เพื่อดันให้ซิลิโคนออกข้างลำตัว ทำค้างไว้อีกประมาณ 10 วินาทีแล้วคลายออก

          - ใช้ฝ่ามือดันซิลิโคนขึ้นข้างบนให้ได้มากที่สุด โดยให้ดันค้างไว้ประมาณ 10 วินาที

          - สุดท้ายใช้ฝ่ามือประสานกันแล้วดันซิลิโคนลงด้านล่าง ค้างไว้ 10 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นให้วนกลับไปนวดท่าแรกใหม่อีกครั้ง ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ


          9. ทำใจรับรอยแผลเป็นที่จะเกิดขึ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าหลังผ่าตัดย่อมจะมีรอยแผลเป็นเกิดขึ้นแน่ ๆ แต่จะมากหรือน้อย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของศัลยแพทย์และการดูแลของตัวคุณเอง ซึ่งวิธีดูแลเบื้องต้นอาจจะใช้ครีมลดรอยแผลเป็นเข้ามาช่วยทา อาจจะทำให้แผลเป็นลดลงได้บ้าง

          10. หลังจากทำศัลยกรรมหน้าอกแล้วจะต้องทำเอ็มอาร์ไอสแกนเป็นประจำ ซึ่งสาเหตุที่ต้องทำก็เพื่อเป็นการตรวจสอบวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ ดังนั้นสาว ๆ คนไหนที่คิดอยากจะทำหน้าอกอย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอาไว้ด้วยนะคะ

          11. ซิลิโคนเสริมอกอยู่ได้กี่ปี ทำหน้าอกแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม ? คำตอบคือได้ค่ะ เพราะจากที่เมื่อก่อนซิลิโคนเสริมหน้าอกควรเปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 10 ปี เนื่องจากซิลิโคนจะเริ่มเสื่อมลง แต่ปัจจุบันซิลิโคนที่ใช้เสริมหน้าอกมีมาตรฐานมากขึ้นและมีใบการันตี สามารถมีอายุการใช้งานได้แบบไม่มีหมดอายุ ซึ่งหากไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถทิ้งไว้ได้ตลอดชีวิตเลยค่ะ

ศัลยกรรมหน้าอก

          รู้อย่างนี้แล้ว สำหรับคุณสาว ๆ ที่กำลังคิดจะทำนมก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมกันได้เลย เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณจะต้องเจออย่างแน่นอน แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ ได้หน้าอกคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาทั้งที เป็นใครก็ยอมทั้งนั้นแหละ จริงไหมคะ อิอิ

ข้อมูลจาก : honestdocs.co, th.yanhee.net, absolutebeauty-clinic.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ศัลยกรรมหน้าอก กับ 11 เรื่องจริงที่สาว ๆ ควรรู้ก่อนคิดเสริมอึ๋ม โพสต์เมื่อ 20 ตุลาคม 2558 เวลา 15:33:15 154,643 อ่าน
TOP