
หยก ธัญยกันต์
ดีก็ได้ ร้ายก็เริ่ด!! หยก ธัญยกันต์ (ภาพยนตร์บันเทิง)
ตอนนี้มีละครให้ดู 7 วันเลยค่ะ สำหรับสาว หยก ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ เพราะ รักในม่านเมฆ ออกอากาศศุกร์ถึงอาทิตย์ ส่วนจันทร์ถึงพฤหัสฯ ก็มี นักฆ่าขนตางอน ซึ่งเธอเป็นนางเอกออกอากาศอยู่อีก งานนี้เจ้าตัวยอมรับว่าโชคดีที่ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ แม้เรื่องหนึ่งจะร้าย ส่วนอีกเรื่องเป็นนางเอก แต่ก็เรียกว่าทำได้ดีทั้งสองคาแรกเตอร์ แม้จะได้พักผ่อนน้อย จนแทบไม่มีเวลานอน นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอระวังมากขึ้นในการขับรถ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุไปแล้ว แต่ขนาดประสบอุบัติเหตุ เจ้าตัวยังไม่วายถูกเม้าท์ว่าจริง ๆ แล้ว การเข้าโรงพยาบาลนั้น เธอไปศัลยกรรมใบหน้ามา แต่เธอไม่ได้ซีเรียส เพราะเธอมองว่าการมีข่าวดีกว่าไม่มีข่าว ถ้าคิดจะอยู่ในวงการนี้
หยก ธัญยกันต์ : ยากค่ะ ท่าทางการเตะต่อย เราไม่ได้มีพื้นฐานตรงนี้เลย แล้วพื้นฐานที่สรีระเป็นผู้หญิงเป็นตัวเดินเรื่อง ในเรื่องเป็นผู้หญิงเก่งมาก เพราะฉะนั้นการที่ต้องแสดงออกมาทั้งหมด ต้องทำให้คนเชื่อจริง ๆ ร่างกายเราด้วยล่ะ จะทำไงให้คนเชื่อว่าเราเตะต่อย ฟันดาบยิงปืน เราเก่งแบบนั้นจริง ๆ
หยก ธัญยกันต์ : ได้เรียนค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะคะ คือนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักแสดงรู้สึกดี คือถ้าชีวิตปกติ เราคงไม่ได้มีโอกาสทำแบบนี้ อย่างเรียนยิงปืน หยกเคยยิงเล่น ๆ แต่ไม่ได้ยิงจริง ๆ นะคะ เพราะว่ากลัวเสียงปืนมาก แล้วในเรื่องนี้ ปรากฏว่ามันต้องเต็มที่มาก คือปืนมาก็ยิง มันทำให้เราต้องเรียนต้องซ้อม จนตอนนี้หายกลัวไปแล้ว (หัวเราะ) แล้วก็มีเรียนบู๊เตะต่อยเรียนฟันดาบ ทั้งดาบสั้นและดาบยาวเรียนหมดเลย
หยก ธัญยกันต์ : ไม่เอาหรอกค่ะ คงตะโกนร้องให้คนช่วยมากกว่า ณ ตอนนั้นคงอารมณ์ผู้หญิงค่ะ เต็มที่กรี๊ด แล้วก็ร้องให้ใครก็ได้มาช่วยเราด้วย (หัวเราะ) ไอ้ที่เรียนมาคงช่วยไม่ได้เลย คือในเรื่องเราเก่ง แค่เห็นลมพัดมานิดเดียว เราต้องตื่นตัวแล้ว คือเก่งมาก เป็นนักฆ่า
หยก ธัญยกันต์ : ต้องติดขนตาปลอมเพิ่มขึ้น 2 ชิ้นค่ะ คือต้องมีเบอร์ 316 ก่อนเลยอันดับแรก แล้วหลังจากนั้นอะไรก็ได้แล้วค่ะ มั่ว ๆ เอา (หัวเราะ) คือ 316 เนี่ยช่องไฟค่อนข้างสวย สีเข้ม หยกชอบที่สุดนะ เวลาติดเทคนิคคือต้องติดชิดขนตามากที่สุด แล้วกรีดอายไลเนอร์ซ้ำ หยกว่าทุกคนก็ทำเหมือน ๆ กัน
หยก ธัญยกันต์ : ดำไปเยอะมากค่ะ ตอนนี้มีผื่นขึ้นเป็นจุดเล็ก ๆ แล้วก็เห่อขึ้นมาเลย แล้วคันมาก พอเกามาก ๆ มันก็จะเป็นสีขาว ๆ กลัวผิวเสียมาก คือหยกก็พยายามเซฟตัวเองที่สุดแล้วนะ แต่พอถึงเวลาจริง ก็ต้องทำ เราเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี พยายามจะเซฟ หยกว่าจาก 100% หยกคงเซฟได้แค่ 60% แรก ๆ ก็ไม่ได้ห้ามโดนแดด แต่มันต้องทำอยู่ดี เพราะฉะนั้น จบละครทีเราก็มาบำรุงที
หยก ธัญยกันต์ : ใช่ค่ะ (หัวเราะ) เข่าหยกเนี่ยเขียวช้ำเลย เอางี้ดีกว่า ตอนแรกๆ เนี่ยเขียวไปทั้งตัวเลย คือ นอกจากคิวบู๊พลาดบ้างแล้ว เวลาถ่าย เราก็อยากให้งานมันออกมาดีที่สุด เล่นเองได้เล่นเวลาล้มเวลาอะไรก็เขียวกันบ้าง แต่หยกก็ชอบนะคะ นี่ถ้ามีละครบู๊เข้ามาอีกก็เอานะ คือตอนนี้พอจะรู้แล้วว่ามันเป็นยังไง ล้มต้องล้มแบบไหน คือเราไม่ต้องนับหนึ่งใหม่แล้ว
หยก ธัญยกันต์ : หยกไม่ชอบผิวสองสีอ่ะค่ะ คือความเห็นส่วนตัวนะ หยกชอบมองผู้หญิงขาว ๆ หยกว่ามันดูสะอาดดี หยกก็เลยต้องคิดว่า จะไปแล้วล่ะ ไปบำรุงมากกว่านี้อีก หยกอยากขาวเหมือน น้องเกรซ (หัวเราะ) ไม่ปลื้มจริง ๆ ค่ากับผิวสองสีเนี่ย
หยก ธัญยกันต์ : หยกไม่ใช่คนเก่งค่ะ หยกไม่ใช่คนเซ็กซี่ด้วย ถ้าจะมองคงเป็นแค่แวบแรกที่เห็น ด้วยการแต่งตัวด้วยภาพลักษณ์ มันยกให้เราดูเซ็กซี่จริง ๆ หยกก็ไม่รู้ตรงนี้หรอก จนพี่วี วีรภาพ เขาบอกว่า หยกน่ะตอนเจอครั้งแรกดูแบบผู้หญิงคนนี้ สุด ๆ อ่ะ แต่พอรู้จักกันไปมา พี่วีบอกว่าหยกเหมือนน้องชายเลย คือพี่เขาก็บอก แกมีอะไรบอกพี่นะ พี่ช่วยแกได้ หยกเคยถามเขาว่าไม่ชอบหยกบ้างเหรอ หยกเซ็กซี่นะ แต่พี่วีเขาขำมากกว่าค่ะ (หัวเราะ)

หยก ธัญยกันต์
หยก ธัญยกันต์ : ไม่หรอกค่ะ มันเป็นจังหวะมากกว่า คุณแดง เองก็ให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากันหมดค่ะ หยกคงไม่ได้เป็นลูกรักที่สุดอะไร เรียกว่าเป็นโชคละกันค่ะ สำหรับหยก หยกว่าหน้าหยกเอง ร้ายก็ได้ ดีก็มีคนเชื่อบ้างว่าน่าสงสาร หยกไม่ยึดติดกับบท ถ้าบทอยู่ในสถานะที่รับได้ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นนางเอกทั้งเรื่อง คืออย่าคิดว่าบทร้ายไม่สำคัญนะ ละครเรื่องหนึ่งถ้าไม่มีตัวร้ายเลยก็ไม่สนุกนะ หยกเลยชอบ นาน ๆ ทีให้เราเป็นนางเอกบ้าง แต่กับบทร้ายจะให้เล่นต่อเนื่องหยกก็โอเค.นะคะ ขอให้หลากหลายแล้วทำให้เราได้พัฒนาการแสดง
หยก ธัญยกันต์ : ใช่ค่ะ รักในม่านเมฆ ก็กำลังถ่ายไปออกไปค่ะ นี่ก็โชคดีเหมือนกันที่อีกเรื่องหนึ่งถ่ายเสร็จไปแล้ว กับ รักในม่านเมฆ ก็ไม่ถือว่าหนักนะ แต่เวลาพักผ่อนเนี่ยบอกเลยว่าแทบจะไม่มีเลยค่ะ ง่วงมาก คือเราเหนื่อยถ่าย นักฆ่าขนตางอน มา 10 เดือนกว่า ไม่มีเวลาไปลั้นลาที่ไหนเลย ตอนนี้ก็ต้องมาถ่าย รักในม่านเมฆ ต่อ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้เที่ยวจริง ๆ เสียที เอาแค่เรื่องนอนเนี่ย ยังไม่ค่อยจะมีเลยค่ะ
หยก ธัญยกันต์ : มีวันหนึ่งหยกไปถ่าย รักในม่านเมฆ เลิกกองตี 3 แล้วก็ต้องตีรถกลับมาถ่าย นักฆ่าขนตางอน ต่อเลย นอนน้อยมาก เพราะว่าถ่ายนักฆ่าฯ ถึงตี 5 แล้วกลับบ้านมาอาบน้ำ แล้วก็ออกไปอีกที เพราะอีกกองนัดไว้ 7 โมงเช้า เท่ากับ 2 วันนั้นทำงานต่อเนื่องตลอดไม่ได้นอนเลย ได้งีบประมาณ 2-3 ชม. คือหนักมาก
หยก ธัญยกันต์ : เมื่อก่อนหยกเป็นคนนอนยากมากนะคะ เดี๋ยวนี้มีเวลาตอนไหน ที่ไหนหยกก็นอนได้ จริง ๆ นะ 5 นาที 10 นาทีก็เอา คือมันเหนื่อยค่ะ ไม่ได้นอนธรรมดานะ นอนกรนเลยก็ยังมี (หัวเราะ) ในกองค่ะ คือหยกไม่รู้ตัวหรอก พอมีคนทักเราก็อ่ะนะ คนมันเหนื่อยค่ะ ต้องมีบ้างนิดนึง นี่อุปกรณ์นอนพร้อมทุกอย่าง หมอน ผ้าห่ม
หยก ธัญยกันต์ : ถามว่ายังขยาดอยู่ไหม มันก็เป็นช่วงแรก ๆ ค่ะ ตอนนี้ไม่ค่อยแล้ว แต่หยกก็วานพี่เขามาช่วยขับ คือโชคดีที่ไม่แรงมาก ในรูปอาจจะดูหนัก แล้วก็โชคดียิ่งกว่าที่หายเร็ว แต่หยกก็ขำนะ มีคนเม้าท์ว่าเราไปนอนโรงพยาบาลเพื่อทำศัลยกรรมอีก จริง ๆ ไม่ใช่ หยกไปนอนโรงพยาบาลมา 3 วัน พอกลับมาก็ไปถ่าย ที่นี่หมอชิต คือไม่มีเวลา จะเอาเวลาที่ไหนไปทำศัลยกรรมล่ะคะ
หยก ธัญยกันต์ : หยกไม่ซีเรียสนะ ถือว่ามีข่าวคนจะได้ไม่ลืมเรา คือถ้าเราทำแล้วคนทัก มันก็ยังดีกว่า หนูไปทำมาแล้วคนไม่ทักมากกว่า ศัลยกรรมหยกว่ามันเหมือนถูกหวยค่ะ ถ้าดีก็ดี ถ้าไม่ถูกก็แย่เลย อีกอย่างยุคนี้ การศัลยกรรมก็เหมือนการแต่งตัวให้ตัวเองอีกอย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็มีเหมือนกันที่แอนตี้บอกว่าไม่ธรรมชาติ แต่แหม...มองอีกมุม ก็ธรรมชาติเราไม่สวย เราก็เลยต้องสวยด้วยวิธีนี้อ่ะนะ (หัวเราะ)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีปีที่ 36 วันที่ 7-13 กรกฎาคม 2553






