
ปูเป้ อรหทัย เผยชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตามหาแม่แท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดตัวเองกว่า 38 ปี และในที่สุดก็ตามหาจนเจอ ลั่นจะตอบแทนพระคุณแม่ให้ดีที่สุด
แม้จะเคยได้เห็นกันอยู่บ้างในละครหรือสังคมไทย ที่ผู้เป็นแม่มีเหตุผลบางอย่างที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ จึงจำเป็นต้องยกลูกตัวเองให้กับคนอื่นไปเลี้ยงดู และผู้เป็นแม่ก็ต้องจำใจเก็บเป็นความลับไว้ ซึ่งเรื่องราวเหลือเชื่อดั่งละครทั้งหมดนี้ก็ได้เกิดขึ้นจริงกับชีวิตของนักแสดงสาว ปูเป้ อรหทัย ซื่อศรีสวัสดิ์
ล่าสุด (5 กันยายน 2559) ปูเป้ อรหทัย ก็ได้ออกมาเปิดใจในรายการ ปากโป้ง ทางช่อง 8 ถึงเรื่องราวชีวิตจริงที่เป็นยิ่งกว่าละคร !! กว่า 38 ปีที่เก็บความสงสัยว่าแม่แท้ ๆ ผู้ให้กำเนิดตนนั้นเป็นใคร ก่อนจะตัดสินใจตามสืบหา พร้อมเปิดเผยวินาทีแรกที่ได้พบกับคุณแม่ เรียกว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนานแต่ก็คุ้มค่าจริง ๆ
เริ่มคิดว่าหน้าตัวเองออกทางฝรั่ง แต่พ่อแม่เป็นคนไทยเมื่อไร ?
ปูเป้ อรหทัย : ก็จำความได้เลยค่ะ ที่โดนล้อก็ตั้งแต่เล็กเลย 3-4 ขวบ เราก็ติดใจมาตลอด เพราะมีคนล้อตลอด เก็บมาเลี้ยง
แล้วทำไมคุณไม่ถามคุณพ่อวิชัย คุณแม่อรจิต ?
ปูเป้ อรหทัย : เชื่อไหม ไม่เคยถามเลยสักคำเดียว เพราะไม่กล้าถาม กลัวเขาเสียใจ มีความรู้สึกว่าพอมองย้อนกลับไปก็กลัวตัวเองเสียใจ นึกออกไหม กลัวว่าพอถามแล้วไม่ใช่เราจะรับไม่ได้ ก็เลยไม่ถาม เหมือนเป็นเด็กขี้กลัว และก็รักพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเรามามาก ๆ
แต่จากข้อมูลเขาบอกว่าคุณเองคิดอยู่ในใจเสมอว่าคุณพ่อวิชัยน่าจะมีภรรยาเป็นฝรั่ง ?
ปู เป้ อรหทัย : ใช่ คือตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แต่เผอิญจะมีกลุ่มเพื่อน กลุ่มเพื่อนก็พูดกัน ว่าแม่ฉันเล่าให้ฟังว่าแม่เธอเป็นฝรั่งมาเรียนหนังสือและก็ท้องเธอไว้กับพ่อเธอแล้วก็หนีกลับประเทศไป ก็เป็นเรื่องเม้าท์กันไป เราเลยคิดว่าสงสัยแม่เราเป็นฝรั่ง แม่คงทิ้งเราไป ไม่สนใจเราแล้ว
ความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกโกรธเกลียดแม่ฝรั่งที่เราคิดไว้ตอนนั้นไหม ?
ปูเป้ อรหทัย : ก็รู้สึกไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องทิ้ง ฉันน่ารักจะตายทำไมต้องทิ้ง
ระยะเวลาที่ผ่านมา 30 กว่าปีพ่อแม่เขาก็เลี้ยงดูคุณมาอย่างดี ทำไมคุณถึงมีความสงสัยที่จะคลายปม ?
ปูเป้ อรหทัย : ทุกคนคืออยากจะรู้ว่าต้นกำเนิดของตัวเองเป็นใครถูกไหม ต้องบอกก่อนเลยว่าอย่างเป้เอง เป้มีโอกาสไปเข้าคอร์สจิตวิยาคอร์สหนึ่ง ของครูอ้อย เข็มทิศชีวิต แล้วก็เหมือนกับว่า กลับไปมองเห็นตัวเอง ตอนตัวเองเป็นเด็กเล็กมาก ๆ เหมือนปรากฏว่าสิ่งที่เห็นก็คือเป็นรูปแม่อุ้มเราอยู่ แต่ปรากฏว่าแม่คนนั้นไม่ใช่ฝรั่ง เขาเป็นคนไทย
แล้วคุณมีคิดจะถามพ่อแม่ไหม ?
ปูเป้ อรหทัย : ไม่คิดจะถามเลย เพราะว่าถ้าถามไปเขาต้องเสียใจแน่ ๆ ว่าเขาเลี้ยงเราไม่ดีเหรอ
สุดท้ายตัดสินใจไปถามคุณพ่อวิชัย คุณแม่อรจิต ?
ปูเป้ อรหทัย : ก็คุย ๆ เล่นกันเหมือนปกติทุกวัน แล้วก็ถามเลย แต่ว่าก่อนที่จะถามตัดสินใจอยู่ 2-3 วัน รอจังหวะอยู่สองสามวัน พ่อหนูถามจริง ๆ แม่หนูเป็นใคร เท่านั้นล่ะ พ่อช็อกร้องไห้ฟันปลอมหลุดหมดเลย ไม่คิดว่าลูกจะถาม แล้วแม่ก็นั่งอยู่ด้วย ทั้งสองท่านก็อึ้งแล้วมองหน้ากัน แล้วพ่อก็บอกว่านี่ไงแม่ เราก็บอกว่าไม่ใช่ แม่ที่คลอดหนูมาคือใคร แล้วเขาก็ไปปรึกษากันก่อน ทีนี้เขาก็ยังไม่บอก
เคยคิดที่จะเอาเลือดคุณพ่อคุณแม่ไปตรวจไหม ?
ปูเป้ อรหทัย : ไม่เคย เคยแต่สงสัยว่าทำไมพ่อกรุ๊ปเลือดนี้ แม่กรุ๊ปเลือดนี้ แต่ทำไมเรากรุ๊ปเลือดนี้ หลังจากที่เขาไปปรึกษากัน เขาก็มาบอกว่าแม่เป็นใครอะ ไม่สำคัญหรอกเพราะว่าเขาทั้งสองคนรักเป้มาก เป้ก็บอกว่าแต่เป้ก็อยากรู้อะเนอะ เป้ก็อยากทดแทนพระคุณเขา เพราะตอนนี้เป้อยู่ในจุดที่เป้สามารถดูแลเขาได้แล้ว ในชีวิตเป้ก็อยากทดแทนพระคุณคนที่ให้กำเนิด เขาก็ไปปรึกษากัน หลังจากนั้นแม่อรจิตก็ไลน์มาบอก ถ้าหนูอยากรู้จริง ๆ ว่าอะไรคืออะไร ตอนนี้พ่อยังทำใจไม่ได้ ก็ไลน์มาบอกว่าให้ไปหาญาติอีกคนหนึ่ง แล้วเขาจะพาไปหาแม่
คุณตกใจไหม ที่เขายอมรับแล้วว่าคุณไม่ใช่ลูก
ปูเป้ อรหทัย : ณ วินาทีนั้น คือตื่นเต้น ไม่ตกใจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกี่เดือนแล้ว
ปูเป้ อรหทัย : 2-3 เดือนก่อนหน้านี้เองค่ะ ตอนนั้นก็คิดประมวลผลอยู่ แต่ระหว่างคิดก็บอกแม่อรจิตบอกเขาตลอด บอกว่าแม่เลี้ยงหนูมาได้ดีมาก แม่ตัดสินใจถูกแล้วที่แม่บอกหนู และหนูก็ยังรักพ่อกับแม่เหมือนเดิม คือให้กำลังใจเขาตลอด จากนั้นก็โทร. ไปหาญาติคนนั้นเขาอยู่สุพรรณบุรี จากนั้นก็ขับรถนัดกับเขา หนูจะไปรับป้าหมวยที่สุพรรณฯ นะคะ ป้าหมวยพามาหาแม่หน่อย ทุกคนรู้หมด ยกเว้นเป้คนเดียวที่ไม่รู้ จากนั้นพอเป้ไปรับป้าหมวย ป้าหมวยก็ให้เป้ขับรถกลับมาที่กรุงเทพฯ ระหว่างทางขับมา เขาก็เล่าให้เป้ฟังหมด ว่าแม่มีเราตั้งแต่เด็ก และก็เอาเราไปฝากไว้กับป้าคนหนึ่งที่มีฐานะหน่อย และป้าคนนี้เห็นว่าพ่อวิชัยกับแม่อรจิตไม่มีลูก ก็เลยยกเป้ไปฝากไว้ และพอไปฝากไว้เขาก็รักมาก ตั้งแต่ยังไม่ถึงขวบ
แสดงว่าคุณแม่อรจิตกับคุณแม่ที่คลอดคุณมาเป็นพี่น้องกัน
ปูเป้ อรหทัย : พ่อวิชัยเนี่ยเขาเปรียบเสมือนเป็นคุณตาของเป้ ระหว่างทางสุพรรณบุรีมาถึงกรุงเทพฯ ให้เป้คลี่คลายเหตุการณ์ทั้งหมดในชีวิตเลยว่าเป็นอย่างไร

คุณมาถึงบ้านแม่คุณเจอไหม ?
ปูเป้ อรหทัย : เจอค่ะ แม่เป็นคนไทย ธรรมดา เนี่ยแหละค่ะ ที่ช็อกคือแม่เป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ที่โรงแรม มันคือโรงแรมรายวัน เป็นคนทำความสะอาด ปูที่นอน เปลี่ยนหมอน ทำมา 20 ปีแล้ว ตอนนั้นน้ำตาไหลออกมาเลย การเป็นอยู่ก็จะเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ในซอย พอเจอครั้งแรกก็กอดเขา และก็ร้องไห้ และก็บอกเขาว่าหนูไม่รู้จริง ๆ ว่าแม่อยู่ตรงนี้ หนูเพิ่งรู้แค่สองสามวัน หนูก็มาหาแม่เลย แม่หลังค่อมหมดเลย เป้ก็ถามว่าทำไมแม่หลังค่อมจัง แม่บอกไม่ค่อมได้ไง แม่ปูเตียงมาตั้งยี่สิบปี ในขณะที่เราสบายทุกอย่าง ส่วนคุณพ่อวิชัยกับคุณแม่อรจิตก็คือ ทุกอย่างมันก็ต้องเป็นค่อยไป เป้ก็ทำในสิ่งที่เป้ทำได้ คือเราต้องดูแลเขาอยู่แล้ว ดูแลให้ดีกว่าเดิม ให้เวลามากกว่าเดิม ทำดีมากกว่าเดิม
ทั้ง 3 ท่านได้มีโอกาสพบกันหรือยัง ?
ปูเป้ อรหทัย : ยังเลย คือต้องค่อยเป็นค่อยไป ทุกอย่างต้องใช้เวลา
ทุกวันนี้คุณเป้ต้องดูแลพ่อวิชัยและก็แม่อรจิตและก็แม่หมวย ?
ปูเป้ อรหทัย : ก็ต้องดูแล ทุกวันนี้สิ่งที่เป้ทำก็คือเป้บอกให้แม่ออกจากงาน แต่แม่ก็บอกว่าคนเราจะมีค่าก็ตอนที่มีงานทำ ถ้าอย่างนั้นแม่สบายใจแม่ทำงานไปก่อน เป้ให้เงินเดือนแม่นะ อยากได้อะไรก็ซื้อ
ด้วยความที่อยู่ในวงการบันเทิงรู้สึกอย่างไรที่มีแม่แท้ ๆ เป็นพนักงานปูเตียงในโรงแรมม่านรูด ?
ปูเป้ อรหทัย : คือเป้มองว่ามันไม่เกี่ยวกัน ไม่ว่าแม่เราจะทำอาชีพอะไร เขาทำอาชีพอะไรก็เป็นอาชีพสุจริต และอีกอย่างเขาก็เป็นแม่ ให้เลือดเนื้อให้ร่างกายให้กำเนิดเรามา ถึงเราจะสูงส่งเราก็ต้องดูแลเขา เพราะเราเกิดมาจากเขา เขาให้หน้าตา ให้เรามาทำมาหากิน เราต้องตอบแทนบุญคุณกับเขา
ข้อมูลและภาพจาก ช่อง 8, Instagram pupe_onhathai






