
เสน่ห์...สะกดใจ (Hairworld)
คนทุกคนอยากมีเสน่ห์ เพราะใครๆ ต่างก็ต้องการ “แรงดึงดูด” ที่จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกสนใจ ประทับใจและให้ความสำคัญนับตั้งแต่เกิดความรู้สึกนั้นเป็นต้นมา
เสน่ห์เป็นพลังแฝงเร้นที่สำคัญที่ทำให้คนเรามีชีวิตอย่างราบรื่น ไร้อุปสรรค และเป็นที่รักของคนอื่นๆ ทว่าสิ่งที่ควรรู้ก็คือเสน่ห์เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจและสร้างหรือปรุงให้เกิดขึ้น จะทำอย่างไรดีคะให้ตัวเองมีเสน่ห์ขอแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ
1. สะกดด้วยรูปกายห้าวินาทีแรกที่คนจะรู้สึกในทางบวกต่อกันก็คือ คนคนนั้นช่างเป็นคนที่ “น่ามอง” น่ามองที่ว่าไม่ได้แปลว่าต้องสวยเลิศเลอหรือหล่อเร้าใจเสมอไป แค่เพียงมีรูปร่างที่ดีได้สัดได้ส่วน มีผิวพรรณที่ผ่องใส และแลดูสะอาดสะอ้าน เท่านี้ก็เป็นเบื้องต้นของการสะกดใจคนใน 5 วินาทีแรกแล้วค่ะ
จะรูปร่างดีได้ก็ต้องเริ่มต้นจากการควบคุมน้ำหนักเพื่อให้รูปร่างไม่บางหรือหนาจนเกินไป และให้มีกล้ามเนื้อที่กระชับแข็งแรง และเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ จากนั้นก็ให้ใส่ใจต่อการรับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่ตามใจปาก คือกินเพราะอร่อย จึงกินเข้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ หรือขัดใจปากคือพยายามควบคุมการกินเสียจนร่างกายสูญเสียโอกาสที่จะได้รับพลังงานอย่างเพียงพอและสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน อาจดูผอมบางก็จริง แต่ผิวพรรณจะแห้งกร้านเหี่ยว ไม่มีน้ำมีนวล และในอนาคตอาจเกิดโรคภัยเบียดเบียน เพราะร่างกายขาดภูมิต้านทาน
ดังนั้นต้องใส่ใจอาหารทั้ง 3 มื้อ โดยรับประทานในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีกับกิจกรรมประจำวัน รับประทานให้หลากหลายไม่เลือกรับประทานเฉพาะสิ่งที่ชอบซ้ำๆ ซากๆ อยู่อย่างนั้น และต้องเฉลี่ยให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ คือ เนื้อสัตว์และถั่วต่างๆ ข้าวและธัญพืช หรือแป้งที่ไม่ขัดสีจนขาดวิตามินปีที่จำเป็นต่อร่างกาย ผักสัก 3 ชนิดขึ้นไปในแต่ละวัน ไขมันซึ่งจะช่วยทำละลายวิตามินบางชนิดเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ และผลไม้สัก 2 ชนิดเป็นอย่างน้อย โดยเลือกผลไม้ที่ไม่หวานจัดหรือมีแป้งมาก
2. สะกดด้วยการแต่งกายเมื่อมีรูปร่างที่ดีเป็นทุน ที่เหลือก็เป็นกำไร เลือกเสื้อผ้าให้ดูดี คือเข้ากับฐานะการงาน อาชีพ และต้องสะท้อนความมีรสนิยมด้วย ที่เหลือก็เลือกแต่งกายให้มีความร่วมสมัย ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปพอดีๆ ชนิดกำลังน่ามอง โดยไม่ถูกแซวว่า “เยอะ” หรือ Fully Furnish คืออุดมไปด้วยเฟอร์นิเจอร์เสียจนรกรุงรัง
รสนิยมของเสื้อผ้าดูที่ตรงไหน ดูที่แบบก่อนเลยค่ะ แบบต้องร่วมสมัย ไม่ตกยุคและเข้ากับรูปร่างของตัวเอง ไม่ทำให้รูปร่างที่ดีกลายเป็นอวบอ้วน เทอะทะ หรือหลวมโคร่ง และต้องเสริมความปราดเปรียว เพรียว โปร่ง และกระฉับกระเฉง
จากนั้นดูที่สีและลวดลาย คนที่สามารถมิกซ์แอนด์แม็ตช์สีกับลวดลายของเสื้อผ้าทั้งชุดให้น่ามองได้มากเท่าไรก็จะยิ่งมีเสน่ห์สะกดตาสะกดใจได้มากเท่านั้น ส่วนเรื่องราคาไม่ต้องห่วงเลยค่ะราคาไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้าหรือยี่ห้อ แต่อยู่ที่เมื่อใส่แล้วมันเสริมความดูดีให้คุณมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูดีมากราคาของความน่ามองก็มากตาม ก็เลือกเอานะคะว่าจะแพงที่เสื้อผ้า หรือสูงค่าตรงความน่ามอง
3. มาดดี อิริยาบถดีบางคนรูปร่างดี แต่งตัวดี แต่ไม่มีมาด ความสง่าน่ามองก็ถดถอยไปเลย คนเราจึงต้องมีมาดกันสักเล็กน้อย ไม่ต้องเยอะเพราะยิ่งเยอะจะยิ่งขัดหูขัดตา
“มาด” ไม่ใช่กิริยาที่ต้องประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ เป็นท่วงท่าปกติที่เราๆ ท่านๆ คาดหมายว่าคนทุกคนน่าจะมีกัน เช่น ยืน เดิน นั่ง ยิ้ม พูดจาต่อกันด้วยความมั่นใจ มีความเชื่อมั่นที่จะเคลื่อนไหวหรือพบปะพูดจาอย่างคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง และดูสบายตา ไม่เก้อๆ เขินๆ หรือมั่นใจจนเกินเหตุ
มาดมักมาคู่กับคำว่า “อิริยาบถ” หลายคนเข้าใจว่ามาดคือการเต๊ะท่า ถ้าเช่นนั้นก็ควรหันมาใส่ใจอิริยาบถเพิ่มเติมกันอีกสักคำื อิริยาบถก็คือการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น แต่ระมัดระวัง ใส่ใจ โปรดทราบว่าทุกๆ การเคลื่อนไหวนั้นมีความหมายในตัวเอง เพราะอิริยาบถนับเป็น “ภาษากาย” อย่างหนึ่ง ซึ่งจะจับใจคนได้ต้องเป็นภาษากายที่สื่อสารทางบวก เช่น มีรอยยิ้มสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความเคารพ เป็นต้น
4. พูดจาดี มีประเด็นว่ากันว่าราคาของคนอยู่ที่การพูดจานี่เอง ดูดีมาตลอดทั้งสามข้ออย่าต้องมาตกม้าตายที่การพูดจานี่เลยนะคะ การพูดจาเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนควบคู่ไปกับการศึกษาคน หรืออ่านคนให้ขาดว่าคนลักษณะนี้เราควรพูดจาอย่างไร ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ลุ่มลึก ซึ่งในอนาคตดิฉันจะค่อยๆ ขยายความให้อย่างละเอียดค่ะ
แต่เบื้องต้นการพูดจาต้องมีความเป็นมิตร ซึ่งดูได้จากน้ำเสียงและการเลือกใช้ถ้อยคำ ต้องพูดจาน่าสนใจ ไม่ใช่มีแค่เรื่องดินฟ้าอากาศหรือข่าวสารสัพเพเหระ คุยด้วยแล้วสนุก มีประเด็น ที่ฟังแล้วจับใจได้ประโยชน์แต่ต้องไม่ล้ำไปถึงขั้น “อวดภูมิ” การพูดจาจึงต้องฝึกฝน 2 ประเด็นที่สำคัญด้วยกัน คือ พูดให้น่ามองกับพูดให้น่าฟัง ใครทำได้ทั้ง 2 อย่าง รับรองประสบความสำเร็จ
5. จริงใจ ไม่เสแสร้งไม่มีอะไรที่มนุษย์จะรู้สึกรักกันได้เท่ากับการสัมผัสได้ว่าคนคนนี้จริงใจกับเรามาก เป็นคนเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่มีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลัง เสน่ห์ที่จะสะกดใจคนแปลกหน้าให้พัฒนามาเป็นคนรู้จัก แล้วกลายเป็นมิตรแท้ก็คือความจริงใจต่อกันนี่เอง
ทั้งหมดนี้เป็นหลักการกว้างๆ ขั้นต้นสำหรับคนอยากมีเสน่ห์ ส่วนการขยายความเพื่อลงลึกถึงทักษะที่ควรฝึกฝนต้องติดตามกันต่อไปนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






