ภรรยา-ลูกชาย โจ บอยสเก๊าท์ เปิดใจครั้งแรก หลังเจอดราม่าเกาะคนตายดัง !?

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

         น้ำ นันทิยา อดีตภรรยา โจ บอยสเก๊าท์ พาลูกชาย ไอซ์ โชคชัย เปิดใจครั้งแรก หลังดราม่าเกาะคนตายดัง หลังประกาศตัวกลางงานศพ-ปู่ไม่รู้ว่ามีหลาน

         หลังจากนักร้องและนักแสดงชื่อดัง โจ บอยสเก๊าท์ จากไปอย่างกะทันหันด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันระหว่างเล่นคอนเสิร์ตกับวง ได้มีชายคนหนึ่งชื่อ ไอซ์ โชคชัย อุชชิน วัย 27 ปี เผยว่าตัวเองเป็นลูกชายของโจ สร้างความงุนงงให้กับคุณพ่อและครอบครัวของโจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทราบเรื่องนี้ จนกลายเป็นดราม่า หลังมีคนมองว่าที่มาประกาศตัวกลางงานศพเพราะอยากดังนั้น


โจ บอยสเก๊าท์

         ล่าสุด (13 พฤศจิกายน 2560) น้ำ นันทิยา อุชชิน อดีตภรรยาของ โจ ซึ่งเป็นคุณแม่ของ ไอซ์ ก็ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one 31 พร้อมลูกชายถึงเรื่องราวความเป็นมา ตั้งแต่วันที่น้ำได้เจอกับโจ จนถึง ณ ปัจจุบันนี้

รู้จักกับโจได้ยังไง ?
          น้ำ :
ตอนนั้นเขาเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นบาร์เทนเดอร์ ร้านอยู่ที่กรุงเทพฯ พี่ก็เป็นนักศึกษาก็ไปเที่ยวกันตามประสาวัยรุ่น ก็ไปเจอแล้วไปเที่ยวทุกวัน ๆ จนสนิทสนมกัน ก็เหมือนพี่น้องกันมากกว่า พอเรากลับเขาก็กลับไปเที่ยวต่อด้วย แล้วก็บางทีไปนอนด้วย มันไม่ใช่ความรักกันหวานแหวว จะถามว่าจีบไหม ก็ไม่ได้จีบ มันไปกันตามสเต็ป ตอนนั้นโจอายุน้อยกว่า 7 ปีค่ะ ตอนที่มีไอซ์ พี่ก็จำไม่ได้นะ แต่พอรู้ว่าท้อง พี่ก็ตัดสินใจอยู่ว่าจะทำยังไง แต่เอาจริง ๆ เพื่อนพี่มันก็ซื้อยาให้กิน กินแล้วก็อ้วกออกมา เลยตัดสินใจกลับบ้าน แต่ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าบอกโจรึยัง แต่จำได้ว่าไม่ได้บอกพ่อกับแม่ จนตัดสินใจที่จะเอาน้องไอซ์ไว้ ก็ไปหาหมอ น่าจะประมาณเดือนที่ 5-6 ก็โทร. บอกโจ เพราะพี่ตัวเล็กด้วย จนพี่จะคลอดแล้วพ่อกับแม่ยังไม่รู้เลย แล้วจากนั้นเราก็ไม่ได้เรียนต่ออีกเลย

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

ก็ต้องเลือกว่าจะเอาไว้หรือเอาออก ?
           น้ำ :
คือในตอนนั้นมันเป็นประสบการณ์ของเรา และสังคมในสมัยนั้นด้วย เป็นสังคมของคนต่างจังหวัดที่ส่งลูกมาเรียน พูดตรง ๆ คือลูกก็ท้องไม่มีพ่อ พ่อแม่คนรอบข้างจะรับได้ไหม ตอนที่พี่ท้องพี่ก็โทร. บอกโจและตอนนั้นพ่อแม่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปขนาดอยู่ในบ้านด้วยกัน ซึ่งพอเขารู้เขาก็เงียบ คือพี่ก็บอกเขา ก็รู้ว่าเขาจะเข้าวงการแต่ยังไม่ได้ออกอัลบั้ม กำลังอยู่ในช่วงฝึกเป็นนักร้อง แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ก็บอกไปว่าไม่ต้องสนใจแต่บอกให้รู้ว่าพี่มีน้องให้โจก็ทำหน้าที่ของโจไปและเราก็ขาดการติดต่อกันไป ต่างคนต่างอยู่ ในช่วงที่พี่คลอดลูก พี่ก็จะโทร. ไปบอก แต่พี่จำไม่ได้ว่าโทร. ไปทางไหน ไม่ได้คาดคั้นว่าเขาจะรับผิดชอบอะไร ถ้าคุณสะดวกหรือว่างก็มาหาหน่อย
 
โจ มาหาลูกบ่อยไหม ?
          น้ำ :
เจอน้องไอซ์ครั้งแรกก็ตอนขวบกว่า ๆ มั้ง เจอครั้งแรกก็ตอนที่โจไปเล่นคอนเสิร์ตที่สุราษฎ์ธานี ตอนนั้นพี่อยู่สุราษฎ์ธานี ก็เจอกันโรงแรมที่โจพัก แล้วภาพนี้ก็เป็นภาพเดียวที่ไอซ์ได้ถ่ายกับพ่อเขา เพราะพี่เป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป และไม่มีกล้อง รูปนี้เป็นรูปที่หลานพี่ที่ไปด้วยถ่ายให้

ตอนที่แม่บอกว่าคนที่เล่นคอนเสิร์ตนี้เป็นพ่อของเรา ตอนนั้นไอซ์รู้สึกยังไง ?
          ไอซ์ :
ตอนที่จำความได้ก็ตอน 4 ขวบ ไปเจอพ่อที่กองบิน ก็รู้สึกดีใจปลื้มพ่อ เหมือนเป็นฮีโร่ คือตอนนั้นยังไม่เข้าใจความเป็นพ่อ แต่เข้าใจว่าเขาเป็นฮีโร่ สมัยเด็ก ๆ ก็บอกเพื่อนบอกคนรอบข้างตลอด แต่ไม่มีใครเชื่อ จนวันหนึ่งก็ช่างมัน ไม่บอกก็ได้

          น้ำ : ก็จนวันหนึ่งโตขึ้น รู้สึกว่าไม่รู้จะบอกทำไม จนคนในหมู่บ้านที่พี่อยู่ เขาจะยืนยันกันได้เพราะเคยเจอโจไปหาที่บ้าน แต่สังคมภายนอกออกมาก็จะเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเชื่อพอโตมา หน้าตามันเหมือนกันเลย

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

มีคนบอกว่าเราโกหกบ่อยไหม ?
          ไอซ์ :
บ่อยครับ อย่างเวลาไปเรียนที่ใหม่ เราก็บอกเขา เขาก็ไม่เชื่อแล้วมาถามว่า ทำไมในใบเกิดถึงไม่มีชื่อพ่อ

          น้ำ : ในใบเกิด พ่อพี่ไปแจ้ง แล้วให้เพื่อนที่เป็นนายทะเบียนเขียนให้ว่า น้องไอซ์เป็นน้องพี่ พ่อพี่ไปแจ้งแต่ไม่ได้ไปด้วยตัวเอง เลยฝากให้เพื่อนที่เป็นนายทะเบียนจัดการให้ ในนั้นเลยเป็นชื่อพ่อกับแม่พี่ ที่เป็นพ่อแม่น้องไอซ์ ถ้าตามทะเบียนเอกสารทางราชการ น้องไอซ์จะเป็นน้องพี่ เป็นคนสุดท้อง

เห็นว่าน้องไอซ์เป็นนักร้องด้วย ?
          ไอซ์ :
ใช่ครับ เป็นนักร้องโรงเรียน

แสดงว่า 27 ปีที่ผ่านมา เราเลี้ยงดูเองอยู่คนเดียว ?
          น้ำ :
ก็ไม่เชิงหรอก ก็เลี้ยงกันมาปกติเหมือนทุกคนนะคะ เพียงแต่ว่าพี่ไม่ค่อยซีเรียสกับปัญหาที่มันเกิด

ตอนที่บอยสเก๊าท์รุ่งมาก ๆ เราคิดที่จะบอกโจไหมว่าเอาเงินมาช่วยลูกหน่อย ?
          น้ำ :
ไม่ค่ะ คือครั้งแรกที่โจเจอน้องไอซ์ตอนขวบกว่า ๆ เขาก็นั่งมองกัน เขาก็คุยกัน เขาบอกว่าเขาจะไม่มีลูกอีก พี่เลยบอกว่ามันไม่ยุติธรรมกับแฟนใหม่เธอ ถ้าวันข้างหน้าเธอมีครอบครัว เธออย่าเพิ่งตั้งเป้า เพราะเขาไม่อยากให้ลูกเหมือนเขาที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ เพราะตัวเขาเองก็ไม่สมบูรณ์ ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่มีแฟน พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะปฏิบัติยังไง แล้วเรื่องการเลี้ยงดู คือพี่ก็บอกว่า โจก็ดูแลของโจไป ถ้าวันหนึ่งโจมีเหลือ ค่อยมาจัดการให้ลูก ตอนนี้ถ้าน้ำทำได้ น้ำดูแลตัวเองได้ ก็จะดูแลตัวเองไป พี่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะมีญาติพี่น้องช่วยเหลือ มันก็เลยเหมือนว่า โจไม่ได้ดูแลลูก และด้วยความเคยชินมา 27 ปี เราก็เลยลืมเรื่องความรู้สึกเขาไป ก็แค่นั้นเอง

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

ก่อนที่พ่อจะเสีย เราได้คุยกับพ่อบ่อยไหม ?
           ไอซ์ :
ก็คุยบ้างไม่คุยบ้าง มีคุยกันเรื่องเรียนถ้ามีปัญหาก็โทร. ปรึกษาพ่อ พ่อเขาก็ให้คำปรึกษาตลอด ถ้าคุยเฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่ก็จะคุยกันเล่น ๆ ทั่วไปตามประสา แต่คนอื่นไม่รู้ว่าเป็นลูก เราก็คุยกันตลอด เวลามาเจอพ่อก็ไปเที่ยว ไปกินข้าว ถามว่าเจอกันบ่อยไหม ปีละครั้งครับ แล้วแต่สถานการณ์ว่าไอซ์มากรุงเทพฯ รึเปล่า

เคยคิดที่อยากจะบอกทุกคนไหม ?
           ไอซ์ :
ไม่ครับ แต่เคยถามพ่อว่า ปู่กับย่ารู้ไหม พ่อก็บอกว่า รู้ครับ ตอนที่ถามตอนนั้นบอกว่ารู้ครับ แล้วเพิ่งมารู้ตอนหลังว่า ยังไม่รู้

แต่มันมีประเด็นขึ้นมา ตอนที่เพื่อนพ่อโทร. ไปบอกว่า พ่ออยู่ไอซียูนะ แล้วเราบอกว่า ไม่ว่าง อันนั้นคือจริงไหม ?
           ไอซ์ :
จริงครับ ตอนนั้นครึ่งหลับครึ่งตื่นครับ มันดึกแล้วด้วย มีคนโทร. ไปเราก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร บอกว่าพ่ออยู่โรงพยาบาลลาดพร้าว ให้มาดูหน่อย เป็นโรคหัวใจ ด้วยความที่เรายังงัวเงียอยู่เลยบอกไปว่า ไม่ว่าง

          น้ำ : คือจริง ๆ ไม่ได้คิดหรอกว่าเรื่องจริง เพราะไม่เคยคิดว่าจะมีเพื่อนพ่อคนไหนโทร. มา ตอนที่เขาเล่าให้ฟัง เรายังพูดเลยว่า ลูกโกหกรึเปล่า แล้วเพื่อนปาป๊าเขาจะเอาเบอร์ลูกที่ไหนโทร. มา จึงไม่แปลกที่ลูกจะไม่เชื่อ และพี่เองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เพราะจากประวัติของโจแล้ว เขาไม่เคยมีข่าวว่าเขาป่วยเลย ฉะนั้นพี่ไม่ค่อยแปลกใจ เพราะพี่เองก็โทร. หาน้องไอซ์ตอนเช้า ปลุกเขาไปทำงาน เขาก็ยังลืมเรื่องนี้เลย โดยสามัญสำนึกจิตน่ะนะ แล้วตี 1-2 ก็ไม่เคยมีใครโทร. มา แล้วตัวพี่เองยังว่าลูกว่าลูกโกหกเลย

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

มีลางมีความรู้สึกอะไรบ้างไหม ?
           น้ำ :
ไม่มีเลย ตอนพี่รู้ข่าว พี่ยังคิดเลยว่าจริงรึเปล่า ตอนเพื่อนพี่โทร. มา พี่ถึงรู้สึกว่าจริง ถ้าถามตัวพี่ พี่จะรู้สึกห่วงลูก เพราะลูกพี่อยู่กรุงเทพฯ คนเดียว ห่วงความรู้สึกเขา เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกแค่ไหน เขาก็เป็นเหมือนพ่อเขาที่ไม่ค่อยพูด เก็บความรู้สึก เราห่วงตรงนั้นมากกว่า ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกที่มีต่อโจ แต่จะห่วงลูก

พอเรารู้ว่าเป็นเรื่องจริง ตกใจไหม ?
          ไอซ์ :
ตกใจครับ ก็โทร. ไปปรึกษาแม่ว่า ทำไงดี พอเราคุยกับแม่เสร็จก็วางหูแล้วติดต่อไปที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลบอกว่าไปที่นิติเวชส่งไปชันสูตร ผมก็โทร. ไปที่นิติเวช แล้วเขาบอกเอาไปวัดแล้ว ผมเลยตามไปวัด

มีคนมองกันว่า เราไปเปิดตัวกลางงานศพ เพราะอยากจะดังรึเปล่า ?
          ไอซ์ :
ไม่เลยครับ ก็ที่ไปงานศพเพราะไปด้วยความตั้งใจที่อยากไปรดน้ำศพพ่อครับ เหมือนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้พ่อได้ ก็เลยไปไม่ได้คิดอะไร

แต่คนมองว่า ถ้าเราเป็นหลาน เราต้องเข้าไปสวัสดีญาติ ๆ ก่อน คนเลยเพ่งเล็งว่าทำไมเราไปถึง ถึงไปบอกนักข่าวว่าเป็นลูก ?
          ไอซ์ :
ก็ตอนไปตอนแรกก็เข้าไปงานครับ มีเพื่อนพ่อพาไปแนะนำให้ปู่รู้จัก นั่งข้างปู่สักพักหนึ่ง เหมือนปู่จะยังไม่รู้ ซึ่งผมก็ไม่เคยเจอปู่ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย เป็นครั้งแรกที่เจอ ก็คุยกับปู่ปกติ เหมือนเขายังไม่รู้ว่าเราเป็นหลาน พอช่วงค่ำ เหมือนปู่เขาอยากจะเข้ามาคุยด้วย แต่เขาติดงานก็เลยไม่ได้เข้ามาคุยด้วยครับ

ตอนนั้นพอรู้ว่าเขาเป็นปู่ เราอึดอัดไหม ?
          ไอซ์ :
ไม่ครับ ด้วยความที่เราอยากเจออยู่แล้ว เราอยากเจอญาติทางฝ่ายพ่ออยู่แล้ว พ่อเขาก็อยากพาไปเจอ แต่ไม่ได้ไป เพราะเขาติดงาน

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

คนที่พาเข้าไป ตอนที่นักข่าวสัมภาษณ์เราเป็นใคร ?
          ไอซ์ :
เป็นพี่ชายครับ เป็นหลานของแม่ครับ

          น้ำ : พอดีพี่ฝากเขาไป เพราะพี่ไม่อยู่ ฝากให้เขาดูแลไอซ์ เขาก็เป็นดาราหรือนักร้อง พี่ไม่รู้หรอก เหมือนนักข่าวเขาถามว่ามาทำไม น้องเขาก็บอกว่า พาหลาน ลูกพี่โจมาไหว้ นั่นคือเป็นเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นมา คนก็ตื่นตัวกัน แต่พี่ไม่ได้โทษใครนะต่างคนต่างอยู่คนละมุม คนละความคิด ทางนั้นเขาก็ไม่ได้คิดอะไร ปู่เขาก็ไม่ได้ตั้งตัว ก็เลยเป็นข่าวขึ้นมาตอนนั้น

มีอะไรมายืนยันว่า เด็กคนนี้คือลูกของ โจ จริง ๆ ?
          น้ำ :
พี่จะยืนยันกับใครล่ะคะ เพราะคนอื่นไม่ได้มีผลกับพี่กับลูก พ่อเขาคนเดียว เมื่อพ่อเขายอมรับ ก็ไม่มีผลกับคนอื่นว่าลูกพี่จะใช่หรือไม่ใช่ พี่ก็เลยไม่เคยดิ้นรนว่าต้องตรวจดีเอ็นเอ แต่พี่บอกเลยว่า ลูกพี่เป็นการพิสูจน์ดีเอ็นเอที่ประหยัดมาก ตั้งแต่เส้นผม ยันท่านอน เขาเหมือนพ่อเขามาก ตั้งแต่เล็ก ๆ เส้นผมตอนเด็กเขาก็สีทองเหมือนพ่อเขา ท่านอนก็ยังเหมือน เพราะพี่เคยเห็นไอซ์กับโจสองคนที่นอนแบบนี้ แล้วพี่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่จะต้องพิสูจน์อะไร

มีคนมองว่าที่ออกมาแสดงตัวแบบนี้เพราะต้องการสมบัติของ โจ รึเปล่า?
          น้ำ :
ถ้าออกตั้งแต่อัลบั้มแรกน่ะนะ เพราะมาเอาตอนนี้โจตายแล้วต้องมานั่งพิสูจน์วุ่นวาย เสียเงินเสียทอง แล้วได้อะไร สู้เรียกร้องตอนนั้นดีกว่า

คนมองว่าเกาะกระแสคนตายดังรึเปล่า ?
          น้ำ :
กาะกระแสเรื่องอะไรคะ เพราะตัวพี่ที่ออกมานะ พี่ไม่ได้ปกป้องลูกเท่าไร แต่พี่ห่วงที่โจมตีคุณปู่กับคุณย่าเขามากกว่า ก็คือที่เราอ่านจากคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก คุณย่าเขาโดนหนักมาก พี่ขอมาเป็นตัวแทนย่าเขา โจเขาก็รักแม่เลี้ยงเขานะ ไม่ใช่ไม่รัก แต่คนที่มันช็อก เข้าใจไหมคะ คนที่เพิ่งเสียลูก แล้วมีหลานโผล่มา ปฏิกิริยาตอบรับมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว ทีนี้คุณย่าเขาอาจไม่ได้เข้าสังคม สิ่งที่แสดงออกมา สังคมอาจโจมตีเขา คุณปู่ไม่ค่อยเท่าไร พี่จะออกมาขอโทษแทนลูก มาบอกว่าอย่ามาโจมตีคุณย่าเขาเลย เพราะว่าโจเขาก็รักของเขา ก็อย่าไปว่าแก เรื่องอื่นพี่ไม่ซีเรียส พี่ซีเรียสเรื่องของย่ามากกว่า เพราะว่าเขาโดนโจมตีอยู่คนเดียว ภาษาที่ใช้มันก็รุนแรงสำหรับคนแก่ เพราะเขามีบุญคุณกับโจค่ะ

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

ไอซ์ได้มีโอกาสได้เจอย่าแท้ ๆ ด้วย ?
           ไอซ์ :
ดีใจครับ เหมือนคุณย่าก็อยากเจอเราด้วย ได้มาเจอกันก็รู้สึกดีด้วยครับ ได้กราบคุณย่า แล้วก็พูดคุยเรื่องทั่วไปครับ แต่เหมือนคุณย่าก็รู้ว่าหน้าเหมือน พอเจอคุณย่ายิ้ม ตื่นเต้นมาก ที่จะได้เจอ

รู้สึกดีขึ้นไหม ถึงเราจะเสียคุณพ่อไป แต่เราก็ได้มาเจอครอบครัวของคุณพ่อ ?
          ไอซ์ :
รู้สึกดีครับ แล้วได้เจอเยอะมากด้วย ดีใจครับ แต่อยากให้เป็นโอกาสอื่นมากกว่า ไม่ใช่โอกาสนี้

อยากบอกอะไรกับพ่อไหม ?
          ไอซ์ :
พ่อเท่มากครับ ถ้าพูดในฐานะของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ก็ชื่นชมในฐานะของศิลปินครับ คือทำหน้าที่ที่ตัวเองชอบได้จนวินาทีสุดท้าย และอยากจะบอกว่า รักพ่อมากครับ ถึงแม้จะไม่มีความผูกพันกันในเรื่องของการเลี้ยงดู แต่ว่าในทางสายเลือดก็รักพ่อครับ

          น้ำ : ถ้าเรื่องการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว พี่ก็ฝากบอกว่า อย่าโจมตีพ่อของลูกแค่นั้นเอง ปล่อยให้เป็นเรื่องของพ่อกับลูกเขาดูแลกันเอง เราเป็นหน้าที่แม่ก็ดูแลกันไป เพราะไม่ควรจะไปปลูกฝังความเกลียดชังของพ่อให้กับลูก เพราะในสังคมทุกวันนี้เจอเยอะ แต่ถ้าเรื่องของโจ โจเขาทำหน้าที่ดีที่สุด เท่าที่เวลาเขามีอยู่ เขาไม่ได้บกพร่องตรงไหน เพราะพี่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำอยู่แล้ว

          ทั้งนี้สามารถติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00 น. ทางช่อง one 31 Facebook Page : คุยแซ่บShow และรับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

ลูกโจ บอยสเก๊าท์

ลูกโจ บอยสเก๊าท์



ภาพจาก เฟซบุ๊ก คุยแซ่บShow

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก  คุยแซ่บShow

ภรรยา-ลูกชาย โจ บอยสเก๊าท์ เปิดใจครั้งแรก หลังเจอดราม่าเกาะคนตายดัง !? โพสต์เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2560 เวลา 19:53:19 25,206 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ภรรยา-ลูกชาย โจ บอยสเก๊าท์ เปิดใจครั้งแรก หลังเจอดราม่าเกาะคนตายดัง !? ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP