พจน์ เชื่อ ชิมิ ไม่ทำภาษาวิบัติ วอนอย่าซีเรียส


พจน์ อานนท์
พจน์ อานนท์

หอแต๋วแตกแหกชิมิ
หอแต๋วแตกแหวกชิมิ - หอแต๋วแตกแหกชิมิ


พจน์ เชื่อ ชิมิ ไม่ทำภาษาวิบัติ วอนอย่าซีเรียส (ไอเอ็นเอ็น)


          "พจน์ อานนท์" เปิดใจแถลง กรณีถูก "แอนนี่ บรู๊ค" หรือ "ณชชญา ธนัตถ์ฐิตาภา" ฟ้อง ฐานหมิ่นประมาท โดยอ้าง "ฟิล์ม รัฐภูมิ" เป็นพ่อเด็ก ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอน มั่นใจหลักฐานที่ตน มีมากพอจะเอาผิดได้ แต่เสียดายที่ไม่สามารถนำออกมาให้ดูได้ เพราะตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของทางบริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ต้นสังกัดของหนุ่ม "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ส่งเรื่องฟ้องเรียบร้อยแล้ว

          ส่วนชื่อหนัง "หอแต๋วแตกแหวกชิมิ" ไม่ทำภาษาไทยวิบัติ ผู้กำกับคนดัง เผยถูกกองเซ็นเซอร์กาหัวมา 2 รอบ ทั้งเรื่องโปสเตอร์ที่ดูล่อแหลมจนเกินไป อีกทั้งชื่อหนังครั้งแรก "หอแต๋วแตกแหกชิมิ" ก็ได้ปรับเปลี่ยนทุกอย่างตามกฎแล้ว แต่วอนผู้ใหญ่อย่าเคร่งครัดกับศัพท์วัยรุ่นเกินไป

          พจน์ : เรื่อง ฟ้องร้องตอนนี้ มันยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะทนายสั่งห้ามพูด ทนายของเรา ทางอาร์เอสเป็นคนจัดการให้ เพราะเรื่องเข้าไปที่อาร์เอสแล้ว ตอนนี้หลักฐานที่เรามี และอาร์เอสมีอยู่ก็แน่นปึ้ก ก็เสียดายที่ไม่สามารถเอาออกมาให้ดูไม่ได้ พอดีว่ามันอยู่ในขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ถามว่าเราพร้อมที่จะสู้ไหม เราก็พร้อมที่จะสู้ และเราก็ยังยืนยันว่า เราไม่ได้หมิ่นประมาท เราให้ทนายความดูจากเทปที่พี่ไปออกรายการ เทปจากนักข่าวที่สัมภาษณ์ ไม่มีตรงไหนที่หมิ่นประมาทเลย จะมีแต่นักข่าวหนังสือพิมพ์ลงไปพาดหัวกันเนี่ย ตรงนั้นแหละ พี่จะโดน แต่เขาก็หานักข่าวให้ไปขึ้นศาลเป็นพยานอยู่

จะฟ้องกลับไหม

          พจน์ : ถ้า พี่เสียหาย พี่ก็ฟ้องกลับ ตอนนี้ทางอาร์เอสฟ้องไปแล้ว แต่ไม่เป็นข่าว ไม่ได้ฟ้องแอนนี่ คนเดียวนะ ฟ้อง 2 คน ไปสืบดูว่าฟ้องใครอีก ทางเราไม่อยากให้เป็นข่าว อยากให้จบได้แล้ว เพราะว่าเรายุ่งกับเรื่องชาวบ้านมานานแล้ว

ต้องไปขึ้นศาลเมื่อไร

          พจน์ : ยัง ไม่ได้รับหมาย แต่ถ้าได้หมายก็ต้องไป ต้องไปพูดให้ศาลท่านฟังว่า เราไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทอะไร แต่เรื่องนี้ทางอาร์เอสจะเป็นคนดูแลให้

อยากฝากบอกอะไรกับคนที่ฟ้องเราไหม

          พจน์ : ไม่เป็นไร ก็ฟ้องมา เราก็ไปยืนยันความจริง เจตนาเราไม่หมิ่นประมาทเขา เราแค่พูดให้ฟังว่ามันอย่างนี้ ๆ เพราะทนายก็ไปเปิดเทปดูหมดแล้ว

มั่นใจในหลักฐานเราไหม

          พจน์ : มั่นใจ แล้วหลักฐานเราแน่นมาก ก็ดีจะได้ไปเปิดเผยหลักฐานกันในศาล

ถือว่าเป็นโอกาสดีหรือไม่ที่ถูกฟ้อง

          พจน์ : ก็ เป็นโอกาสดีนะ เพราะพี่จะได้พูดความจริง พี่ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทเขา และก็ไม่ได้หมิ่นประมาทเขา ก็สู้กันด้วยหลักฐานในศาล ก็ฝากนักข่าวนิดนึง พาดหัวกันเบาๆ หน่อย พี่จะโดนหนัก ก็ตรงพาดหัวนี่แหละ จะแพ้ชนะก็ไม่เป็นไร เพราะเราถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

จะไปร่วมงานบวชฟิล์มไหม

          พจน์ : ไป ครับ วันที่ 25 พ.ย. จริงๆ แล้ว ฟิล์มมอบหมายให้พี่พูดแทนฟิล์ม ตั้งแต่วันที่ 18 เดือนไหน จำไม่ได้แล้ว มีหลักฐานหมด จริงๆ เขามอบให้เราฟ้อง แต่เราไม่ฟ้อง เพราะเห็นว่าน้องเขามีเด็ก ถ้าเขาฟ้อง เราก็ให้อาร์เอสฟ้องหมิ่นประมาท

ฟิล์มขอโทษหรือแสดงความเสียใจไหม ที่ทำให้พี่พจน์ถูกฟ้อง

          พจน์ : ฟิล์มโทรคุยกับพี่ตลอด กลับมาจากเกาหลี ก็คุยกันตลอด น้องก็ขอขมาไปแล้วครับ

เรื่องหนังที่ใช้ คำว่า ชิมิ จะทำให้ภาษาไทยเพี้ยน วิบัติ

          พจน์ : เรา ก็ทำตามขั้นตอนของการเซ็นเซอร์หนัง ทีแรกเราส่งไป "หอแต๋วแตกแหกชิมิ" แต่ก็ไม่ผ่าน ก็เลยส่งโปสเตอร์ไปให้ดู แต่ไม่ผ่านเซ็นเซอร์เพราะผู้ชายโป๊ เดี๋ยวไม่ดี ทำให้เด็กใจแตก เราก็เลยเปลี่ยน เพราะเรารู้สึกว่าประเทศเรา ผู้ชายไทยใส่กางเกงว่ายน้ำ แก้ผ้าไม่ได้ จะทำให้เยาวชนใจแตก แต่ผู้หญิงทำได้ เราก็ต้องเปลี่ยนโดยทำซีจี โดยให้แทคใส่กางเกงขายาว ก็ผ่าน

          พจน์ : ส่วน ชื่อเรื่อง เมื่อไม่ผ่านเราก็มานั่งคิดว่าเราจะเอาอะไร เพราะ "หอแต๋วแตกแหกชิมิ" มาจาก "หอแต๋วแตกแหกกระเจิง" ภาคแรก" "เราก็เซ็นเซอร์ตามขั้นตอนของกฎหมายไทยเลยคือเซ็นเซอร์โปสเตอร์ก่อนแล้วค่อย มาชื่อหนัง พอโปสเตอร์ไม่ผ่านมาแล้วก็เปลี่ยนให้แทคใส่กางเกงขายาว ส่วนชื่อหนังเราก็เปลี่ยนจากแหก กลายเป็นแหวกเพราะภาคที่แล้วมัน "หอแต๋วแตกแหกกระเจิง" มันจะเป็น "หอแต๋วแตกแหกกระเจิงชิมิ" มันก็ไม่ได้ มันต้อง "หอแต๋วแตกแหกชิมิ" ตอนที่ไปเซ็นเซอร์ ไม่ผ่าน คือ คำว่า "แหก" เพราะเขากลัวว่ามันจะเพี้ยน

          พจน์ : แต่ คำว่า "ชิมิ" เราเอามาจากเพลง เพลงนี้มีมาเป็นปีแล้ว "ชิมิ" ก็คือ "ใช่ไหม" มันเป็นภาษาศัพท์ที่วัยรุ่นนิยมพูดกัน คือ กลุ่มวัยรุ่น เราก็ไม่น่าจะไปซีเรียสอะไรกับเขามากนัก ศัพท์แบบนี้ มาแปปเดียว เดี๋ยวมันก็ไป พอดีว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังตลกคลายเครียด ช่วงนี้น้ำท่วม เราก็อยากให้คนอ่านชื่อหนังเรา แล้วอมยิ้มไป ก็เป็น "หอแต๋วแตกแหวกชิมิ"

          พจน์ : ท่าน ไตรรงค์ ก็เล็งเห็นว่า ไม่อยากให้ภาษาไทยวิบัติ เราก็เคารพในความคิดของท่าน แต่มันอยู่ที่เจตนาของเรา เจตนาของเรา คือ เพื่อความบันเทิง ก็ให้ผู้อ่านอมยิ้ม และให้หนังเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คือ วัยรุ่นและเพศที่สาม เพราะเวลาเพศที่สามพูด "หอแต๋วแตกแหกใช่ไหม" มันก็จะเพี้ยนออกมาเป็น "แหกชิมิ" แต่มันก็เป็นภาษาเฉพาะกลุ่ม มันไม่ใช่ภาษาราชการ พี่คิดว่า มันคงไม่ทำให้ภาษาไทยวิบัติไป ถ้าเราจะพูดจริงๆ เพลง "ชิมิ" มันมีมาตั้งนานแล้ว และเพลงอย่างนี้ พี่ไม่รู้ว่ามันผ่านมาได้ยังไง "เห็นหมีหนูไหม เห็นหมีหนูไหม" มันก็เหม็นไปทั้งประเทศ ตรงนี้มันน่าจะแก้ไข เดี๋ยวหนังเรื่องหน้าพี่จะทำหนัง "เห็นหมีหนูไหม" แต่คำว่า "ชิมิ" เป็นศัพท์ธรรมดา แต่ตอนนี้เราเซ็นเซอร์ผ่านไปแล้ว "หอแต๋วแตกแหวกชิมิ"

          พจน์ : ผม ว่าคำว่า "ชิมิ" มันเป็นศัพท์วัยรุ่น ท่านผู้ใหญ่ก็ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานบ้าง อย่าเครียดมาก ไม่ใช่บังคับทุกอย่าง เพราะตอนนี้ปัญหาน้ำท่วม เราไปตรงนู้นดีกว่า ให้วัยรุ่นใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่นบ้าง และคิดว่าผู้ใหญ่อายุ 50-80 ปี คงไม่มาพูด "วันนี้ไปตลาดมาชิมิ" เขาคงไม่พูดอยู่แล้ว เพราะมันเป็นศัพท์เฉพาะกลุ่มวัยรุ่น







พจน์ เชื่อ ชิมิ ไม่ทำภาษาวิบัติ วอนอย่าซีเรียส โพสต์เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08:22:43 176 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: พจน์ เชื่อ ชิมิ ไม่ทำภาษาวิบัติ วอนอย่าซีเรียส ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP