โอ๊ต ปราโมทย์ ตกใจดราม่าพูดหยาบคายใส่ BNK48 ยันไม่ได้พูดหรือคุกคามน้อง ๆ เผยอีกฝ่ายมีให้กำลังใจ ลั่นเคารพกฎทุกอย่าง เข้าใจคนอยากด่าเพราะมีดราม่าต่อเนื่อง
จากกรณีที่ สาว ๆ วง BNK48 ไปร่วมรายการ The Driver ที่มีนักร้องหนุ่ม โอ๊ต ปราโมทย์ เป็นพิธีกร ซึ่งในรายการ หนุ่มโอ๊ต ได้มีการพูดคำหยาบคายต่อหน้าศิลปินกลุ่ม BNK48 จนทำให้เหล่าโอตะไม่พอใจ เข้าไปกระหน่ำคอมเมนต์ต่อว่าในหลายโซเชียลจนกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อน ๆ แม้จะมีคนออกมาชี้แจงว่า หนุ่มโอ๊ต ไม่ได้พูดกับสาว ๆ แต่เป็นเพียงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้ หนุ่มพิชญ์ กาไชย พิธีกรร่วม ฟังเท่านั้น แต่ก็ยังคงมีการตอบโต้กันไปมาไม่หยุด
ล่าสุด (20 กุมภาพันธ์ 2561) หนุ่มโอ๊ต ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า หากใครได้ดูคลิป จะรู้ว่าเราไม่ได้ไปพูดถึงน้องเขา ซึ่งก่อนถ่ายทำก็ได้มีคุยกับน้อง ๆ และทีมงานแล้วว่ารูปแบบรายการเป็นแบบนี้ ซึ่งเราก็ได้รับรู้ว่ามีกฎข้อห้ามที่ห้ามทำกับน้องอย่างการโดนตัว ห้ามถ่ายภาพ เราก็เคารพกฎ เพราะถ่ายทำรายการเสร็จลงมาจากรถก็คุยกันแฮปปี้ จนกระทั่งรายการออกอากาศ ก็ยังคุยกันอยู่เลยว่าอะไรกันสนุกดี ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมา ส่วนตัวก็ตกใจที่เป็นประเด็นขึ้นมา จากที่เราดู เราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้ไปคุกคามน้อง หรือไปพูดจาไม่ดีใส่น้อง ซึ่งหากดูรายการดี ๆ จะเห็นว่าตนพูดเพราะกับน้องทุกคำ เพราะว่าเราเองก็เป็นแฟนคลับน้อง เวลาที่เราไปเล่นคอนเสิร์ต เราก็พยายามเล่นเพลงของน้องเขาตลอดเพราะเราชื่นชอบน้อง ชื่นชอบฟังเพลงและตัวของน้อง ซึ่งถ้าคนติดตามตนจะรู้ดี
โดย หนุ่มโอ๊ต เผยต่อว่า หลังจากมีดราม่าก็ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้กับน้อง ๆ แล้ว น้อง ๆ ก็มาให้กำลังใจ บอกว่าพวกหนูเข้าใจว่ามันไม่ได้มีอะไร ถามว่าเกร็งไหมในการร่วมงานกับน้อง ไม่เลยก็ปกติ เหมือนคนทำงานในวงการบันเทิงด้วยกัน แต่แค่เรารู้ข้อจำกัดของน้องเขาว่าเป็นยังไง ส่วนที่คนตีความผิดไป ตนมองว่ามันมาจากเรื่องอื่นด้วย ตอนนี้มันเป็นการด่ากันเพื่อความหมั่นไส้แล้ว เพราะความอยากด่าเรา ตนเลยทวีตข้อความไปอันล่าสุดว่า วันที่เรารู้จักกันวันแรกเราก็เป็นแบบนี้รายการก็เป็นแบบนี้เราไม่ได้เปลี่ยนเลย เราก็ยังต่ำตมเหมือนเดิม ทำไมถึงจำวันแรกที่เราเจอกันไม่ได้ว่าเราถูกใจถูกคอกันเพราะอะไร ส่วนเรื่องกำลังใจก็มีเยอะมาก ตอนนี้สิ่งที่ตนเป็นห่วงที่สุดคือกระแสมันตีกลับไปว่าน้อง ไปว่าบริษัท ตนก็เลยบอกทุกคนรอบตัวว่า ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เรายังเป็นแฟนคลับน้องเหมือนเดิม ชื่นชอบน้องเขาเหมือนเดิม
ถามว่ามันบวกกับกระแสรายการ คนหน้าหมี ที่มีดราม่ามาก่อนหน้านี้ด้วยไหม ก็คิดว่าใช่ ตนคิดว่ามันเป็นช่วงที่น้ำกำลังเชี่ยว ส่วนเรื่องจะทำให้เราระมัดระวังในการใช้คำพูดมากขึ้นไหม เพราะมีคนแสดงความคิดเห็นว่าเราจาบจ้วงผู้หญิง ส่วนตัวมองว่า สังคมของเรา ใช้คำว่าคุกคามทางเพศโดยที่เรายังไม่รู้ว่าความหมายจริง ๆ มันคืออะไร เส้นแบ่งของคำว่าคุกคามทางเพศ มันไม่เหมือนกัน เราเองเราพยายามไม่แตะเนื้อต้องตัวน้องเลย ก่อนเข้ารายการก็คุยกันก่อน กระทั่งถ่ายทำรายการเสร็จแล้วก็คุยกัน น้องเองยังไลน์หาเราเลย เขาถามเราว่าเป็นยังไงบ้างโอเคไหม ตัวน้องก็โอเคเขาก็อยากช่วยถ้าเห็นว่าเราไม่สบายใจ แต่เราก็บอกว่าให้น้องอยู่นิ่ง ๆ ดีกว่าเพราะว่าถ้าน้องออกมาเดี๋ยวเราก็โดนด่าอีก แล้วถ้าอะไรที่จะอธิบายได้ว่าอะไรคือคุกคามทางเพศตนก็อยากจะอธิบาย ตอนนี้เราต้องทำความเข้าใจให้มันถ่องแท้ก่อนว่า การคุกคามทางเพศมันแค่ไหนและมันได้ขนาดไหน
ทั้งนี้ เจ้าตัวยังได้เผยถึงเรื่องที่โพสต์ในทวิตเตอร์ว่า อยากจะหยุดทุกอย่าง ว่าเป็นเพราะว่าเราคุยกับ พลอย หอวัง ว่าอยากเลิก เราสนุกกับการทำงาน แต่ตนก็คิดว่าไม่ควรมีใครบนโลกใบนี้ที่สมควรจะถูกชี้หน้าด่าหรอก ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ทำความผิดอะไรที่มันร้ายแรง ถ้าตนขึ้นรถแล้วปาถุงขยะใส่น้อง ๆ อันนั้นค่อยมาด่ากัน หรือว่าเราพูดจาไม่ดีใส่น้องเขาก็อีกเรื่อง แต่อันนี้ดูได้เลยว่าตนเบามาก ตนพยายามเลี่ยงพยายามคุยกับน้องด้วยถ้อยคำที่ดี เราก็เสียใจ ส่วนตอนนี้ดีขึ้น เพราะว่าเราได้พูดคุยกับน้อง ทีมงานของน้องก็มาให้กำลังใจเรา เราก็บอกเขาไปว่าไม่เป็นไร คนอย่างตนโดนด่ามาทั้งชีวิตอยู่แล้วสบายมาก สบายใจได้เลย ส่วนที่มีคนเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณแม่ เราอธิบายให้แม่ฟัง แม่ก็เข้าใจ เพราะแม่เองก็เห็นรายการแม่ก็เห็นว่าในบริบทในการคุยกันไม่ได้เป็นการว่าใส่น้อง แต่ตนพูดกับคนอื่นแค่นั้นเอง แต่มันอยู่ในรถคันเดียวกันซึ่งโอเค ใช้คำพูดไม่เหมาะสม มันเป็นเรื่องที่คนจะต้องด่าแล้วก็ยอมรับ
.jpg)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก






