นาย ณภัทร ไม่กังวลหลังคู่กรณีแจ้งความหมิ่นประมาท หมู พิมพ์ผกา บอกให้เป็นเรื่องของกฎหมาย เชื่อมีหลักฐานสู้ ยังยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิด ชี้ทำทุกอย่างบนความถูกต้อง-ความจริงต้องปรากฏ
กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อจู่ ๆ หมู พิมพ์ผกา
ได้ออกมาแฉเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่นำภาพของลูกชาย นาย ณภัทร
ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ไปดัดแปลงแอบอ้างใช้ในการโปรโมต
ถึงแม้จะออกมาโพสต์เตือนแล้วหลายครั้ง แต่ทางเว็บไซต์ก็ยังใช้ภาพของนายอยู่
ซึ่งต่อมาทางเว็บขายของคู่กรณีจ่อฟ้อง หมู พิมพ์ผกา - นาย ณภัทร
โดยบอกว่ามีการเซ็นสัญญาจ้างจริง แต่ได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งต่อมา หมู
พิมพ์ผกา ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายความ
โต้กลับคู่กรณียันมีหลักฐานครบนั้น
ล่าสุด (29 มิถุนายน 2561) นาย ณภัทร ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าว ในงานประกาศรางวัล "สยามดารา สตาร์ อวอร์ด 2018" หลังมีข่าวว่าคู่กรณีได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแล้วที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยนาย ณภัทร เผยว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่ยืนยันว่าทางฝั่งของตนมีหลักฐานและทำทุกอย่างบนความถูกต้อง และจะให้ทนายเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด
นาย ณภัทร : มีให้แจ้งด้วยหรอครับ (หัวเราะ) ผมว่าเมื่อวานแม่ผมเคลียร์ทุกประเด็นเรียบร้อยแล้วนะ
หลังแถลงข่าวไปเมื่อวานทางโน้นมีติดต่อกลับมาไหม ?
นาย ณภัทร : ผมไม่แน่ใจครับ ถ้ามีก็คงติดต่อมาทางทนาย
เขาระบุว่าเงินห้าแสน เขาบอกว่ามันไม่มีค่านายหน้า แต่ทางเราก็มีหลักฐานชัดเจนใช่ไหม ?
นาย ณภัทร : อย่างที่ผมบอกครับ ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง แล้วเราก็มีหลักฐานทุกอย่างครับ
เรามั่นใจในหลักฐานไหมว่าครบทุกด้าน ?
นาย ณภัทร : เราไม่มีอะไรต้องกังวลเลยนะ ผมกับคุณแม่เป็นคนของประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรายึดหลักมาเสมอ ก็คือความซื่อสัตย์สุจริตกับทุกคน เราทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง แล้วอีกอย่างเราก็แถลงอย่างถูกต้องจริง ๆ ครับ
ถ้าเป็นคดีความเราก็พร้อมจะสู้อย่างเต็มที่ใช่ไหม ?
นาย ณภัทร : พร้อมแน่ครับ เพราะผู้จัดการผมก็น่าจะอยากไปเลย (หัวเราะ) ก็อย่างที่บอกครับ เราทำทุกอย่างถูกต้อง เราพูดทุกอย่างด้วยความจริงใจของเรา ต่อให้พูดหนึ่งพันรอบ ล้านรอบ ก็พูดออกมาเหมือนเดิมครับ
พอเรื่องนี้ถึงตำรวจ มันจะใหญ่โต เราเครียดไหม ?
นาย ณภัทร : ให้เป็นเรื่องของทนาย และผู้จัดการและฝ่ายโน้นครับ
เราอยากไกล่เกลี่ยไหม นอกรอบ ?
นาย ณภัทร : ผมเชื่อว่าทุกคนไม่ต้องการมีเรื่องหรอก มันเครียด เสียเวลาทำงานเปล่า ๆ แต่อย่างหนึ่ง ถ้าคนไทยเราทำอะไรผิด ยอมรับผิด ขอโทษ เรื่องก็จบแล้วแค่นั้น
ตอนนี้อีกฝ่ายได้แจ้งความ ทางเราจะรับมืออย่างไรบ้าง ?
นาย ณภัทร : ต้องรอดูทางทนายและผู้จัดการของผมครับ
รู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไหม จะมีวิธีการตรวจสอบรับงานมากขึ้นไหม ?
นาย ณภัทร : เอาจริง ๆ เท่าที่เห็นคุณแม่ทำงานเป็นผู้จัดการ ก็เสียใจอย่างหนึ่งแหละ เราก็ทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง แต่กลับมาโดนอย่างนี้ แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างคือบทเรียน เราก็ทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่ได้กังวลอะไรครับ
เราแถลงข่าวไปแล้วว่าเราต้องการคำขอโทษ แต่ว่าสิ่งที่เขาตอบกลับมาคือเขาฟ้องเรากลับ ?
นาย ณภัทร : ก็เดี๋ยวให้ความจริงครับ ผมว่าความจริงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ
พอมีข่าวออกมากระทบงานอื่นไหม ?
นาย ณภัทร : ไม่นะครับ เราทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม ส่วนผมรับหน้าที่นักแสดงอย่างเดียว เรื่องทุกอย่าง ผมให้เป็นเรื่องของทนายและผู้จัดการครับ เพราะฉะนั้นผมก็ตั้งใจทำเต็มที่เหมือนเดิมครับ
เครียดไหม ?
นาย ณภัทร : ตัวผมไม่เครียด แต่แน่นอนว่าเวลามีเรื่องแบบนี้ ก็เหนื่อยเหมือนกันทุกฝ่าย เอาจริง ๆ เราก็เห็นใจครับ เห็นคุณแม่ทำงานเพื่อเรามาตลอด ก็ต้องดูแลเขาเป็นพิเศษครับ
เราเป็นคนที่อยู่หน้าฉาก อาจจะต้องรับแรงกดดัน รับผลกระทบโดยตรง เรารู้สึกอย่างไร ?
นาย ณภัทร : ผมไม่กดดัน เราทำทุกอย่างบนความถูกต้อง แล้วเรามีหลักฐานครบ ทุกอย่างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายดีกว่าครับ
ยืนยันว่าจะสู้ด้วยหลักฐานที่มีในมือ ?
นาย ณภัทร : ปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายและผู้จัดการครับ แต่เรื่องการทำงานผมก็ทำเต็มที่ของผมต่อไปเหมือนเดิมครับ
ส่วนตัวเราอยากให้เรื่องจบอย่างไร ?
นาย ณภัทร : ก็อย่างที่บอกครับ ทำผิด ยอมรับผิด และแค่ขอโทษ แค่นั้น เราคนไทยผมเชื่อว่าเรามีน้ำใจให้กัน เรามีการให้อภัยให้กันได้ แต่บางครั้งไม่เห็นคุณค่าของมัน ก็เดี๋ยวรอความจริงทุกอย่างจะพิสูจน์เองครับ
ถือเป็นบททดสอบไหม เพิ่งเข้ามาในวงการ ?
นาย
ณภัทร : ก็ถือเป็นประสบการณ์อันหนึ่งแล้วกัน และผมยึดศีล 5 ข้อมาตลอด
คุณแม่ผมจะให้เกราะป้องกันตัวผมไว้สองอย่างตั้งแต่เกิด คือ รอยยิ้ม กับ
คำขอโทษ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราทำอยู่ในระบบนี้ มันก็สร้างศัตรูน้อยลง
และทำทุกอย่างผิดพลาดน้อยลง แต่อย่างที่บอกครับ
ความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ (ยิ้ม)






