x close

เม จีระนันท์ เล่านาทีเป็นนาทีตาย ศัลยกรรมหน้าอกที่เกาหลี รับเรียก 60 ล้าน

          เม จีระนันท์ บอกเล่าเรื่องราวศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต เผยทรมานแสนสาหัส ร่างร้อนระอุ นมเหมือนจะแตก หนองทะลัก พบติดเชื้อชนิดรุนแรง-ดื้อยา กว่าจะรู้ความจริง โอกาสรอดเหลือแค่ 10%
เมย์ จีระนันท์

          ทำเอาโลกโซเชียลช็อก เมื่ออดีตนักร้องอาร์เอส "เม จีระนันท์ กิจประสาน" เจ้าของเพลงฮิตในอดีต เพลง คนเดียวไม่เหงาเท่า 3 คน ออกมาโพสต์คลิปและข้อความว่า ตัวเองเกือบสิ้นชื่อจากการทำศัลยกรรมหน้าอกที่เกาหลีผ่านเอเจนซี่ไทยคนหนึ่ง ต่อมาติดเชื้อในกระแสเลือด มีอาการปางตาย โอกาสรอดแค่ 10 เปอร์เซ็นต์

          ล่าสุด (16 กรกฎาคม) รายการโหนกระแส ทางช่อง 28 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดใจสัมภาษณ์ เม จีระนันท์ ที่มาพร้อมคุณแม่ และทนายวันชัย โดยเปิดใจหมดเปลือก...
 
อะไรทำให้อยู่ดี ๆ ตัดสินใจไปทำหน้าอก ?

          เม : ตอนนี้เมขายเสื้อผ้าและเป็นนางแบบรีวิวด้วยตัวเอง อายุเม 34 แล้ว แต่รูปร่างเหมือนเด็ก กลุ่มลูกค้าก็อายุเท่าเม มีปัญหาเวลาใส่เสื้อผ้าดูเหมือนเด็กทุกอย่างเลย เลยอยากไปเสริม ขนาดที่เมเสริมแค่ 230 - 250 พอให้เป็นธรรมชาติที่สุด

ทำไมตัดสินใจทำที่เกาหลี ?

          เม : เมอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เมอยากเลือกโรงพยาบาลที่ทำออกมาแล้วสวยที่สุด ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด เอเจนท์ที่ดูแลดีที่สุด ตอนนั้นที่รีวิวทุกคนบอกว่าต้องที่เกาหลีเท่านั้น

รู้จักเอเจนท์นี้ได้ยังไง ?

          เม : รู้จักจากเฟซบุ๊กเพจของเอเจนท์คนนี้ พอเข้าไปดูเราเห็นมีรีวิว ดารา เซเลบ ไฮโซ เน็ตไอดอล คนธรรมดา ที่ทำแล้วเปลี่ยนไป ในยูทูบก็มีรีวิว ซึ่งค่าตั๋วเครื่องบินเมออกเอง เขาให้จำนวนวันจำไม่ได้ แต่อยู่ก่อนเข้าผ่าตัด 2 วัน ซึ่งเมจ่ายเองไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน 8 แสนกว่าบาท แต่เมไม่ได้ทำอย่างเดียว มีทำตา หน้าอก

พอไปถึงที่โรงพยาบาล ทำไมเลือกคุณหมอท่านนี้ทำ ?

          เม : เมไม่ได้เลือก ทางเอเจนท์เป็นคนเลือกให้ เมขอให้เป็นคุณหมอมือหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ อาจเป็นความเข้าใจผิด เพราะตอนที่เมไปปรึกษาเขาครั้งแรก เป็นเอเจนท์เดียวที่เมปรึกษา เป็นโรงพยาบาลเดียวที่เมเข้าไปปรึกษากับคุณหมอและมีการวางเงินมัดจำทันทีในวันนั้นเลย เมกลับเมืองไทยมาก็มีกำหนดวันผ่าแล้ว เมกลับมาคุยกับคุณหมอรักษาผิวพรรณ เล่าให้เขาฟังว่าเมจะไปทำศัลยกรรมนะ ช่วยดูเรื่องยาสิว ต้องดูเรื่องยาที่เขาห้าม พอคุยกันไป คุณหมอท่านนี้ก็เคยทำที่นี่ เขาบอกว่าผลออกมาเขาไม่พอใจ ของเขาไม่ดีนะ แต่เราอ้าว วางมัดจำไปแล้ว เขาทำตาแล้วออกมาเหมือนไม่ได้ทำ เขาบอกว่าเน็ตไอดอลคนนึงที่ดังมากไปทำที่นี่และมีรีวิว เมไปดูรีวิวก็ไม่เห็น เน็ตไอดอลคนนี้เป็นเพื่อนเม เมก็วิดีโอคอลเขาก็เปิดหน้าอกให้ดูเลย เพื่อนเมมีปัญหาทำหน้าอกที่เมืองไทยแล้วไปแก้ที่นั่น แล้วเขาก็บอกว่าเขาโอเค เขาก็แฮปปี้ดี แต่จำหมอที่ทำให้ไม่ได้ เขาบอกว่าใส่แว่นหน้าตาหล่อ ๆ พอกลับไปเกาหลี ได้รับแจ้งจากเอเจนท์ว่าเป็นคุณหมอท่านนี้ ก็เช็กไปทางเพื่อนคนนี้ เขาก็บอกว่าเป็นคนเดียวกัน เขาก็บอกว่าโอเคนะ เพราะนมเขามีปัญหาเยอะมาก เขาก็แก้ให้ได้

เมย์ จีระนันท์

มีการตกลงกันก่อน อยากทำใต้รักแร้ แต่คุณหมออยากให้ทำใต้ราวนม ?

          เม : ในวันคอนเซาท์ครั้งแรกที่มีการวางเงินมัดจำ คุณหมอพยายามโน้มน้าว ซึ่งไม่ใช่คนผ่านะคะ เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เมก็งงทำไมเราต้องคอนเซาท์กับคนที่ไม่ใช่คนทำให้เรา ดูเขาหงุดหงิด แต่ให้เหตุผลว่าการผ่าตัดใต้ราวนม เขาไม่อยากให้เราเสียเลือดเนื้อ ค่าใช้จ่ายประหยัดกว่า แต่เมมีความเชื่ออย่างหนึ่ง เพราะเพื่อนเคยไปทำมาแล้วมันมีคีรอยอยู่ใต้ราวนม เป็นแผลสีดำยาวมาก แล้วมันเป็นการทำศัลยกรรมครั้งแรกของเม เมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเป็นคีรอยหรือเปล่า เลยเลือกทำที่รักแร้ ถ้ามีแผลก็ให้มันอยู่ตรงนั้น สรุปทางเอเจนท์บอกว่าอย่าไปตามใจหมอ เมก็เอะใจว่ามีอะไรทำไม่ได้หรือเปล่า ผิดปกติหรือเปล่า เขาบอกว่าเขาทำให้ได้หมด แม้กระทั่งตานมเขาก็ทำให้ได้ คุณแม่ก็ไปด้วยตลอด

คุณหมอยืนยันจะทำใต้รักแร้ตามที่ต้องการ ?

          เม : ต้องเพิ่มเงินอีกประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ระยะพักฟื้น 3 เดือน แต่ไม่สามารถยกของหนักได้
 
ทุกอย่างที่เล่ามาก็ดูโอเค เกิดเรื่องตรงไหน ?

          เม : จริง ๆ สายระบายเลือดต้องมีอยู่ประมาณ 7 วันแล้วบอกเรา แต่พอครบกำหนด 7 วัน เขาบอกว่ายังไม่ถอดสายระบายเลือดให้ ให้เมหิ้วถุงเลือดกลับไทยด้วย เขาก็ให้คุณแม่เป็นคนเทเลือดด้วยตัวเองทุกวัน

เมย์ จีระนันท์

ผ่าปุ๊บอยู่ที่นั่นกี่วัน ?

          เม : 2 วัน แล้วขออยู่เพิ่มอีกวันเพราะเจ็บมาก วันที่ 4, 5, 6 พักอยู่โรงแรมข้าง ๆ ที่เขาเซอร์วิสให้ พอวันที่ 7 ต้องถอด แต่ถอดไม่ได้ เราก็ถามเพราะเลือดออกมากผิดปกติทุกวัน แต่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไร เขาบอกว่าจะมาถอดสายระบายเลือดให้ด้วยตัวเองที่คลินิกซึ่งเป็นสาขาโรงพยาบาลเขาในเมืองไทย เมเลยเบาใจ ถ้านับจากเมถือสายนี้ก็ 2 สัปดาห์ เราไม่เคยรู้เลยว่านี่คือสิ่งผิดปกติ คุณแม่ยังจดเอาไว้ว่าเลือดออกเท่าไหร่ทุกวัน ต้องเทออกทุก 5 โมงเย็น

มารู้สึกไม่ปกติตอนไหน ?

          เม : เราเจ็บแสบในหน้าอก คล้าย ๆ มีน้ำกรดไหลซ่านไปทั่ว เราก็ถามว่าทำไมเราเจ็บมากเลย คุณหมอบอกว่าเป็นอาการปกติของคนทำศัลยกรรมหน้าอก พอกลับเมืองไทยถอดสายระบายเลือดซึ่งคุณหมอเป็นคนถอดให้ด้วยตัวเองที่คลินิกที่เมืองไทย ก็ทรุดเลยหลังจากนั้น เหมือนยาที่ได้ทานจากเกาหลีหมด ครบโดสพอดีด้วย

ตอนปวดแสบปวดร้อน เขาส่งกลับมาเมืองไทยเลย ?

          เม : ค่ะ เขาบอกว่าหลังจากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมได้รับยาฉีดเข้าเส้นเลือด ทานด้วย มันก็ทุเลาลง ไม่ได้เจ็บแสบมากเหมือนตอนถอดสายระบายเลือด พอถอดแล้วทรุดหนักเลยค่ะ

ถามไหม ทำไมส่งกลับ ?

          เม : ถามว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เขาก็ถามว่าเรามีแพลนอยู่หรือกลับเลย เขาบอกว่าเรากลับได้เราก็กลับ ถ้ารู้ว่าผิดปกติอะไรเมไม่มีวันกลับอยู่แล้ว ต้องอยู่ให้เขารักษาก่อน

เครื่องบินให้ขึ้นด้วยเหรอ ?

          เม : เขาออกใบรับรองแพทย์ให้ไปยื่นกับสายการบินและ ตม. ค่ะ เมขอรถเข็นทั้งที่สนามบินไทยและเกาหลี ขึ้นเครื่องถุงนี้ก็โป่งตามความดัน เหมือนจะแตก เราก็ตกใจ เมเดินไม่ได้เลย ต้องใช้รถเข็น แต่สายการบินก็ให้ขึ้นมา

เมย์ จีระนันท์

อาการแย่ตั้งแต่อยู่เกาหลี ?

          เม : ใช่ เมเดินไม่ได้ ทางเอเจนท์บอกว่าหลังวันที่ 3, 4, 5 ตัวเขาหรือลูกค้าไปเดินช้อปปิ้งแล้ว แต่อันนี้ไม่ใช่เม เดินไปไหนไม่ได้

พอลงเครื่องที่เมืองไทย เกิดอะไรขึ้น ?

          เม : เขาให้ไปถอดถุงระบายเลือด พอถอดแล้วทรุดเลย มีไข้สูงทุกวัน อาการปวดแสบปวดร้อนใต้ราวนมหนักมาก เมต้องนอนเป็นผักบนเตียง คุณแม่แตะแขนไม่ได้ เพราะเมสะดุ้ง มันไหลซ่านไปทั่ว จะลุกไปห้องน้ำก็ต้องอั้นจนกว่าจะไม่ไหวจริง ๆ คุณแม่ต้องมาประคอง ค่อย ๆ เดินไป เป็นช่วงเจ็บสาหัสมาก มันเหมือนเนื้อจะฉีกข้างใน

หลังจากนั้นทำยังไง ?

          เม : คุณแม่รายงานทุกวัน ส่งไปทางเอเจนท์ เขาให้มาฉีดยาที่คลินิกของเขาที่ย่านทองหล่อทุกวัน ประมาณ 4-18 เมเข้า ๆ ออก ๆ พอได้ยาก็ดีขึ้น แต่พอกลับบ้านตกดึกก็ปวด ไข้ขึ้นสูงอีก

ทราบได้ไงว่าเราติดเชื้อในกระแสเลือด ?

          เม : วันที่ 4-18 ประมาณ 13 มีคำสั่งจากคุณหมอท่านนี้ให้เมไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โรงพยาบาลไหนก็ได้ สั่งผ่านคลินิกนี้ ให้ตรวจค่า CBC และค่าความสมบูรณ์ของตับ ซึ่งทางโรงพยาบาลก็เรียกเข้าพบเลย เพราะผลมันผิดปกติ ตับอักเสบ เม็ดเลือดขาวในเลือดสูงมาก พอรู้ว่ามีการทำหน้าอกมา เขาก็บอกเลยว่าน่าจะมีการติดเชื้อจากการทำศัลยกรรม ให้รีบกลับไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุด แต่คุณหมอและทางคลินิกนั้นเขาบอกว่าไม่ได้ติดเชื้อ ค่าเม็ดเลือดขาวที่สูงมากไม่ได้สูงเกินปกติของคนทำศัลยกรรม ต้องสูงประมาณนี้อยู่แล้ว

เมย์ จีระนันท์

แล้วรู้ได้ไงว่าเรากำลังจะตาย ?

          เม : หลังจากเมเชื่อเขาอีกครั้งนึงเรื่องตับอักเสบเขาก็เปลี่ยนยาให้ และฉีดยาให้เมทุกวัน เราก็เชื่อมั่นในตัวคุณหมอ เขาบอกว่าของเมไม่ได้สูงมาก ไปฉีดยาอีกก็มีความหวังทุกวันว่าจะหาย แต่อาการไม่ดีขึ้น จนวันที่ 17 อาการเมหนักมาก ไข้ขึ้นสูงถึง 40 กว่าเลย ตัวเมเปียกไปด้วยน้ำ เหมือนใครเอาน้ำมาราดทั้งตัวเลย นมเหมือนจะแตก ข้างในร้อนระอุมาก ก็รีบรายงานไปที่เอเจนท์ให้ไปรายงานคุณหมอ ทีนี้รุ่งเช้าหนองทะลักออกมาทั้งสองข้างที่รักแร้ ออกมาเป็นน้ำพุเลย น้ำไหลเปียกเต็มหมอน เมสภาพคล้ายศพ ผอม ดำ เป็นซี่โครง เขาก็ให้รีบกลับไปคลินิก คุณหมอที่คลินิกสาขาเขาก็บีบหนองออกให้ ระหว่างนั้นคุณแม่ก็ติดต่อเอเจนท์และคุณหมอท่านนี้ เขาก็ให้เมไปที่เกาหลีคืนนั้น ให้กลับไปรักษา เราก็จะไปคืนนั้นเลย ซื้อตั๋วเครื่องบินเลย ตอนนั้นเมไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ วิ่งวุ่นกันไปหมด เมก็ไม่มีแรงจะพูด จนคุณหมออีกท่านนึงซึ่งเป็นหมอศัลยกรรมคลินิกนั้นก็พรวดพราดเข้ามาจับชีพจรและบอกว่าเมคงไปไม่ได้ เพราะมีโอกาสช็อกเสียชีวิตบนเครื่อง และต้องเอาซิลิโคนออกทันที ผมไม่ให้คุณไป คุณต้องเอาซิลิโคนออกทันที แค่จากทองหล่อไปพระราม 2 ยังไกลกับคุณเลย ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกความจริงกับเม

แล้วไปรักษาตัวที่ไหน ?

          เม : เขาก็ไปเช่าห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลย่านพระราม 2 เอาซิลิโคนออก เข้าไอซียู ผ่าตัดอีก 3 ครั้ง สองครั้งที่นั่นเอาหนองออก คือโคม่าอยู่ตลอด มีอาการแทรกซ้อน

คุณติดเชื้ออะไร ?

          เม : เป็นเชื้อที่รุนแรงมาก ส่วนใหญ่พบได้ที่สถานพยาบาลและดื้อยามาก ส่วนติดที่ไหนต้องถามทางโรงพยาบาลค่ะ ตรงนี้เป็นข้อสงสัยเหมือนกันว่าที่ไหนกันแน่

เป็นไปได้ติดจากเกาหลี เพราะท่อที่จะระบายเลือด 3 วันก็เอาออกแล้ว ?

          เม : หนูก็ไม่เคยมีความรู้มาก่อน ว่าอาการเหล่านี้มันคือผิดปกติ

คุณหมอพูดว่าแบบนี้อาจไม่มีชีวิตรอด บอกคุณแม่ว่าไง ?

          แม่ : คุณหมอไม่ได้บอกแม่ แม่มาทราบเองว่ามีโอกาสตายมากกว่า

          เม : เขาพูดกันภายในว่ามีโอกาสตายมากกว่าโอกาสรอด

ความทรมานเป็นยังไง ?

          เม : เมทำอะไรไม่ถูก ช็อก ไม่นึกเลยว่าเราแค่อยากทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตเรา หลังจากวันนั้นเหมือนเราตกอยู่ในฝันร้าย (เสียงสั่นเครือ) เมกับแม่เหมือนศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิตจริง ๆ

ตอนนั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ ร้อนจนแทบอยู่ไม่ได้ ?

          เม : ใช่ค่ะ ในการผ่าตัดทุกครั้งเมเจ็บทรมาน ถามว่าสู้มั้ย เมรู้สึกว่าเมไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว แต่เวลาเมเห็นหน้าแม่ที่มาส่งเมที่หน้าห้องผ่าตัดทุกครั้ง (ร้องไห้) เมรู้เลยว่าเมต้องสู้ เพราะเมมีแม่คนเดียวที่อยู่กับเม ถ้าเมเป็นอะไรไป ไม่รู้คุณแม่จะมีชีวิตอยู่ยังไง

          แม่ : แม่ช็อกตอนเขาอยู่ไอซียู 4 วัน แม่ไม่ได้ไปไหนเลย ไม่ได้ทานข้าว
 
มีคลิปคลิปหนึ่งที่เมนำออกมา นอนบนเตียงแล้วพูดว่าไม่เคยทรมานเท่าครั้งนี้มาก่อน ร้อนเหมือนมีน้ำกรดในตัวตลอดเวลา ?

          เม : จริง ๆ คลิปนี้เราไม่ได้ตั้งใจถ่ายไว้ คุณแม่สติแตกเลย คนถ่ายคือลูกพี่ลูกน้อง บางคลิปคุณแม่ก็เก็บเอาไว้เหมือนแม่ถ่ายทำไมก็ไม่รู้

เมย์ จีระนันท์

ต้องย้ายไปโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ?

          เม : สุดท้ายเรามีอาการแทรกซ้อน คุณหมอท่านนี้ท่านบอกว่าทำเต็มที่ที่สุดแล้ว เขาให้ยาที่ดีที่สุดในโลกนี้กับเม ถ้าจะย้ายก็ย้ายได้เลย คุณแม่ไม่เชื่ออีกแล้ว ก็ย้ายไปบำรุงราษฎร์ทันที โชคดีมากได้ทีมแพทย์ระดมถึง 4 ท่าน ผ่าตัดเป็นครั้งที่สาม หมอบอกว่าอยากให้โล่เลยเพราะเชื้อตัวนี้มันดื้อยามาก แล้วเมอยู่กับมันเป็นเวลานาน มีโอกาสตายมากกว่ารอด
 
คุณแม่โทษตัวเองตลอดเวลา ?

          แม่ : แม่เห็นอาการเมทุกวันที่มันผิดปกติ และเขาทุรุนทุราย แม่ไม่ควรปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพนั้นมานาน แต่แม่ก็ไปเชื่อหมอ พาเขาไปฉีดยาทุกวัน ๆ ถ้าน้องเป็นอะไร แม่จะไม่ให้อภัยตัวเองเลย เพราะเราต้องตัดสินใจตอนนั้นแล้ว ไม่ควรจะเชื่อเขาแล้ว

เมย์ จีระนันท์

ล่าสุดทางเอเจนท์ออกมาพูดว่าทางคุณเมไปถึงก็รีเควสเป็นหมอท่านนี้เลย ?

          เม : ไม่จริงค่ะ
 
เขาบอกเขาพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ตลอด ถามตลอดว่าจะเปลี่ยนโรงพยาบาลไหม ?

          เม : การทำของเขาเป็นเพียงเพื่อบรรเทาความเสียหายและให้มีหลักฐานที่เขาจะพูดได้ว่าเขาได้ดูแลแล้ว แต่เขามีการเททิ้งเป็นระยะ ๆ มีการปฏิเสธและขาดการติดต่อกับเม

คุณแม่เรียกเงินครั้งนี้ 60 ล้าน ?

          แม่ : จริงค่ะ เขาตอบกลับมาว่าจะคืนเงินทำหน้าอกให้ 441,000 บาท ค่าเสียโอกาสในการทำงานให้อีก 1.2 ล้านบาท สามจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 โรงพยาบาลในไทย รวม 1.4 ล้านกว่าบาท ที่คุณเรียกไปไม่ได้เกี่ยวกับพวกนี้ ?

          เม : เป็นในส่วนข้อสองค่ะ เพราะตอนนั้นสภาพเมเหมือนคนทุพพลภาพ เกิดขึ้นตอนเมอยู่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

          อ.วันชัย : ผมคิดว่าเรื่องเรียกร้องเป็นปกติเพราะได้รับผลกระทบ เวลาคนจะเป็นจะตาย สิ่งสำคัญที่สุดคือนม ผู้หญิงไม่มีนมคุณจะแต่งงานกับเขาไหม เขาไม่สามารถให้นมลูกได้ นมเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดกับผู้หญิงคนนึง
 
ตอนนี้เมไม่สามารถให้นมลูกได้เหรอ ?

          เม : ยังไม่ทราบค่ะ ต้องดูตอนมีลูก
 
          อ.วันชัย : เท่าที่ดูเธอบอกว่าสภาพการรับรู้ด้านข้างของเธอเสียไปหมด

          เม : หน้าอกชา ไม่มีความรู้สึก
 
          อ.วันชัย : ผมมองว่าเรื่องเงินกี่ล้านกับความเป็นผู้หญิง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ การเรียกร้องเป็นเรื่องปกติ การต่อรองเยียวยาต้องพึงกระทำ แต่ไม่ได้มากล่าวหาว่าเรียกร้องมากเกินไป ใครผิด-ใครถูก เป็นเรื่องกระบวนการ ซึ่งทางผมกำลังดำเนินการอยู่

ฝั่งโน้นบอกว่าเขาไม่ให้ 60 ล้าน เขาจ่ายให้ไม่ได้ ?

          อ.วันชัย : คนตัดสินคือศาล

          ติดตามรายการโหนกระแส ทางช่อง 28 ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30-14.10 น. 

ภาพและข้อมูลจาก รายการโหนกระแส



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เม จีระนันท์ เล่านาทีเป็นนาทีตาย ศัลยกรรมหน้าอกที่เกาหลี รับเรียก 60 ล้าน โพสต์เมื่อ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 16:07:13 42,457 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP