เต๊ะ ศตวรรษ เผยสถานะหัวใจ หย่ากับภรรยาชาวไต้หวันแล้ว ตอนนี้โสด แต่มีคนที่แอบชอบ เปิดใจอาการป่วยโรคซึมเศร้า เคยเป็นหนักจนไม่อยากอยู่ต่อ
- ชีวิตคู่ของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : เอ่อ…จริง ๆ ผมหย่าไปแล้ว และเคยมีแฟน แต่ว่าตอนนี้ผมโสดครับ โสดมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ถามว่าผมได้เปิดใจให้ใครไหม จริง ๆ ก็มีคนที่แอบชอบอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่รู้ตัวหรอก (หัวเราะ) เป็นสาวไทยที่แหละ และเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร
- ทำไมเราถึงเลือกที่จะแอบชอบ และไม่เดินหน้าจีบ ?
- จริง ๆ เป็นเพราะเราเข็ดกับความรักด้วยหรือเปล่า ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ไม่เข็ดครับ ทุกวันนี้ที่บ้านของผมก็ยังเรียกร้องให้ผมกลับไปคืนดีกับภรรยาเก่า เพราะทั้งสองบ้านเราสนิทกันมาก ซึ่งจริง ๆ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ผมก็ต้องบินกลับไปเจอเขา เนื่องจากเรามีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันในช่วงที่ใช้ชีวิตคู่ คือทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่ แต่ถามว่าเรายังทักกันไหม ทุกวันนี้ก็ยังทักกันอยู่นะ แต่ยังคงเป็นในสถานะเพื่อนกันอยู่
- จะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ผมก็เคยแอบถามเขาอยู่เหมือนกันครับ แต่เขาก็บอกว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราก็เลยตัดสินใจว่าคุยกันแบบนี้ดีกว่า
- สเปกผู้หญิงสำหรับเราตอนนี้เป็นยังไง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : เอ่อ…ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วครับ (หัวเราะ) ขอแค่เขาเข้าใจงานของเรา และมีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเพิ่มเข้ามาในชีวิต นั่นก็คือ ผมค่อนข้างมีความรู้สึกแปรปรวนเกี่ยวกับอารมณ์เยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมต้องขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้ว ผมเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่รักษาตัวเองมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่โรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวนะครับ เพราะถ้าหากเรารู้ตัว เราก็จะได้รับคำปรึกษาเร็ว แต่พอผมต้องมาทำงานเบื้องหลัง ความกดดันก็สูงขึ้น ซึ่งบางทีผมกลับบ้านมา ผมก็จะมีอาการซึมเศร้า ดังนั้นถ้าหากมีใครมาอยู่กับผมและต้องเจอผมในสภาพแบบนั้น ผมก็ไม่เอาดีกว่า
- ตอนนี้เรายังมีอาการของโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า ?
- ช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ที่สุดพอจะจำได้ไหมว่ามันเป็นยังไง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ก็คงเป็นช่วงที่รู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกแล้ว ผมเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหลายรอบเหมือนกัน ยอมรับว่ามันมีโมเมนต์ที่จะเกิดอะไรไม่ดี แต่สุดท้ายก็เห็นหน้าพ่อกับแม่ตลอด และอย่างที่บอกพอผมมีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ป่วยโรคนี้เหมือนกัน เราก็จะได้คุยกันเตือนกันว่าถ้าหากผ่านวันนี้ไปได้ มันก็จะดีเอง
- ตอนนี้เราดูแลอาการตัวเองอย่างไรบ้าง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ยังต้องกินยาเหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าไปเจออะไรที่มันกระทบกับความรู้สึกเราแรง ๆ ก็จะต้องดูแลกันอีกที ซึ่งมันก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีแฟนมันอาจจะไม่โอเค เพราะถ้าหากเราแย่ เราก็อาจจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ รู้สึกแย่ตามไปด้วย
- มีโอกาสที่จะหายขาดหรือเปล่าสำหรับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ?
![]()
กลับมาลุยงานเบื้องหลังที่ไทยอย่างเต็มตัว
หลังจากไปโกอินเตอร์ที่ไต้หวัน สำหรับ เต๊ะ ศตวรรษ เศรษฐกร ล่าสุดในงาน
"MONO GROUP: UNIVERSE OF ENTERTAINMENT 2019 เปิดจักรวาลแห่งความบันเทิง" ณ
โมโน ทเวนตี้ไนน์ สตูดิโอ หนุ่มเต๊ะ
ได้อัปเดตชีวิตส่วนตัวหลังหย่ากับอดีตภรรยาชาวไต้หวัน
พร้อมเผยป่วยโรคซึมเศร้าเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่โชคดีผ่านมาได้
- ชีวิตคู่ของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : เอ่อ…จริง ๆ ผมหย่าไปแล้ว และเคยมีแฟน แต่ว่าตอนนี้ผมโสดครับ โสดมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ถามว่าผมได้เปิดใจให้ใครไหม จริง ๆ ก็มีคนที่แอบชอบอยู่เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่รู้ตัวหรอก (หัวเราะ) เป็นสาวไทยที่แหละ และเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร
- ทำไมเราถึงเลือกที่จะแอบชอบ และไม่เดินหน้าจีบ ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ไม่ดีกว่าครับ ขอแค่ดูอยู่ห่าง ๆ และแอบปลื้มก็พอ
เพราะผมเองก็มีงานที่รัดตัวอยู่เหมือนกัน
แถมยังไม่พร้อมที่จะกลับไปเจอปัญหาเดิม ๆ ด้วย
คือถ้าหากเราไม่ได้ทำงานในสภาวะปกติเหมือนคนทั่วไป หรือการทำงานเบื้องหลัง
ที่ถึงแม้เสร็จงานหน้ากองแล้วก็ยังนอนไม่ได้
มันเลยเป็นอะไรที่ยากครับที่จะสามารถหาคนมาเป็นคู่ชีวิตเราได้ ซึ่งจริง ๆ
ผมก็แอบถอดใจแล้วด้วยล่ะ อายุก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้ามันยังนิ่ง ๆ
แบบนี้ก็คงต้องปล่อยไป
- จริง ๆ เป็นเพราะเราเข็ดกับความรักด้วยหรือเปล่า ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ไม่เข็ดครับ ทุกวันนี้ที่บ้านของผมก็ยังเรียกร้องให้ผมกลับไปคืนดีกับภรรยาเก่า เพราะทั้งสองบ้านเราสนิทกันมาก ซึ่งจริง ๆ เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ผมก็ต้องบินกลับไปเจอเขา เนื่องจากเรามีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกันในช่วงที่ใช้ชีวิตคู่ คือทุกวันนี้เราก็ยังติดต่อกันอยู่ แต่ถามว่าเรายังทักกันไหม ทุกวันนี้ก็ยังทักกันอยู่นะ แต่ยังคงเป็นในสถานะเพื่อนกันอยู่
- จะมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ผมก็เคยแอบถามเขาอยู่เหมือนกันครับ แต่เขาก็บอกว่าเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราก็เลยตัดสินใจว่าคุยกันแบบนี้ดีกว่า
เต๊ะ ศตวรรษ : เอ่อ…ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วครับ (หัวเราะ) ขอแค่เขาเข้าใจงานของเรา และมีสิ่งหนึ่งที่รู้สึกว่ามันเพิ่มเข้ามาในชีวิต นั่นก็คือ ผมค่อนข้างมีความรู้สึกแปรปรวนเกี่ยวกับอารมณ์เยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมต้องขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่าจริง ๆ แล้ว ผมเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่รักษาตัวเองมานานกว่า 4 ปีแล้ว แต่โรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวนะครับ เพราะถ้าหากเรารู้ตัว เราก็จะได้รับคำปรึกษาเร็ว แต่พอผมต้องมาทำงานเบื้องหลัง ความกดดันก็สูงขึ้น ซึ่งบางทีผมกลับบ้านมา ผมก็จะมีอาการซึมเศร้า ดังนั้นถ้าหากมีใครมาอยู่กับผมและต้องเจอผมในสภาพแบบนั้น ผมก็ไม่เอาดีกว่า
- ตอนนี้เรายังมีอาการของโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า ?
เต๊ะ ศตวรรษ : เป็นครับ และก็มีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่เป็นกันหลายคน
ซึ่งมันก็จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่คอยช่วยให้คำแนะนำกัน เนื่องจากคนอื่น ๆ
จะไม่เข้าใจว่าโรคซึมเศร้าคืออะไร
- ช่วงเวลาที่เรารู้สึกแย่ที่สุดพอจะจำได้ไหมว่ามันเป็นยังไง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ก็คงเป็นช่วงที่รู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกแล้ว ผมเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาหลายรอบเหมือนกัน ยอมรับว่ามันมีโมเมนต์ที่จะเกิดอะไรไม่ดี แต่สุดท้ายก็เห็นหน้าพ่อกับแม่ตลอด และอย่างที่บอกพอผมมีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ป่วยโรคนี้เหมือนกัน เราก็จะได้คุยกันเตือนกันว่าถ้าหากผ่านวันนี้ไปได้ มันก็จะดีเอง
- ตอนนี้เราดูแลอาการตัวเองอย่างไรบ้าง ?
เต๊ะ ศตวรรษ : ยังต้องกินยาเหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าไปเจออะไรที่มันกระทบกับความรู้สึกเราแรง ๆ ก็จะต้องดูแลกันอีกที ซึ่งมันก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมมีแฟนมันอาจจะไม่โอเค เพราะถ้าหากเราแย่ เราก็อาจจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ รู้สึกแย่ตามไปด้วย
- มีโอกาสที่จะหายขาดหรือเปล่าสำหรับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ?
เต๊ะ ศตวรรษ : มีครับ อย่างที่บอกโรคซึมเศร้าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัว
และตัวผมเองก็ไม่ได้มีภาวะคิดมากอะไร
นอกจากแค่คิดฟุ้งซ่านปกติเกี่ยวกับเรื่องงาน
.jpg)
ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN






