เป็นข่าวเศร้าที่ช็อกวงการบันเทิงเลยทีเดียว สำหรับการเสียชีวิตของ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง ที่จากไปในวัย 59 ปี หลังป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ ซึ่งแทบไม่มีใครทราบมาก่อนว่าเจ้าตัวป่วยโรคนี้
ล่าสุด (11 มิถุนายน 2563) เปิ้ล หัทยา ภรรยา ตั้ว ศรัณยู ก็ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกกับสื่อมวลชน พร้อมด้วย เอก ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ พี่ชาย
ทั้งนี้ เปิ้ล หัทยา กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ไม่ได้เปิดเผย เพราะพี่ตั้วมองว่าเป็นเรื่องสุขภาพ จากตอนที่ล้มและนำกระดูกไปตรวจ เหตุเกิดจากปวดหลัง กระดูกข้อที่ 3 ยุบลง คุณหมอมองว่าไม่ต้องถึงกับผ่าตัด แต่ก็ค้นหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร เพราะมีลิ่มเลือดด้วย ก็ตรวจร่างกาย พบค่าตับสูง ครอบครัวก็ทราบมาตลอด เพราะเป็นไวรัสตับอักเสบบีมานานแล้ว
ที่ผ่านมาก็ตรวจร่างกายมาตลอด แต่ช่วง 2 ปีก่อน ไม่ค่อยได้เช็กร่างกาย จนมาพบว่าไวรัสตับอักเสบบี กลายพันธุ์เป็นมะเร็ง แล้วลามมาที่กระดูก กระดูกทรุด จากข้อที่ 3 ลามไปที่อื่น ก็รักษามาเรื่อย ๆ ตอนแรกพบเป็นระยะที่ 3 ก็เชื่อว่าจะรักษาได้ กินยา ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พี่ตั้วก็กลับไปทำงานต่อได้ เป็นผู้กำกับได้ แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกปวดอีก จึงกลับไปหาคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่าต้องพักแล้ว ต้องฉายแสง
อาการเริ่มทรุดหลังจากเริ่มปวดสะบักมากขึ้น ต้องไปฉายแสงมากขึ้น ช่วงนั้นทุกคนก็เจอวิกฤตโควิดพอดี ทุกคนก็เจอภาวะความเครียด เลยไม่ได้บอกใครเท่าไรนัก ช่วงพักอยู่บ้านพี่ตั้วก็คิดถึงกอง กระทั่งเริ่มกินอาหารไม่ได้ ก็กลับไปเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันพุธที่แล้ว ก่อนจะพบว่าเชื้อไปที่ปอดค่อนข้างเยอะ
เรื่องที่เกิดขึ้นก็เร็ว คิดว่าการมาโรงพยาบาลครั้งนี้น่าจะทำให้เขาแข็งแรงขึ้น เช็กร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนยา ไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ ตอนนั้นพี่ตั้วก็พูดได้ อาจจะพูดช้าลง ตอนเจอคุณหมอก็ยังบอกเลยว่าอยากกลับไปเหมือนเดิม จนกระทั่งทางคุณหมอมาบอกว่า พี่ตั้วอยากเจอใครเป็นพิเศษไหม เราก็รู้สึกว่า เหรอ.. ไม่แน่ใจ จนได้โทร. หา พี่เอก ซึ่งเป็นพี่ชายของพี่ตั้ว
พี่เอก ธเนศ เผยว่า รู้เรื่องตอนที่เข้าโรงพยาบาลเดือนที่แล้ว กระทั่งมารู้เรื่องอีกทีตอนเปิ้ลบอกว่าเริ่มกินไม่ค่อยได้ ส่วนตั้วไม่บอกใครเลย จากที่เพื่อน ๆ บอกว่าตั้วเป็นคนแบบนี้ ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน อยากแก้ปัญหากันเอง คือรู้กัน 2 คน ญาติพี่น้องไม่มีใครรู้เลย ไม่บอกลูกด้วย กลัวลูกเป็นห่วง ตอนหลังลูกรู้ เขาเข้มแข็งและอดทนในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง พอดีขึ้นแล้วค่อยเล่าให้ฟัง พอมาที่โรงพยาบาลก็ได้พูดคุยกันสักช่วงหนึ่ง เขาก็รับรู้ ได้ยิน
ช่วงสุดท้ายที่ตั้วจากไป เขานอนนิ่ง ๆ เหมือนหลับไป เราก็คุยกับเขาว่าถ้ามันเหนื่อยก็หลับไปได้ มันก็เหมือนจะตื่น ตื่นที่ไหนไม่รู้ ตื่นเมื่อไรก็ช่างมัน ตอนนี้สบายใจนะ ลูกเมียอยู่ ทุกคนอยู่ เหมือนไปเที่ยว ทุกคนมาส่งสนามบิน ไม่มีใครต้องห่วง ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ชี้ให้ตั้วดู ทุกคนก็ทำได้ดีมาก แล้วสุดท้ายตั้วก็ค่อย ๆ ไป
ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นคุณหมอบอกว่าตั้วพยายามสู้ ช่วง 2-3 วันสุดท้าย จนหลังจากทุกคนที่เขาอยากจะเจอมากันครบถ้วน อยู่ในความสงบกันหมด กระทั่งประมาณ 1 ทุ่ม เขาก็ค่อย ๆ ลง เราก็คุยกันไปเรื่อย ๆ บอกให้ตั้วหลับนะ สบาย หลังจากสู้มาเยอะแล้ว จะสู้ก็สู้ จะพักก็พัก อยากนอนเมื่อไรก็ตัดสินใจเองนะ แล้วเขาก็ค่อย ๆ ลง ไม่มีการยื้ออีก คือจากไปอย่างสงบ จนพาทุกคนสงบไปด้วย
ด้าน เปิ้ล หัทยา เผยว่า กับพี่ตั้วก็คุยกันเรื่อย ๆ ก่อนเข้าโรงพยาบาล เขาก็คุยเรื่องงานละคร เขาจะห่วงเรื่องงานเยอะ ดูว่าใครจะทำแทนได้บ้าง แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครทำแทน อยากทำเองให้จบ มีถามเรื่องอนาคตลูก ๆ เรื่องความฝันของเรา ว่าต้องพยายามทำให้เป็นจริงให้ได้
เราก็ต้องเข้มแข็ง เข้มแข็งตั้งแต่คนถามแล้ว เพราะพี่ตั้วไม่อยากให้ใครวิตกกังวล บางทีเราก็ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ เพราะทุกคนก็มีปัญหาของเขา บางทีญาติพี่น้องก็ไม่ได้บอก พี่ตั้วก็สู้ สู้มาตลอด ทำตามที่หมอบอก
เรื่องงานที่ค้างไว้ คุยกันแล้ว คิดว่าเดี๋ยวจะมีผู้กำกับมาช่วย ส่วนลูก ๆ น้องหนุนก็เรียนจบแล้ว แต่ติดช่วงโควิดพอดี ติดเรื่องธีสิส คุณพ่อก็บอกว่าจะไปงานรับปริญญาลูกให้ได้ ส่วนน้องหนังก็กลับมาจากเกาหลีเพราะช่วงโควิด ก็เลยได้ดูแลคุณพ่อ ไม่คิดว่าพี่ตั้วจะไปกะทันหัน ยังวางแผนเลยว่าจะไปหาลูกที่เกาหลีปีนี้ตอนไหน ถ้าหายแล้วจะไปทะเลกัน ก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ส่วนเราก็พร้อมจะทำงานหนัก พร้อมลุยงาน แต่เรื่องสภาพจิตใจก็มีบ้าง คิดว่าเขาน่าจะอยู่ได้นานกว่านี้ ได้ไปงานรับปริญญาลูก ได้ไปหาลูกที่เกาหลี
ก็ขอขอบคุณแฟน ๆ ละครของพี่ตั้ว พอเข้าไปอ่านในเพจที่เขียนถึงพี่ตั้ว ก็รู้สึกซาบซึ้ง ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ในวงการ ที่เขียนอาลัย โทร. มาให้กำลังใจ และขออภัยที่เราไม่ได้บอกใคร บางทีคุยกับพี่ตั้ว 2 คน เขาก็บอกว่าอยากให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยมาบอกกับทุกคนเรื่องการต่อสู้กับเรื่องนี้






