x close

น้องพี มกจ๊ก เผยชีวิตเกเรเสเพล เรียนไม่จบ - จตุรงค์ โกรธจัด ไม่คุยกัน 5 ปี

            จตุรงค์ โพธาราม เปิดใจข่าวโกงเงิน น้องพี มกจ๊ก ถูกด่าหากินกับเด็ก ปล่อยอยู่วัด ด้าน น้องพี เผยชีวิตที่หายไปหลังไม่ได้เล่นตลก เกเรเสเพล เรียนไม่จบ ชีวิตเปลี่ยนเพราะเป็นทหาร 

           ถือว่าเป็นตลกเด็กที่ดังที่สุดของยุคในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ สำหรับ น้องพี มกจ๊ก ที่ได้ ลุงรงค์ จตุรงค์ โพธาราม พามาเล่นตลกในคณะ แต่อยู่ ๆ ก็หายจากกันไป ซึ่งมีข่าวว่า ลุงรงค์ทั้งโกงค่าตัวเด็ก หากินกับเด็ก ทั้งปล่อยให้ไปอยู่วัดขอข้าววัดกิน

           วันนี้ (23 พฤศจิกายน 2564) ทั้งคู่จะมาเผยทุกประเด็น พร้อมเปิดชีวิตน้องพีที่หายไปจากวงการเกเรเสเพล พร้อมทั้งวีรกรรมแสบมากมายที่แม้แต่ลุงรงค์เองก็เพิ่งได้รับรู้ในรายการ คุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และธัญญ่า ธัญเรศ เป็นพิธีกร

เล่นตลกกับเด็กมีคนว่ามั้ย เอาเด็กมาขาย ?

          ลุงรงค์ : สมัยก่อนไม่มีโซเชียล มันเป็นข่าวเลยนะ เขาเขียนว่าเอาเด็กมาหากิน สั้น ๆ เลยเอาเด็กมาหากินเราก็โดนแล้ว เราตอบว่ามันไม่ได้เป็นการเอาเด็กมาหากิน มันเป็นการเอาเด็กมาหารายได้เพื่อให้พ่อแม่เขา เขาก็ไม่ได้เสียการเรียนของเขา เขาก็ไปโรงเรียนเหมือนเดิมว่างก็เอามาเล่น เอาความสาระของเด็กมาแสดงออก ซึ่งปัจจุบันเยอะมากเลยนะ ดันลูก ลูกดาราดังเป็นแถวเลยนะ มันก็เหมือนกันแหละ นี่ตั้งแต่แยกกัน 10 กว่าปีไม่เคยพาออกทีวีนี่เป็นรายการแรกเลย เขาไม่ได้มาง่าย ๆ นะคิวเขาไม่ว่าง ทำอะไรลูก

          น้องพี : ย่างหมูครับ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงอาทิตย์อีกวันคือย่างหมู

หายไปนานเท่าไหร่แล้ว ?

          น้องพี : 10 กว่าปีครับ ช่วงนั้นคาเฟ่เขาซบเซาด้วยครับ

ออกกฏห้ามเด็กเข้าคาเฟ่ด้วย และด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ลุงรงค์พอไม่มีคาเฟ่ก็ไม่ได้ทำคณะด้วย ?

          ลุงรงค์ : ก็ถ่ายละคร ถ่ายหนัง ถ่ายรายการ คาเฟ่ก็เลิก ๆ ไป อีกอย่างน้องพีจะเล่นไม่เหมือนเด็ก ๆ แล้วเขาโตขึ้น มันเลยต้องหยุด

มีข่าวว่าโกงค่าตัวหลาน หลานรับไม่ได้เลยต้องแยก ?

          ลุงรงค์ : ถ้าเป็นคนในครอบครัวพ่อแม่เขาจะรู้ ตัวน้องดีเองจะรู้เรื่องเงินเรื่องทอง เรามีแต่ให้ เมื่อก่อนถ้าใครให้ต้องหารคนในวงการ แต่ถ้าเป็นน้องพีได้เท่าไหร่เอาไปเลย ส่วนค่าตัวน้องพีพ่อแม่เขาเป็นคนรับเลยนะ สมัยก่อนที่ฮิตมากเลยคือมุกอมตัง เล่นแล้วฮา ก็เล่นกันคนอินคิดว่าไปอมตังหลาน

          น้องพี : ไม่เห็นนะ เพราะว่าปากเค้าก็ไม่มีอะไรตุงอยู่ ตอนนั้นผมเด็กด้วยโฟกัสแค่ว่าถ้าเราไปเล่นตลกที่นี่ตรงนี้เราจะได้ของเล่น

ตอนนั้นกำลังดังเลย แล้วหยุดไป เราไปทำอะไร ?

          น้องพี : กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติเลย เช้าไปโรงเรียน เย็นกลับมาก็เล่นกับเพื่อน นอน ไปโรงเรียนอีกวัน

ตอนนั้นมีโทร. เรียกหลานให้มาเล่นตลกมั้ย ?

          ลุงรงค์ : ตลกไม่ได้เล่นแล้วไงมันหยุดแล้ว เลิกแล้วก็เลยไม่ได้เรียก พ่อกับแม่เขามีงาน

          น้องพี : กลับไปใช้ชีวิตปกติกันหมดเลยทุกคน

ตอนที่เล่นตลกอยู่บ้านลุงรงค์ ?

          น้องพี : ใช่ครับ พอไม่ได้ก็ออกมาก้อยู่กรุงเทพฯ ก่อน แล้วไปอยู่ที่นครปฐม เริ่มใหม่กันที่นั่น

มีข่าวว่าลุงรงค์ทอดทิ้งน้องพีให้เป็นเด็กวัด ?

           ลุงรงค์ : ไม่ได้ทอดทิ้งก็เขาขนกันไปเอง ไปเช่าบ้านอยู่หน้าวัดเลย บ้านอยู่ตรงข้ามวัดน้องพีก็เข้าไปวิ่งเล่นในวัด

          น้องพี : ตอนนั้นเปิดร้านขายเสื้อผ้า ทำเลหน้าวัดมันสวย ใกล้ร้านสะดวกซื้อ

           ลุงรงค์ : พอน้องพีไปวิ่งเล่นในวัดนักข่าวก็เจาะเลย นี่น้องพีหนิ เติมเข้าไปอีกหน่อย น้องพีต้องอาศัยวัดอยู่ เติมเข้าไปอีกนิด ขอข้าววัดกิน พอเติมแบบนี้ลุงรงค์เลย

ตอนนั้นเราตั้งใจไปอยู่ที่วัด ?

          น้องพี : ผมบ้านอยู่หน้าวัด เป็นเพื่อนกับหลานหลวงพี่น้ำฝน มีงานก็ไปช่วย

ที่ออกจากลุงรงค์มาชีวิตลำบากมั้ย ?

          น้องพี : ถ้าจริง ๆ ลำบาก เพราะก่อนหน้านี้เป็นตลกเงินค่อนข้างเยอะ พอออกมาแม่ก็ไปขายเสื้อผ้า เรากลับไปเรียน พ่อทำแอร์ มันเป็นการเริ่มต้นใหม่ก็ค่อนข้างลำบาก

ตอนนั้นตัดขาดมั้ย ?

           ลุงรงค์ : ไม่ตัดขาดหรอก พ่อมันเป็นน้องที่เราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ โตมากับเรา เวลาที่เราด่าหรือว่าอะไรในสิ่งที่ทำผิด ถ้าไม่เชื่อฟังมันจะงอนแล้วก็หายไป จะให้เราไปตามง้อมันก็ไม่มีเวลาถึงขนาดที่ต้องไปนั่งง้อ แล้วสุดท้ายมันก็กลับมากันเอง

หายกันไปกี่ปีกว่าจะกลับมาเจอกัน ?

           ลุงรงค์ : 4-5 ปี

          น้องพี : ผมจำไม่ได้ช่วงนั้นน่าจะประมาณ ป.5 กลับมาเจอลุงรงค์ในช่วง ม.2

เจอลุงรงค์ครั้งแรกตอน ม.2 พูดว่าไง ?

           น้องพี : ไม่กล้าเจอก่อนตอนนั้น เพราะเราห่างกันไปเลย จนมีงานศพของย่าผมก็ต้องมารวมกันที่วัดก็เลยได้เจอกัน

ตอนไม่เจอคิดถึงมั้ย ?

           น้องพี : ช่วงนั้นเด็กด้วยครับ คือเราไม่ได้รู้สึกอะไร ตอนนั้นอยู่วงดนตรีที่โรงเรียนด้วย ก็ใช้ชีวิตปกติไปจนมาเจอเขาอีก

คิดถึงหลานมั้ย ?

           ลุงรงค์ : คิดถึง คิดถึงทั้งพ่อกับแม่เขาด้วย แต่เราเป็นพี่ น้องทิฐิไม่ยอมมาหาเรา ปกติทำผิดอะไรต้องเดินมาขอโทษ แต่อันนี้หายไป 4 ปี ไม่ยอมไม่สนใจ ไม่มาหาเลย แล้วเราจะไปตามหรอ

ทะเลาะกันเรื่องอะไร ?

           ลุงรงค์ : ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันหรอก แค่พ่อแม่เขาใช้เงินผิดประเภท เงินก็หมดไปโดยง่าย เราด่า ยอมรับว่าด่า ใส่อารมณ์

ตอนเขาไปเราใจหายมั้ย ?

           ลุงรงค์ : ก็ไม่หรอก เพราะว่าไปแบบไม่รู้ตัว อยู่ ๆ เช้ามาครอบครัวนี้ไปไหน

           น้องพี : เก็บของออกจากห้องไปเลย

ตอนนั้นรู้สึกผิดมั้ย ?

           ลุงรงค์ : ไม่ผิด เราด่าในสิ่งที่ถูกต้อง เราเป็นผู้ใหญ่เราเป็นพี่ เราโกรธมันด้วยซ้ำด่าแค่นี้ไม่ได้เหรอ เราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ โตขึ้นมาขนาดนี้ อยู่กับเรามาทั้งชีวิตอยู่ ๆ หายไป

มาเจอกันอีกครั้งได้ยังไง ?

          ลุงรงค์ : งานศพไง เจอหน้าน้องพี สมัยก่อนน้องพีจะเป็นหลานที่เพอร์เฟกต์มากมันดังมีทุกอย่างเลย มากกว่าหลานคนอื่น พอมาเจองานศพน้องพีดูด้อยกว่าหลานคนอื่นเลยนะ ตอนเจอถามว่าเรียนอะไร เรียนยังไง เรียนหรือเปล่า เป็นห่วงเรื่องนี้อย่างเดียวเลย

           น้องพี : เรื่องเรียน เขาจะเน้นเรื่องเรียนเป็นพิเศษ ตอนนั้นกำลังจะเปิดเทอม ม.2 เทอม 2 ก็เลยไปหาเขา

          ลุงรงค์ : เรียนไร ดูท่าไม่ดีแน่ ไปบอกพ่อกับแม่เลยมาอยู่ที่บ้านสาย 4 เก็บเสื้อผ้าเลย เดี๋ยวพาไปฝากโรงเรียนที่มันมาตรฐาน

           น้องพี : ก็ย้ายเลย เก็บของมาอยู่กับเขาเลยตอนนั้น

เจอพ่อแม่เขาครั้งแรกพูดว่าไง ?

          ลุงรงค์ : มันเข้ามาไหว้ เจอก็กลัวเราแล้ว เหมือนเข้ามายอมรับผิดอะแหละ ลืมไปหมดแล้วเรื่องโกรธ ซึ่งเพียงแต่ให้เราไปง้อน้อง ซึ่งน้องผิด มันไม่ได้

กลับไปอยู่กับลุงรงค์ ?

           น้องพี : กลับไปเรียนที่กรุงเทพฯ อยู่บ้านเค้ายาวเลย

ตลอดเลยเหรอ ?

          ลุงรงค์ : ไม่ตลอด โรงเรียนเข้ากี่โมง 10 โมงยังไม่ตื่นเลย สักอาทิตย์กว่า 2 อาทิตย์ ผอ. เชิญลุงรงค์ไปเลย

           น้องพี : ช่วงนั้นเจ็ทแลคเพิ่งย้ายมา ก็เลยตื่นสายหน่อย

ตอนเจอ ผอ. เป็นยังไงบ้าง ?

          ลุงรงค์ : หลานคุณน้องพีทำไมยังงี้ล่ะ ผมก็ไม่รู้จะทำไงขอโทษครับ เอาไงดีล่ะ เราก็ไม่ดุ มันก็หน้ามึน ๆ ลอย ๆ ลุงรงค์กลับมา ตี 2 น้องพียังไม่นอนเลย ช่วงนั้นเริ่มเป็นหนุ่ม

อยู่ได้นานเท่าไหร่ โรงเรียนนี้ ?

           น้องพี : ผมอยู่ได้ 3 เดือน อยู่ให้จบเทอม

          ลุงรงค์ : มันเป็นช่วงที่เด็กกำลังเก กำลังดื้อ

           น้องพี : ช่วงนั้นตระเวนเลยนั่งรถเมล์ไม่ถึงโรงเรียนสักที นั่งอ้อมไปเรื่อย ๆ ดูทางว่าเราจะไปทางไหนดี

ตอนออกโรงเรียนไปอยู่ไหน ?

           น้องพี : ตอนนั้นก็เคว้งครับจะไปอยู่ไหนดี อยู่กับลุงรงค์ไม่ได้แล้วเพราะเกเร แม่ก็อยู่นครปฐม โซซัดโซเซ สุดท้ายเลยเลือกไปอยู่นครปฐมดีกว่า

ไปถึงบ้านแม่เกเรที่สุดแล้ว ?

           น้องพี : ที่สุดแล้ว เต็มสูบเลย ช่วงนั้นมันกึ่งกลางพอดี เราออกจากลุงรงค์กะมาอยู่กับแม่ที่นครปฐม ช่วงนั้นแม่ย้ายกลับภูมิลำเนาพอดีที่ราชบุรี เราติดเพื่อนที่นครปฐมเลยตัดสินใจว่าอยู่นครปฐมนี่แหละ อยู่บ้านเพื่อนเลย ตอนนั้นเข้าเรียนที่บ้านโป่ง ด้วยความไกลด้วย ติดเพื่อนด้วยเริ่มไม่ไปเรียนละ อยู่บ้านเพื่อน 6 เดือนเต็ม ๆ

เอาเงินมาจากไหนตอนนั้น ?

           น้องพี : ทำงานครับ ทำอยู่กับเพื่อนบ้าง เพื่อนขายหมูไปช่วยขายก็จะได้เงิน ไปอยู่บ้านเขาข้าวฟรี อยู่บ้านเพื่อน 6 เดือน แล้วพ่อแม่ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเพราะเราก็ไม่บอกพ่อแม่ด้วย ไม่บอกใครเลย

เขาไม่ตามเหรอ ?

           น้องพี : เขาไม่รู้จะตามที่ไหน ใช้วิธีสื่อสารผ่านตัวกลางคือน้า เราจะบอกน้าว่าไม่ต้องตามนะ ยังมีชีวิตอยู่เดี๋ยวมาหาทุกวันอาทิตย์ฝากบอกพ่อแม่ด้วย

ลุงรงค์ยังไม่รู้เลยเรื่องนี้ ?

          ลุงรงค์ : ไม่รู้เลย แล้วกินอะไร ชีวิตเสเพลเละเทะขนาดนั้น นี่ไปเล่าให้พชร์ อานนท์ มันทำเลยนะเนี่ย

           น้องพี : แต่ว่ามันเป็นช่วงสั้น ๆ 6 เดือนสำหรับเรา

กลับมาอยู่บ้าน ?

           น้องพี : พ่อแม่ซ้อนแผนมาเจอเรา บอกว่าเดี๋ยวน้าจะเอาตังมาให้ เราก็โอเค สุดท้ายเป็นพ่อแม่มาเจอเรา สุดท้ายมันไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน กลับไปอยู่ราชบุรีกับพ่อแม่ ตอนนั้นทำงานและเรียน กศน.

อะไรที่ทำให้คิดว่าอยากกลับไปเรียน ?

           น้องพี : ตอนนั้นมันสนุก เราเจอหน้าแม่แล้ว รู้สึกว่าอยู่ที่นี่มานานแล้วมันไม่ใช่บ้านเราด้วย เราดูเหมือนคนไม่มีอนาคตใช้ชีวิตไปวัน ๆ ตัดสินใจกลับไปอยู่กับพ่อแม่ดีกว่า

ตอนเรียน กศน. ทำงานอะไร ?

           น้องพี : ช่างไฟ  พ่อก็เป็นช่างไฟด้วยเดินระบบ เอาความรู้จากพ่อมา

คิดถึงตอนเด็ก ๆ มั้ยที่เราดังแล้วต้องมาเป็นช่างไฟ ?

           น้องพี : ช่วงนั้นเรา 3-4 ขวบ มันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้ช่วงนครปฐมมีเล่นละครบ้าง แล้วก็หายไปเลยจำไม่ได้ ได้แต่คิดว่าไม่เป็นไรมันผ่านไปแล้ว

ไปเป็นทหารทำให้คิดอะไรได้มากขึ้นมั้ย ?

           น้องพี : ได้ทุกอย่างเลย เปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยนตัวเอง

เขาไม่ตามเหรอ ?

           น้องพี : เขาไม่รู้จะตามที่ไหน ใช้วิธีสื่อสารผ่านตัวกลางคือน้า เราจะบอกน้าว่าไม่ต้องตามนะ ยังมีชีวิตอยู่เดี๋ยวมาหาทุกวันอาทิตย์ฝากบอกพ่อแม่ด้วย

ลุงรงค์ยังไม่รู้เลยเรื่องนี้ ?

            ลุงรงค์ : ไม่รู้เลย แล้วกินอะไร ชีวิตเสเพลเละเทะขนาดนั้น นี่ไปเล่าให้พชร์ อานนท์ มันทำเลยนะเนี่ย

           น้องพี : แต่ว่ามันเป็นช่วงสั้น ๆ 6 เดือนสำหรับเรา

กลับมาอยู่บ้าน ?

           น้องพี : พ่อแม่ซ้อนแผนมาเจอเรา บอกว่าเดี๋ยวน้าจะเอาตังมาให้ เราก็โอเค สุดท้ายเป็นพ่อแม่มาเจอเรา สุดท้ายมันไม่มีที่ไหนเหมือนบ้าน กลับไปอยู่ราชบุรีกับพ่อแม่ ตอนนั้นทำงานและเรียน กศน.

อะไรที่ทำให้คิดว่าอยากกลับไปเรียน ?

           น้องพี : ตอนนั้นมันสนุก เราเจอหน้าแม่แล้ว รู้สึกว่าอยู่ที่นี่มานานแล้วมันไม่ใช่บ้านเราด้วย เราดูเหมือนคนไม่มีอนาคตใช้ชีวิตไปวัน ๆ ตัดสินใจกลับไปอยู่กับพ่อแม่ดีกว่า

ตอนเรียน กศน. ทำงานอะไร ?

           น้องพี : ช่างไฟ  พ่อก็เป็นช่างไฟด้วยเดินระบบ เอาความรู้จากพ่อมา

คิดถึงตอนเด็ก ๆ มั้ยที่เราดังแล้วต้องมาเป็นช่างไฟ ?

           น้องพี : ช่วงนั้นเรา 3-4 ขวบ มันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้ช่วงนครปฐมมีเล่นละครบ้าง แล้วก็หายไปเลยจำไม่ได้ ได้แต่คิดว่าไม่เป็นไรมันผ่านไปแล้ว

ไปเป็นทหารทำให้คิดอะไรได้มากขึ้นมั้ย ?

           น้องพี : ได้ทุกอย่างเลย เปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยนตัวเอง

เล่าให้ฟังหน่อยเปลี่ยนยังไง ?

            น้องพี : อยู่กับเขาก็ค่อนข้างเกเรเหมือนกันนะ

            ลุงรงค์ : แกล้งคนโน้นอำคนนี้ให้เขาร้องไห้เสียใจ ถ้าทำแบบนี้เก็บกระเป๋าออกไปเลยนะ

            น้องพี : ไปเป็นทหารเปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยนเรื่องความคิด เขาปลูกฝังชีวิตประจำวันใหม่ ตื่นเช้า จะทำไรก็ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ คิด

หลานเราหลังจากทหารชอบที่สุดแล้ว ?

            ลุงรงค์ : ชอบที่สุดแล้ว หลังจากปลดทหาร ไม่ถึงปลดปีแรกเราก็โอเคแล้ว มันจะกลับมาทุกเสาร์-อาทิตย์ กลับมาการพูดการคุย การเปลี่ยนแปลง ระบบสมอง มันดีอะ มันจะบอกลุงอันนั้นไม่ใช่ ลุงอันนี้ผิดนะ ลุงทำแบบนี้สิ ระบบคิดมันอ่ะ มีระบบมีระเบียบมีทุกอย่างมีการวางตัว ก่อนหน้านี้น้องพีจะเป็นคนพูดอะไรไร้สาระมาก กับคนอื่นไม่รู้ แต่กับน้องพีเปลี่ยนมาก เดี๋ยวจะให้ตำแหน่งใหม่นะเป็นผู้จัดการ jr green

ไปทำงานร้านอาหารเกือบโดนไล่ออก ?

            ลุงรงค์ : ตอนแรกให้เป็นพีอาร์คอยต้อนรับไม่ชอบ ชอบย่าง ตอนนี้หันจนเป็นเซียนเลย ก่อนเป็นทหารด้วยความที่ปากไว พูดพล่อย อำคนโน้นแหย่คนนี้ แกล้งคนนั้น ลุงไม่เท่าไหร่เมียลุงกับเฟิร์นรับไม่ได้หนักที่สุดว่าน้องชายเฟิร์น

            น้องพี : คือแซวใส่สร้อย

            ลุงรงค์ : ตอนนั้นมันอ้วนไง คอมันดำ ใส่สร้อยสีดำเหรอ เรียกประชุมเลยทำไมทำยังงี้ เด็กไม่รู้เรื่องหรอกแต่ผู้ใหญ่เสียใจ นั่งเศร้าเลย

            น้องพี : ตอนนั้นเราไม่ได้ว่าน้องเขา เราพูดกันเอง แซวกันไปมาระหว่างญาติพี่น้องมากกว่า อำ ๆ

รู้มั้ยว่าผิด ?

            น้องพี : รู้ว่าผิดตั้งแต่พูดไปละ แล้วถ้าน้องได้ยินน้องจะรู้สึกยังไง เพราะตอนนั้นน้องไม่ได้มาพูดแหย่กับน้าสาว

            ลุงรงค์ : แล้วพูดว่าให้ออกก็ออก ตอนนั้นก่อนเป็นทหารสมองยังไม่มีระบบเลย

อะไรทำให้เราอยากไปเกณฑ์ทหาร ?

            น้องพี : เพราะลุงรงค์บอกให้ไปเกณฑ์ ตอนแรกไม่อยากไป

            ลุงรงค์ : ลุงอะเคยเป็นทหารมาก่อน สมัยก่อนลุงก็เป็นแบบมัน มันถอดแบบลุงมาเลย พอกลับมาเปลี่ยนเป็นคนละคน ลุงจึงได้รู้ว่าการเป็นทหารมันได้ระบบความคิดเยอะมาก มันเหมือนกับเราในช่วงเวลานั้นพอดี

เหมือนจะว่าแต่สปอยล์เขามาก ?

            ลุงรงค์ : ให้ทุกอย่าง รองเท้า 25,000 เราอยากให้เขาไปเป็นทหาร พอเขากลับมาเขามองรองเท้าอันนี้มันรู้ว่าลุงมี ใส่ไม่กี่ครั้ง ไปเปิดท้ายรถเอาเลยใส่กล่องให้อย่างดี

            น้องพี : สปอยด์ทุกอย่างถ้าขอนะ เขาเป็นคนจะด่าก่อน ด่าสุดแรงเกิดชีวิตเขาแหละ ด่าแล้วเขาก็ให้

รู้มั้ยลุงรงค์รักมาก ?

            น้องพี : รู้ เราไม่ค่อยพูดกัน แต่ถ้าขออะไรเขาจะให้ เขามีพระคุณทั้งกับเราทั้งพ่อแม่เรา

                ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ได้ในรายการ คุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.05 - 14.05 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
น้องพี มกจ๊ก เผยชีวิตเกเรเสเพล เรียนไม่จบ - จตุรงค์ โกรธจัด ไม่คุยกัน 5 ปี อัปเดตล่าสุด 23 พฤศจิกายน 2564 เวลา 22:49:21 8,537 อ่าน
TOP