ญาญ่า สาวคิวทอง ครองพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต!


ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์

ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์



‘ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์’ สาวคิวทองที่ครองตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต! (Lisa)

           ก้าวเข้าสู่วงการละครมาพักใหญ่ แต่ผลงานแสดงของ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ดังเป็นพลุแตกเมื่อได้มาจับคู่กับหนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นสุดหล่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ ใน "ดวงใจอัคนี" ซึ่งส่งผลให้ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นหนุ่มสาวสุดฮอตติดอันดับคนคิวทองของวงการบันเทิงที่มีทั้งกระแสชื่นชมและเสียงค่อนขอดว่า นาทีนี้ขอคิวฟรีไม่มีว่าง!

           แต่จะเมาท์กัน โดยไม่ถามไถ่ก็กระไรอยู่ ก็ต้องเห็นใจเด็กกำลังเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยนี่คะ แถมนาทีนี้ สาวน้อยหน้าใสอย่างญาญ่านั้น มาแรงแซงโค้งนางเอกรุ่นพี่ ๆ ชิงกวาดตำแหน่งเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดไปครองอย่างง่ายด่าย คุณแม่ของน้องแอบกระซิบมาเบา ๆ ว่า...ปีนี้พรีเซ็นเตอร์สินค้า 10 ตัวนะคะคุณขา

มีคนบอกว่าขอคิว ญาญ่า เดี๋ยวนี้ไม่เคยว่าง

           ญาญ่า : ไม่นะคะ อาจจะเพราะขอมาช้า หรือช่วงนั้นตัวหนูเองมีงานเยอะมากกว่า คิวเลยไม่ได้จริง ๆ ถ้าว่างและให้ไปทำอะไรที่ดี ๆ เป็นประโยชน์ก็ไปนะคะ เพียงแต่ที่เขาพูดคงเพราะโทรมาในช่วงที่เรางานเยอะ แล้วไม่มีคิวให้มากกว่าค่ะ

ตอนนี้งานเยอะขนาดไหน

           ญาญ่า : ก็ถ่ายละคร "ตะวันเดือด" ยังไม่จบเลยค่ะ คงอีกพักใหญ่ เพราะทีมงานเค้าพิถีพิถันมาก สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ นี่เมืองบางส่วนยังสร้างไม่เสร็จเลยนะคะ แล้วก็เปิดกล้องละครเรื่อง "เกมร้ายเกมรัก" เล่นคู่กับพี่ณเดชน์ นอกนั้นก็จะเป็นถ่ายแบบถ่ายหนังสือ ถ่ายโฆษณา ตอนนี้หนูถ่ายละคร 4 วันค่ะ

แล้วเรื่องเรียนล่ะคะ ?

           ญาญ่า : ก็เรียนอยู่ที่อักษรศาสตร์ อินเตอร์ จุฬาฯ ช่วงนี้งานค่อนข้างเต็มอยู่เหมือนค่ะ ก็ไปเรียนนะคะ เรียน 3 วัน พุธ-พฤหัส-ศุกร์ แต่วันพุธเรียนครึ่งวันเช้า พอบ่ายก็เป็นคิวของละครเรื่องใหม่ "เกมร้ายเกมรัก" แล้วพฤหัสฯ-ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นคิวของละคร "ตะวันเดือด" โชคดีที่หนูไม่ได้เรียนเต็มวัน พอเรียนเสร็จ ก็สามารถออกมารับงานได้


ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์

ทำงานเยอะ ๆ แล้วกลัวเรียนตกมั้ย?

           ญาญ่า : ตอนแรกกลัวมากเลยค่ะ ซีเรียสเรื่องเกรดมาก กลัวเกรดมันจะดร็อปลง แต่ทำงานมาก ๆ เข้า เราก็เริ่มเข้าใจ เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็เลยคิดว่าถ้าเราทำทั้งสองอย่างและสามารถทำให้ได้ดีทั้งคู่ คือดีแต่อาจจะไม่ต้องถึงสุดยอด แบบเกรด 4 ตลอดทุกวิชาก็น่าจะทำได้ อาจจะได้เกรดเฉลี่ยสัก 3 ก็จะดีค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้ก็คือ เราต้องขยันมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ เวลาว่างหนูก็จะเอาหนังสือขึ้นมาอ่านในกอง ยิ่งเวลาใกล้สอบยิ่งต้องอ่านมากขึ้น และได้เพื่อน ๆ เป็นที่พึ่งมากเลย จะมีการมารวมตัวติวกันก่อนเข้าห้องสอบค่ะ

แล้วงานพรีเซ็นเตอร์ล่ะ ?

           ญาญ่า : ที่แถลงข่าวออกไปแล้วก็มี 5 ตัว และมีอีกหลายตัวเหมือนกัน ที่จะทยอยออกมาช่วงกลางปีเป็นต้นไป

แต่คุณแม่บอกว่ามีเป็น 10 ตัวเลยนี่ ?

           ญาญ่า : ก็น่าจะประมาณนั้นนะคะ แต่ตอนนี้ที่ออกมายังไม่ถึงค่อย ๆ ทยอยออกมาค่ะ

เจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์คนใหม่เลยนะนี่

           ญาญ่า : ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ดีใจเหมือนกันที่ลูกค้าต่าง ๆ เขาคิดถึงและเชื่อใจเรา

ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษยังไงบ้างหรือเปล่า

           ญาญ่า : แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะการเป็นพรีเซ็นเตอร์มันต้องดูดีตลอด ออกไปไหนมาไหนก็จะต้องคิดแล้วว่าจะแต่งตัวยังไงต้องสวยตลอด เมื่อก่อนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ค่ะ ยิ่งพอได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงผิวหน้า ก็ยิ่งต้องดูแลผิวหน้าค่อนข้างเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก เพื่อให้ผิวสวย ๆ ใส ๆ แล้วก็ลองเอาผลิตภัณฑ์มาใช้กับตัวเองจริง ๆ เพราะเวลาที่คนมาถามเราว่ามันดีจริงหรือเปล่า เราจะได้ตอบเค้าได้ค่ะ

มีกระแสว่าเราจะมาเป็นเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์แทนนางเอกรุ่นพี่ ๆ

           ญาญ่า : หนูว่าเราแทนใครไม่ได้หรอกค่ะ เพราะทุกคนก็มีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ทุกคนไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกัน เราก็ไม่รู้นะ ทำไมลูกค้าถึงเลือกเรา แต่เราก็จะพยายามทำตัวให้ดูดีตลอด เวลาไปออกงานต่าง ๆ ก็จะได้แต่งตัวที่เป็นตัวเอง ก็จะชอบค่ะ

คุณแม่บอกว่าโชคดีที่ ญาญ่า ไม่ชอบแต่งตัวเซ็กซี่

           ญาญ่า : (หัวเราะ) หนูยังไม่โตเลยค่ะ ปกติเสื้อผ้าแบบที่หนูชอบมันก็จะง่าย ๆ ไม่ค่อยโป๊อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นงานถ่ายแบบนี่ เราก็ดูความเหมาะสม ถ้าไม่มากเกินไป ก็โอ.เค. ทำได้ค่ะ


ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์

การทำงานเดี๋ยวนี้ยังมีปัญหามั้ย

           ญาญ่า : น้อยลงค่ะ ตอนทำงานแรก ๆ เดินแฟชั่นโชว์ หนูไม่ได้ใช้ภาษาไทยเลย ฟังก็ไม่ค่อยเข้าใจไม่รู้เรื่อง นั่นเป็นเรื่องที่ชัดเจนมากว่าเราต้องปรับตัว ตอนอยู่ที่บ้านจะใช้ภาษาอังกฤษกับนอร์เวย์ค่ะ เพราะคุณพ่อพูดภาษาไทยไม่ได้เลย คุณแม่จะบังคับให้พูดภาษาไทย แต่ถ้ามีคุณพ่ออยู่ด้วย แล้วเราพูดภาษาไทยคุณพ่อก็จะดูไม่มีส่วนร่วม ก็จะงอนว่าทำไมพูดภาษาไทยกัน เวลาอยู่ที่บ้านก็เลยต้องพูดแต่ภาษาอังกฤษ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้น เริ่มเข้าใจภาษไทยมากขึ้น พอเข้าใจจังหวะที่คนไทยพูด คุณแม่ก็จะคอยช่วย คือหนูอ่านก็ไม่เข้าใจ ต้องมาถามคุณแม่ให้แปลให้ หนูรู้แค่พื้นฐานแต่ลึก ๆ หนูไม่เข้าใจ คิดว่ามันเป็นปัญหาที่สำคัญและเป็นปัญหาใหญ่มาก คำพูดเป็นสิ่งที่สื่ออารมณ์สื่อความหมายให้คนดูเข้าใจ เราก็ต้องเข้าใจจริง ๆ ถึงจะสื่อออกไปได้ค่ะ

วงการบันเทิงสอนอะไรให้เราบ้าง

           ญาญ่า : 3 ปีกว่า ๆ ในวงการบันเทิงนี้ เริ่มมองว่าตัวเองโตขึ้น เริ่มเข้าใจอะไร ๆ มีความรับผิดชอบมากขึ้น ยิ่งทำหนูก็ยิ่งชอบเล่นละคร เรียกว่าหลงรักการเล่นละครไปแล้วค่ะ คุณแม่เคยชมว่าหนูมีความรับผิดชอบสูงขึ้น คงเพราะต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย ต้องแบ่งเวลาให้เป็น จากที่เคยพึ่งแต่คุณแม่ตลอด ตอนนี้ก็ต้องทำการบ้าน และอ่านบทเอง

คิดว่าเราจะสามารถรักษาตำแหน่งเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์ไว้ได้นานแค่ไหน

           ญาญ่า : (หัวเราะ) จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นเจ้าแม่นะคะ แต่เราก็ต้องพยายามรักษาความดีความสวยเอาไว้ให้นาน ๆ ทำตัวให้น่ารัก จะได้เป็นที่รัก และเป็นที่ต้องการของลูกค้าต่าง ๆ ตอนนี้รู้สึกผูกพันกับเค้าเหมือนคนในครอบครัวเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่กับพวกเค้าตลอดไปค่ะ

ต้องการจะไปให้ถึงจุดไหนในวงการ

           ญาญ่า : เชื่อว่ามันเป็นเป้าหมายของหลาย ๆ คนที่อยู่ในวงการนี้ว่าเราต้องการจะเป็นนักแสดงที่ดี มีฝีมือคุณภาพ เก่งเลย แต่จะไปไกลได้แค่ไหนก็ต้องอาศัย เวลาและแรงผลักดันจากแฟน ๆ และพี่ ๆ สื่อมวลชนไปเรื่อย ๆ ค่ะ


           คงต้องดูกันต่อไปล่ะว่า...คนดูจะช่วยกันผลักดันเธอไปไกลอีกแค่ไหน




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก






เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ญาญ่า สาวคิวทอง ครองพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต! โพสต์เมื่อ 8 เมษายน 2554 เวลา 18:34:39 473 อ่าน
TOP